เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ศ.ดร.วิสุทธิ์ ใบไม้ หัวหน้าโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย หรือโครงการบีอาร์ที (Biodiversity Research and Training Program- BRT) เปิดเผยว่า โครงการบีอาร์ทีร่วมกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ (ไบโอเทค) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เตรียมจัดแสดงนิทรรศการมหกรรมไดโนเสาร์ ทีเร็กซ์ ที่ชื่อซู กับไดโนเสาร์ไทย ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ระหว่างวันที่ 7 กรกฎาคม-30 กันยายนนี้ โดยใช้งบประมาณ 3 ล้านบาท สำหรับการเช่ารูปหล่อไดโนเสาร์ (ไม่รวมค่าขนส่งและค่าประกันต่างๆ) มาจัดแสดงในประเทศไทย เป็นเวลา 3 เดือนศ.ดร.วิสุทธิ์กล่าวว่า ปัจจุบันซากฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ถูกค้นพบและมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก คือ ซู ซึ่งเป็นฟอสซิลไดโนเสาร์กินเนื้อพันธุ์ทีเร็กซ์ที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก เนื่องจากโครงกระดูกที่ค้นพบมีสภาพสมบูรณ์ถึงร้อยละ 90 และยังเป็นราชาไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ที่มีขนาดใหญ่ในทวีปอเมริกาเหนือ เมื่อ 67 ล้านปี โดยมีกระดูกจำนวน 321 ชิ้น น้ำหนักรวม 1,360 กิโลกรัม ลำตัวยาว 12 เมตรเศษ ส่วนสูงถึงสะโพกประมาณ 4 เมตร หัวกะโหลกมีขนาดใหญ่ 1.5 เมตร มีฟันแหลมคม 58 ซี่ และยาวประมาณ 7.5-12 นิ้ว ปัจจุบันเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยา The Field Museum เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา และมีการสร้างรูปหล่อเหมือนจริง เพื่อจัดแสดงตามสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก
การจัดแสดงครั้งนี้ไม่ใช่ต้องการเพียงนำมาโชว์ความอลังการเท่านั้น แต่ต้องการประกาศให้โลกรู้ว่าประเทศไทยเป็นแหล่งโลกล้านปีที่แท้จริง และยังเป็นถิ่นกำเนิดของไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะ ซู หลักฐานที่ผ่านมา ยืนยันว่าฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ค้นพบเมื่อปี 2536 ที่ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นกระดูกเก่าแก่ของไดโนเสาร์พันธุ์กินเนื้อ ที่ชื่อว่าสยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส ที่มีอายุราว 130 ล้านปี โดยเริ่มมีวิวัฒนาการขึ้นครั้งแรกในเอเชีย และแพร่หลายออกไปทางเอเชียเหนือจนไปอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือก่อนจะสูญพันธุ์ เชื่อกันว่าสายพันธุ์ดังกล่าวเป็นบรรพบุรุษของทีเร็กซ์ที่มีอายุเพียง 67-65 ล้านปี
ศ.ดร.วิสุทธิ์กล่าวว่า ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจเยาวชนไทยให้มองเห็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปถึงการค้นพบอื่นๆ เช่น กรณีที่นักวิทยาศาสตร์ของ The Field Museum พบว่าจากการศึกษาร่องรอยของโครงกระดูก ซู พบหลักฐานชิ้นใหม่สนับสนุนทฤษฎีที่ว่า นกมีวิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์กลุ่มกินเนื้อจริง แสดงให้เห็นว่าซากฟอสซิลเป็นตัวอย่างที่ดีในการเชื่อมโยงงานวิจัยต่างๆ ได้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าสนใจในการเชื่อมโยงถึงวิวัฒนาการของมนุษยชาติเช่นกัน
งานนี้ไม่เพียงแต่นำไดโนเสาร์ทีเร็กซ์มาโชว์เท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่ช่วยในเรื่องการวิเคราะห์ สังเกต พฤติกรรมต่างๆ ของไดโนเสาร์ อาทิ ฝึกเรียนรู้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 อาทิ สายตา โดยการมองผ่านดวงตาของทีเร็กซ์ เพื่อเข้าใจว่าการมองเห็นของไดโนเสาร์แบบสองมิติกับสามมิติแตกต่างกันอย่างไร การดมกลิ่น ซึ่งซูเป็นสัตว์ที่จมูกไวมาก การกินอาหาร นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างคิดว่าทีเร็กซ์ไม่เคี้ยวอาหาร และยังมีกิจกรรมฝึกขุดสำรวจไดโนเสาร์
สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0-2644-8150 ต่อ 557 หรือ 534 หรือเข้าไปดูได้ที่ http://brt.biotec.or.th สำหรับอัตราค่าเข้าชมเป็นอัตราปกติของพิพิธภัณฑ์ ผู้ใหญ่ 90 บาท เด็ก นักเรียน นิสิต นักศึกษาและผู้สูงอายุ 20 บาท
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
