เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2551 รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีแผนที่จะดำเนินการกวาดล้างการเรียกรับเงินค่าแป๊ะเจี๊ยะเพื่อเข้าเรียนในสถานศึกษาต่างๆ ว่า การที่ดีเอสไอ เข้ามาทำเรื่องนี้ขอถามว่า ดีเอสไอ มีความเข้าใจเรื่องการรับเด็กฝากและการรับเงินแป๊ะเจี๊ยะดีแค่ไหน ดีเอสไอรู้แต่ยอดเงินที่สะพัดอยู่ว่ามีหลายพันล้าน แต่เคยตั้งคำถามหรือไม่ว่าทำไมผู้ปกครองถึงต้องเสียเงินฝากลูกเข้าเรียนรร.ดี เด่น ดัง//
//
เลขาธิการกพฐ.ชี้ร.ร.อยู่ไม่รอดหากขาดเงินบริจาค
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงกรณี ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีแผนที่จะดำเนินการกวาดล้างการเรียกรับเงินค่าแป๊ะเจี๊ยะเพื่อเข้าเรียนในสถานศึกษาต่างๆ ล่าสุดที่ปรึกษาสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนโยธินบูรณะ ได้เดินทางเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมในรายละเอียดในขั้นตอนการเรียกรับเงินเพื่อนำบุตรหลานเข้าเรียน และจากข้อมูลของโรงเรียนโยธินบูรณะพบว่า การระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาการศึกษาตามความเห็นชอบของ สพฐ.เป็นช่องทางหนึ่งในการเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ นั้น ว่า เงินรับบริจาคจากผู้ปกครองนั้น ส่วนใหญ่รร.จะนำไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน มีน้อยมากที่เข้ากระเป๋าผู้บริหารและส่วนใหญ่ก็เป็นการบริจาคด้วยความสมัครใจของผู้ปกครอง ซึ่งร.ร.จะออกใบเสร็จให้ ทั้งหมดนี้เป็นไปตามเกณฑ์การรับเงินบริจาคที่กระทรวงกำหนดไว้
ได้ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงมาอีกครั้งหนึ่ง แต่เรื่องการรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ ไม่อยากให้พูดแบบกว้าง ๆ เพราะโรงเรียนไม่มีโอกาสที่จะชี้แจงข้อกล่าวหา ที่สำคัญโรงเรียนอยู่ไม่ได้ถ้าอาศัยเพียงเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้ ยังไงก็ยังคงต้องมีการระดมเงินจากส่วนอื่นมาช่วยคุณหญิงกษมา กล่าว
เลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อไปว่า จากงานวิจัยเห็นได้ชัดเจนว่า เงินค่าใช้จ่ายรายหัวที่รัฐบาลจัดสรรให้ เป็นแค่ 40 % ของค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอนทั้งหมด ของร.ร.ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ และถ้าเทียบกับประเทศอื่น ๆ แล้วเงินที่รัฐบาลจัดสรรให้ถือว่าไม่มาก อย่างเช่นกรณีของสิงคโปร์ ถ้าเป็นเด็กพิการ จะได้รับเงินจัดสรรพิเศษอีกหัวละ 200,000 บาท แต่สำหรับประเทศไทยได้แค่หัวละ 2,000 บาท ทั้งนี้ ทุกคนเรียกร้องเรื่องคุณภาพในการจัดการเรียนการสอน แต่งบประมาณกับเป็นคนละเรื่อง ถ้าไม่ให้โรงเรียนระดมทรัพยากรจากที่อื่น ก็คงเป็นไปไม่ได้
สพฐ.เต็มใจที่จะให้ความร่วมมือและให้ข้อมูลกับดีเอสไอเต็มที่ แต่ขอให้ดีเอสไอสรุปให้เห็นถึงความเดือดร้อนของร.ร.ด้วย เพื่อทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอยากให้ดูรายละเอียดของการบริหารงานของโรงเรียนด้วย ที่ผ่านมาได้คาดโทษกับผู้อำนวยการ ร.ร.ที่รับเงินใต้โต๊ะอยู่แล้ว ปกติหากพบว่ามีการนำเงินเข้าประเป๋าแทนที่จะนำไปพัฒนาโรงเรียนก็จะให้ออกทันที คุณหญิงกษมา กล่าว
บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจทั่วประเทศ(ตอนหนึ่ง)
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
