เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ก.ค. ที่ห้องไกล่เกลี่ยข้อพิพาทศาลอาญา นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ ผู้พิพากษาสมทบแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ศาลจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทคดีที่นางเพลินจิต และ นพ.ประกิตพันธุ์ ทมทิตชงค์ มารดาและพี่ชายของ นพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ เจ้าของสถาบันกวดวิชาแอพพลายด์ ฟิสิกส์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต อดีตเพื่อนสาวคนสนิทเจ้าของสถาบันกวดวิชาชื่อดัง เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท แจ้งความเท็จเพื่อให้ผู้อื่นต้องรับโทษอาญา และเบิกความเท็จอย่างไรก็ตาม การไกล่เกลี่ยครั้งนี้นางเพลินจิต และ นพ.ประกิตพันธุ์ โจทก์ไม่ได้เดินทางมาศาล ได้มอบอำนาจให้นายทองหลาง แพงศรีละคร ทนายความ เข้าทำการประนอมข้อพิพาทแทน ส่วนฝ่ายจำเลยมี น.ส.เปมิกาเดินทางมาพร้อมกับนายวีรชาติ นางวิลาวรรณ วีรชัชรักษิต บิดา มารดา และนายอภิชาติ จรสาย ทนายความ เข้าร่วมประนอมข้อพิพาท สำหรับการไกล่เกลี่ยในคดีดังกล่าวไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ารับฟัง ใช้เวลาเจรจาประมาณ 1 ชั่วโมง ผลปรากฏทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลจึงนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอีกครั้งในวันที่ 27 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
นายทองหลาง แพงศรีละคร ทนายความโจทก์ เปิดเผยว่า ศาลอยากให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันด้วยดี โดยให้แต่ละฝ่ายไปหาข้อยุติและนำมาเสนอให้คู่ความพิจารณาอีกครั้ง รวมถึงรายละเอียดการคืนทรัพย์สินบางส่วนของ นพ.ประกิตเผ่า ที่อยู่ในความครอบครองของ น.ส.เปมิกาด้วย ส่วนคดีที่ น.ส.เปมิกา ยื่นฟ้อง นพ.ประกิตเผ่า ฐานหมิ่นประมาท เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ นพ.ประกิตเผ่ามีความรู้สึกไม่ดีเลยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และในวันเจรจาครั้งต่อไปทั้งมารดาและพี่ชายของ นพ.ประกิตเผ่าจะเดินทางมาร่วมเจรจาด้วยตัวเอง
ด้าน น.ส.เปมิกากล่าวถึงความรู้สึกที่ยื่นฟ้องหมิ่นประมาท นพ.ประกิตเผ่า ว่าเป็นเรื่องของการรักษาสิทธิ แต่ช่วงนี้ไม่อยากพูดถึง นพ.ประกิตเผ่า เพราะยังรู้สึกเสียใจและผิดหวังมาก หลังจากที่ นพ.ประกิตเผ่า ออกมาจากสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ยังไม่ได้คุยกันแต่อย่างใด ในขณะที่พ่อของตนรู้สึกโกรธมาก ทั้งตนและพ่ออยากจะถาม นพ.ประกิตเผ่า ว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า ในอนาคตจะมีการยอมความกันได้หรือไม่ น.ส.เปมิกากล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยทำให้ครอบครัวต้องรู้สึกเสียใจเลย กับเหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรก จึงเป็นเหตุผลที่ไม่กล้าจะตัดสินใจอะไรเอง คงต้องดูปัจจัยหลายอย่างโดยเฉพาะความรู้สึกของพ่อแม่ด้วย
นายวีรชาติ บิดา กล่าวว่า ตนเป็นลูกผู้ชาย ทำอะไรต้องยอมรับ ทำผิดก็ต้องยอมรับผิด ถ้าไม่ได้ทำก็บอกว่าไม่ได้ทำ แต่หมอเผ่าเป็นลูกผู้ชายหรือไม่ กล้าทำก็ต้องกล้ารับแค่นั้นเอง ไม่ใช่ทำเป็นโยนให้คนอื่น กล้าที่จะมาพูดกับตนหรือไม่ เพราะตนมีลูกสาวคนเดียว
นายอภิชาติ ทนายความ กล่าวว่า ศาลเห็นว่าคดีนี้น่าจะมีการตกลงกันได้ และอยากให้คดียุติกันทุกฝ่าย ไม่เช่นนั้นจะมีการฟ้องร้องต่อเนื่องกันไปอีกหลายคดี จึงแนะนำให้คู่ความไกล่เกลี่ยกัน โดยนัดที่แล้วศาลได้แนะนำให้คู่ความกลับมาคุยกันเรื่องทิศทาง ข้อเสนอว่าจะทำอย่างไร แต่ในวันนี้ฝ่ายโจทก์กลับไม่มีใครมาศาลตามนัด ทั้งแม่และพี่ชายหมอเผ่า ทั้ง 2 ฝ่ายจึงยังตัดสินใจอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ ทำให้ไม่มีข้อยุติ สำหรับการไกล่เกลี่ยนัดหน้าวันที่ 27 ก.ค.นี้ โจทก์รับปากว่าจะมาศาลตามนัด