กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวข้ามปีในวงการวิทยาศาสตร์ทั่วโลก สำหรับกรณีการบิดเบือนข้อเท็จจริงผลงานวิจัยสเต็มเซลล์ตัวอ่อนมนุษย์ (human embryo) ของ ดร.หวาง วูซุก นักวิทยาศาสตร์ด้านสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิด จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยยอมรับว่าไข่ที่ใช้ในงานวิจัยเกี่ยวกับตัวอ่อนของมนุษย์นั้นได้มาจากไข่ของนักวิจัยผู้ร่วมทีม 2 คน อีกทั้ง ยังมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งขายไข่แลกกับเงินให้กับทีมวิจัยจนทำให้งานวิจัยดังกล่าวประสบผลสำเร็จ จนสามารถสร้างเซลล์ต้นกำเนิดจากการโคลนนิ่งตัวอ่อนของมนุษย์ได้เป็นครั้งแรกของโลกจากปัญหาดังกล่าวทำให้ ดร.หวางต้องถูกดำเนินคดีฐานสร้างข้อมูลปลอมเกี่ยวกับการโคลนนิ่งตัวอ่อนมนุษย์ ส่งผลให้ทั่วโลกหมดความเชื่อถือทันที ทว่า เมื่อเร็วๆ นี้สำนักข่าวรอยเตอร์สกลับรายงานโดยอ้างถึงหนังสือพิมพ์แมอิล บิซิเนสของเกาหลีใต้ ที่ระบุว่า ขณะนี้ ดร.หวาง วูซุก นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของเกาหลีใต้ผู้นี้ เตรียมเดินทางมาที่ประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมของสมาคมนักวิจัยระหว่างประเทศว่าด้วยเซลล์ต้นกำเนิดที่ได้จากตัวอ่อนของมนุษย์ ตามคำเชิญของสถาบันวิจัย 2 แห่ง และมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งของประเทศไทย
งานนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์สเต็มเซลล์ของไทยตื่นตัวไม่ใช่น้อย เพราะไม่มั่นใจว่าการมาครั้งนี้จะนำมาซึ่งองค์ความรู้ใหม่หรืออาจกลายเป็นกระแสให้ทั่วโลกอีกครั้ง
ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เตรียมจัดการประชุมสัมมนาครั้งใหญ่ หัวข้อ การวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อการรักษาแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 5-6 กรกฎาคมนี้ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น
การสัมมนาครั้งนี้จะเป็นแหล่งรวมนักวิจัยด้านเซลล์ต้นกำเนิดทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสในการนำเสนอข้อมูลผลงานวิจัย และเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จากนักวิจัย พร้อมทั้งยังเป็นกิจกรรมเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ซึ่งภายในงานจะเปิดโอกาสให้นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าฟัง เพื่อทราบถึงความก้าวหน้าของการรักษาด้วยสเต็มเซลล์
แหล่งข่าวจาก วช. เปิดเผยว่า งานครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาสเต็มเซลล์ให้กลายเป็นอวัยวะทดแทนต่างๆ อาทิ การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ตรวจสอบชนิดของสเต็มเซลล์ว่าจะสามารถเจริญเป็นอวัยวะทดแทนใดได้บ้าง และยังมีการพัฒนาเครื่องตรวจนับจำนวนเซลล์ พร้อมๆ กับการพัฒนาสูตรน้ำยาสำหรับการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ให้กลายเป็นเซลล์ที่ต้องการได้ อาทิ หลอดเลือดหัวใจ ผิวหนัง และเยื่อบุอาหาร ฯลฯ ที่สำคัญงานนี้ยังมีความร่วมมือระหว่าง วช. และมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการพัฒนาสเต็มเซลล์รักษาเส้นเสียงแหบในระดับคลีนิคอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่ งานครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากนักวิทยาศาสตร์ต่างชาติผู้มีชื่อเสียงด้านสเต็มเซลล์มาให้ความรู้อีกด้วย งานนี้ วช. ออกมายืนยันว่า มีการเชิญนักวิทยาศาสตร์ต่างชาติจริง แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ชื่อ Ph.Weiliu มาบรรยายเกี่ยวกับความรู้และการนำสเต็มเซลล์ไปใช้ในการรักษาโรคต่างๆ ไม่ใช่ ดร.หวาง วูซุก แต่อย่างไร เนื่องจากอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี คงไม่เหมาะสมที่จะเชิญมาร่วมการสัมมนาครั้งนี้
ขณะที่หน่วยงานวิจัยระดับประเทศอย่าง สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ออกมาปฏิเสธถึงการเชิญนักวิทยาศาสตร์เกาหลีใต้ผู้นี้ ด้านกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ก็ไม่น้อยหน้า เพราะถือเป็นหน่วยงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระดับชาติเช่นกัน โดย ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ถึงกลับระบุว่า รู้สึกแปลกใจที่มีกระแสข่าวว่า ดร.หวาง วูซุก จะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อร่วมการประชุมด้านสเต็มเซลล์ เพราะไม่คิดว่าจะออกนอกประเทศได้ ที่สำคัญไม่ทราบด้วยว่าหน่วยงานไหนเป็นผู้เชิญ ซึ่งไม่ใช่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ อย่างแน่นอน
ความจริง ดร.หวาง เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่ง แต่เมื่อถูกแรงกดดันมากๆ ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เป็นที่ยอมรับและที่คาดหวังของทุกคน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยก็พบได้เช่นกัน ส่วนใหญ่เห็นได้จากการปลอมแปลงวิทยานิพนธ์ บ้างก็จ้างนักวิทยาศาสตร์ผู้น้อยทำวิทยานิพนธ์ให้ ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น เพราะหากตั้งใจทำงานด้วยใจจริงและมีจริยธรรมเป็นพื้นฐาน ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์กล่าว
ไม่ว่า ดร.หวาง วูซุก จะมาเยือนประเทศไทยหรือไม่ ขอเพียงนักวิทยาศาสตร์ไทยตั้งใจทำวิจัยอย่างจริงใจและมีจริยธรรม ไม่บิดเบือนข้อมูลก็น่าจะเพียงพอ
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
