แบงค์ชาติรายงานด่วน แค่ 7 วัน ก่อนคำสั่งอายัด เงินวูบหาย 8 พันล้าน จาก 21 บัญชี คตส.เดินหน้าอายัดทรัพย์ ตั้ง จารุวรรณ นำทีมประธานสอบเส้นทางเงินล่องหนชินวัตร-ดามาพงษ์ หลังพบเหลือในบัญชีเพียง 4.3 หมื่นล้านบาทภายหลังการประชุมนัดพิเศษของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้ เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) นัดพิเศษ นายสัก กอแสงเรือง โฆษก คตส.ได้แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมใหญ่ คตส.ได้รับทราบรายงานข้อมูลเพิ่มเติมจากธนาคารแห่งประเทศ ไทยว่าในส่วนของตัวเลขบัญชี 7.3 หมื่นล้านบาท ณ วันที่ 4 มิถุนายน 2550 ซึ่งปรากฏว่าได้ มีการเคลื่อนไหวเงินในช่วง 4-11 มิถุนายน ว่ามีตัวเลขเงินลดลงไปอีก 8 พันล้านบาท ทำให้เหลือตัวเลขในบัญชี 4.3 หมื่นล้านบาท จึงได้ให้ ธปท.ตรวจสอบเพิ่มเติมและ ให้รายงานกับ คตส.เป็นระยะๆ และขอให้สถาบันการเงินได้รายงานความเคลื่อนไหวของบัญชีภายในสามวัน ซึ่งเชื่อว่าภายใน 1-2 วันนี้ จะได้รับข้อมูลทั้งหมดจากสถาบันการเงิน
นายสัก กล่าวว่า คตส.ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาสองชุดคือ 1.อนุกรรมการตรวจสอบการติดตามทรัพย์สินของ บุคคลที่คตส.มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินโดยมีคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา เป็นประธาน ส่วนกรรมการมอบให้คุณหญิงจารุวรรณไปพิจารณาเพื่อนำเสนออีกครั้ง แต่กรรมการชุดนี้ถือว่ามีผลสามารถเริ่มงานได้ทันทีหลังมีมติวันนี้ ซึ่งอำนาจหน้าที่ของอนุกรรมการคือรวบรวมข้อมูลที่ได้จากสถาบันการเงิน ต่างๆแล้วตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของบุคคลที่ถูกอายัดตามประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 และมีอำนาจแจ้งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องส่งให้คตส.ด้วย โดยคณะอนุกรรมการชุดคุณหญิงจารุวรรณจะเป็นผู้ติดตามเงินที่หายไปจากบัญชีด้วย 2.อนุกรรมการพิจารณาคำร้องพิสูจน์ทรัพย์สิน เพื่อเพิกถอนการอายัดทรัพย์โดยมีนายอำนวย ธันธราเป็นประธาน มีนายวิโรจน์ เลาหะพันธ์และคุณหญิงจารุวรรณ เป็นกรรมการ อนุกรรมการทั้งสองชุดจะทำงานโดยไม่มีกรอบเวลากำหนด และจะไม่มีการเปิดให้ผู้ถูกอายัดทรัพย์คัดค้านการตั้งอนุกรรมการ นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติให้ ออกหนังสือปกเหลืองชี้แจงเหตุผล กระบวนการ และขั้นตอนการอายัดทรัพย์เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ เนื่องจากยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่ามติอายัดทรัพย์ของคตส.เกิดจากใบสั่งหรือเหตุผลทางการเมือง โดยได้มีการแต่งตั้งให้นายบรรเจิด สิงคะเนติ เป็นประธานรับ ผิดชอบซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายในสองสัปดาห์ ระหว่างนี้ทางสถาบันการศึกษาหรือห้องสมุดประชาชนตามหมู่บ้านต่างๆ ให้ติดต่อมาที่ สตง.เพื่อขอรับหนังสือปกเหลืองดังกล่าวของ คตส.
เมื่อถามว่าการแต่งตั้งกรรมการ คตส.เสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยกับการอายัดทรัพย์มาเป็นอนุพิจารณาคำร้องพิสูจน์ทรัพย์สินเพื่อเพิกถอนการอายัด จะเกิดปัญหาในการทำงานหรือไม่ นายสักกล่าวว่า ตามหลักการทำงานของ คตส.จะมีความเห็นที่หลากหลายมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยแต่เมื่อ มติ คตส.ออกมาแล้วก็ถือเป็นมติผูกพันกรรมการทุกคนจะไม่แยกว่าเสียงข้างน้อยหรือข้างมาก ซึ่งการทำงานของคตส.แตกต่างจากการพิจารณาของคณะตุลาการ ที่ต้องเขียนคำวินิจฉัยส่วนตน
เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ติดต่อมายัง คตส.เพื่อจะพิสูจน์ทราบการได้มาของทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้หรือยัง นายสักกล่าวว่าจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการติดต่อจากพ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาและเวลานี้ก็ถือว่าได้เริ่มนับระยะเวลา 60 วันนับแต่วันเริ่มมีคำสั่งอายัดทรัพย์แล้ว โดยในที่ประชุมวันนี้ คตส.ได้มีการพูดถึงสิทธิการมาต่อสู้ทางคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถูกฟ้องที่จะเข้ามาต่อสู้คดีในชั้นศาล แต่ในกรณีการอายัดทรัพย์ก็สามารถทำได้สองทาง คือหนึ่งมาด้วยตัวเอง สองมอบหมายให้ผู้อื่นหรือแต่งตั้งทนายเพื่อรับมอบอำนาจ ซึ่งที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณมอบให้ทนายความมารับทราบข้อกล่าวและส่งคำชี้แจงข้อกล่าวหามาให้คตส.มาโดยตลอด ขอยืนยันว่าคตส.ไม่มีอำนาจในการมีคำสั่งหรือไม่มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทาง เข้าประเทศหรือไม่ แต่การกลับเข้าประเทศเป็นสิทธิของคนไทยทุกคน เว้นแต่จะมีข้อห้ามอื่นๆหรือคำสั่งอย่างอื่นเอาไว้ และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบดูแลความเรียบร้อยความปลอดภัย คตส.ไม่มี อำนาจในการสั่ง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
