ที่กองปราบปราม พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ ศรีวิจิตร พนักงานสอบสวน (สบ.3) กลุ่มงานสอบสวน บก.ป. ได้นำสำนวนการสอบสวนเสนอต่อ พ.ต.อ.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ รักษาการ ผบก.ป. เพื่อขออนุมัติออกหมายเรียก น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต เพื่อนสาว นพ.ประกิจเผ่า ทมทิตชงค์ ผู้บริหารและอาจารย์สถานบันกวดวิชาแอพพลายฟิสิกส์ ให้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามวันที่ 11 ก.ค.นี้ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ครอบครัวทมทิตชงค์ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับ น.ส.เปมิกาเนื่องจากเชื่อว่ามีการใช้อุบายหลอกลวงเพื่อหวังทรัพย์สินสำหรับคดีดังกล่าวผู้สื่อข่าวรายงานว่าสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา นายทองหลาง แพงศรีละคร ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก รศ.เพลินจิต ทมทิตชงค์ และนางอลิสา ทมทิตชงค์ มารดาและภรรยาของ นพ.ประกิตเผ่า ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนของกองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต หรือ น.ส.ศิวพร เหลืองเรณูกูล ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์สินของบุคคลอื่นโดยอาศัยความอ่อนแอทางจิตของเจ้าของทรัพย์สิน
เหตุเกิดระหว่างเดือน ต.ค.2549 – 19 ก.พ.2550 โดยน.ส.เปมิกา กับพวกอีก 5 คน ได้สมคบกันใช้อุบายหลอกลวง นพ.ประกิตเผ่า ให้หลงเชื่อว่าพวกตนสามารถนั่งสมาธิจนเข้าฌานชั้นสูงจนสามารถระลึกชาติได้จนทำให้มีอาการจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบเพื่อหลอกลวงทรัพย์สินของ นพ.ประกิตเผ่าไปหลายรายการรวมมูลค่านับสิบล้านบาท โดยมีการกล่าวอ้างว่าเมื่อชาติที่แล้ว นพ.ประกิตเผ่า เคยเป็นสามีภรรยากับ น.ส.เปมิกา มาแต่ชาติปางก่อนย้อนหลังไป 99 ภพชาติ โดยสิ่งใดที่ไม่เคยทำให้กับ น.ส.เปมิกา ในชาติก่อนหรือเคยรับปากไว้แล้วไม่ได้ทำก็ขอให้มาทำในชาตินี้
นอกจากนี้ยังมีการกล่าวหา น.ส.เปมิกา ว่าใช้อุบายล่อลวงให้ นพ.ประกิตเผ่า ซื้อรถโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีดำ ให้ น.ส.เปมิกา โดยอ้างว่าชาติที่แล้ว นพ.ประกิตเผ่าเป็นขุนศึกใช้ม้านิลพยัคฆ์ เป็นพาหนะในการรบ ส่วน น.ส.เปมิกา ใช้ม้านิลมังกร หลังจากนั้น นพ.ประกิตเผ่าจึงซื้อรถเก๋งให้กับ น.ส.เปมิกา เป็นต้น ซึ่งพฤติการณ์ต่างที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเป็นการฉ้อโกงทรัพย์สินจึงเข้าแจ้งความกับกองปราบปรามเพื่อให้ดำเนินคดีดังกล่าว
ต่อมาหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน และมีการสอบปากคำพยานแวดล้อมไปแล้วกว่าสิบปาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสอบปากคำ นพ.ประกิตเผ่า ที่ถือว่าเป็นผู้เสียหายโดยตรงหลังจากที่หายจากอาการป่วยทางจิตแล้วก็ได้ให้การในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ประกอบกับการรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องในการซื้อทรัพย์สินต่างๆและเอกสารด้านการเงินมาประกอบจึงได้ออกหมายเรียกตัวเพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวตามที่มีผู้เสียหายร้องเรียนไว้ดังกล่าวต่อไป
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
