ในการเสด็จฯไปทรงเปิดงาน “The Royal Orchid Paradise–9 สกุลกล้วยไม้ เทิดไท้องค์ราชันย์ 80 สีสัน น้อมเกล้าอภิวันท์องค์ภูมินทร์” ซึ่งสยามพารากอน ร่วมกับ สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้นถึงวันที่ 24 พ.ค.นี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และเพื่อสนองพระราชประสงค์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์กล้วยไม้ไทย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดกล้วยไม้ ก่อนทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติตามรอยพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง”สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตร ความงดงามของแชนเดอเลียกล้วยไม้สูง 4 ชั้น บริเวณชั้น 1 สร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “มวลของความพอเพียง ยิ่งใหญ่เสมอ” โดย ศักดิ์ชัย กาย นำกล้วยไม้สายพันธุ์ฟาแลนนอปซิสจากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์กว่า 3,000 ต้น ประดับตกแต่ง พร้อมไม้ไผ่นำมาเลื่อยเป็นแว่น ๆ กว่า 30,000 วงเกี่ยวเข้ากับลวด ห้อยระย้างดงาม รวมน้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม
จากนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระดำเนินชั้น M ทอดพระเนตรกล้วยไม้ 9 สกุล 80 สีสัน กว่า 10,000 ต้น คัดสรรจากทั่วประเทศ จัดตกแต่งในแนวดิ่งงดงามยิ่งใหญ่ด้วยความสูงกว่า 12 เมตร รวมถึงส่วนจัดแสดงกล้วยไม้จากผู้เข้าร่วมประกวด และกล้วยไม้ชนะเลิศการประกวด ส่วนชั้น G แสดงสายธารกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส จำนวน 919 ต้น โดยความร่วมมือของสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยและสมาคมไม้ดอกของประเทศ ไต้หวัน ในแนวคิด สายธาร ฟาแลนนอปซิส สายสัมพันธ์ระหว่างไทย-ไต้หวัน “The Amazing Orchid Beyond Fron tier : มหัศจรรย์กล้วยไม้ไร้พรมแดน” โดยทรงพระสำราญเป็นอย่างยิ่ง รับสั่งถามเกษตรกรปลูกกล้วยไม้ว่าทำอย่างไรจึงทำให้ได้ดอกโต และทรงบันทึกภาพกล้วยไม้ด้วยกล้องถ่ายรูประบบดิจิทัลไว้ตลอดเวลา แม้ว่าก่อนหน้าจะทรงกังวลบ้างว่าจะทรงแพ้เกสรกล้วยไม้
ในโอกาสนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงวาดรูปสีน้ำ กล้วยไม้สกุลสิรินธร เอื้องศรีเชียงดาว กล้วยไม้สกุลหายากและมีโอกาสสูญพันธุ์ง่าย ลงบนเฟรมกระดาษแนวตั้ง ขนาด 36x51 ซม. เป็นรูปอิมเพรสชั่นนิสม์ รับสั่งว่า “ไม่ต้องวาดเหมือนจริงก็ได้ เพราะศิลปะวาดอย่างไรก็ได้ วาดตามความรู้สึก” จึงไม่ทรงพระราชประสงค์วาดกล้วยไม้สีม่วงตามจริง แต่ทรงเลือกสีน้ำเงิน ทรงวาดด้วยพู่กันเบอร์ 4 และทรงจับพู่กันในลักษณะวาดพู่กันจีน ด้วยความคล่องแคล่ว ข้อพระหัตถ์อ่อนพลิ้ว นอกจากนี้ยังทรงใช้เทคนิค wet on wet คือทรงใช้พู่กันจุ่มน้ำทำให้กระดาษเปียกก่อนที่จะทรงลงสีวาดในดอกแรก และทรงใช้เทคนิค wet on dry คือลงสีบนกระดาษเลยในดอกที่ 2 จากนั้นจึงทรงแต่งเติมรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งใบ ลำต้น กระถาง พร้อมลงพระนามและวันที่พระราชทานแก่ศูนย์การค้าสยามพารากอนนำจัดแสดงและเก็บเป็นที่ระลึกต่อไป.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
