เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขยังเดินหน้าในการบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร หรือซีแอล (Compulsory Licenses) แต่จะประกาศใช้ซีแอลกับยาตัวใดเพิ่มเติมนั้น เป็นเรื่องของคณะกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการพิจารณาราคายาจำเป็นที่มีสิทธิบัตร ซึ่งมี นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงษ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และคณะกรรมการสนับสนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรโดยรัฐ ที่มี นพ.วิชัย โชควิวัฒน ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุข ระดับ 11 เป็นประธาน จะพิจารณาและส่งเรื่องขึ้นมา หากคณะกรรมการสองชุดนี้เห็นว่ายาตัวใดสมควรและจำเป็นกับการทำซีแอลหลังจากที่นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) เข้ามาพบนายกรัฐมนตรีแล้ว นายศุภชัยได้ให้คำแนะนำนายกรัฐมนตรีว่าให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วมในการประชุมขององค์การการค้าโลก เรื่องการใช้มาตรการยืดหยุ่นในข้อตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวพันกับการค้า (TRIPs Flexibility) ซึ่งผมก็ดีใจที่แรงสนับสนุนเราเพิ่มอีก นพ.มงคลกล่าว และว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่กระทรวงสาธารณสุขจะได้ไปร่วมประชุมด้วย เพราะปกติการเจรจาเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ที่จะไปเจรจาในเรื่องดังกล่าว แต่จะเป็นเมื่อไรนั้น ต้องรอกำหนดการที่แน่นอนก่อน ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีให้ไปร่วมประชุมก็ยินดีที่จะไป
นพ.วินัย สวัสดิวร รองเลขาธิการ สปสช. เปิดเผยในฐานะกรรมการเจรจาต่อรองค่าตอบแทนให้ผู้ทรงสิทธิบัตรยาจำเป็นที่มีสิทธิบัตร กล่าวว่า ตามข้อเสนอของบริษัท ซาโนฟี อเวนตีส (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของยาพลาวิกซ์ (Plavix) หรือยาชื่อสามัญ โคลพิโดเกรล ในโครงการพิเศษเพื่อขยายการเข้าถึงยาพลาวิกซ์ 3.4 ล้านเม็ด/ปี โดยจ่ายในราคาเพียง 1 ล้านเม็ด เพื่อให้ผู้ป่วยในโครงการหลักประกันสุขภาพเข้าถึง เป็นเพียงการประมาณการจำนวนผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาของทางบริษัท ยังให้คำตอบไม่ได้ว่าจำนวนยาละลายลิ่มเลือดตามโครงการนั้นจะเพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย คาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อเจรจากับบริษัทยา หากบริษัทยังคงยืนยันตามข้อเสนอเดิมก็ต้องเลือกใช้ยาสามัญที่มีราคาถูกกว่า ตามนโยบายรัฐมนตรีสาธารณสุขคือ ต้องไม่แพงกว่ายาสามัญ 5%
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
