นายกฯหารือลับประธานคมช-บิ๊กบังย้ำเลือกตั้งปีนี้ "จาตุรนต์"ระส่ำ! ปัดมติ ทรท.ให้คว่ำกฎหมายสูงสุด ส่งสัญญาขอพบสนธิเจรจาตั้งพรรคการเมืองใหม่ "มีชัย"ไม่ผ่าน 3 วาระรวดร่างพรบ.ประชามติเมื่อเช้าวันที่ 4 กรกฎาคม พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนไปประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า มีเรื่องที่ต้องให้ ครม.ช่วย คือการขับเคลื่อนให้ประชาชนไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ทุกกระทรวงต้องให้ข้าราชการเข้าไปชักจูงประชาชนให้ไปร่วมกันลงประชามติ
"สนธิ"ลุ้นให้เลือกตั้งได้สิ้นปีนี้
เมื่อถามว่า ระยะเวลาเพียงพอต่อการทำความเข้าใจประชาชนหรือไม่ ประธานคมช. กล่าวว่า เราถึงต้องใช้วิธีการนำแกนนำของโครงสร้างการบริหารในการปกครองมาช่วยทำความเข้าใจทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หมออาสาหมู่บ้าน ซึ่งแต่ละกระทรวงต้องเดินทางไปพบปะกับหน่วยงานของตนเองในแต่ละจังหวัด เพื่อช่วยรณรงค์ให้ประชาชนออกมาลงประชามติ
เมื่อถามว่า การลงประชามติถือว่า ส.ส.เป็นส่วนสำคัญจะขอความร่วมมือ ส.ส.อย่างไร พล.อ.สนธิ กล่าวว่า เราต้องตรวจสอบประสานกับพรรคการเมืองว่า แต่ละพรรคมีความคิดเห็นต่อรัฐธรรมนูญอย่างไรซึ่งอาจมีผลกับความรู้สึกนึกคิดของมวลชนของแต่ละพรรค เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นแนวทางในการกำหนดความเป็นไปได้ของผลประชามติ ซึ่งการพูดคุยกับพรรคการเมือง หรืออดีต ส.ส. สามารถทำได้ง่าย โทรศัพท์คุยกันก็ได้
สำหรับวันเลือกตั้ง ประธานคมช.กล่าวว่าตนพยายามที่จะให้เป็นในปีนี้ให้ได้ ซึ่งแล้วแต่คณะทำงานทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.)และสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)เป็นผู้พิจารณา ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ท่านระบุว่าการเลือกตั้งอาจจะเลื่อนไปช้ากว่าเดิม พล.อ.สนธิ กล่าวว่า เป็นความเห็นของนักวิชาการ ตนพูดตามนักวิชาการ เมื่อถามว่า ที่นักวิชาการเป็นห่วงเพราะหวั่นรัฐธรรมนูญ 2550 จะถูกล้มไม่ผ่านประชามติ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า "ไม่ใช่ๆ อยู่ที่ขั้นตอนของการดำเนินการ"
เมื่อถามย้ำว่า ยังยืนยันตามกำหนดเดิมที่นายกรัฐมนตรีกำหนดไว้ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ใช่ ตามที่นายกรัฐมนตรีระบุไว้ เมื่อถามว่า การหารือกับ ครม.จะมีความชัดเจนเรื่องในวันเลือกตั้งใช่หรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีใครรู้
ปิดห้องหารือกับนายก-รมว.กลาโหม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา พล.อ.สนธิ เดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนประชุมครม.พล.อ.สนธิ ได้หารือกับ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี,พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้ว ประธานคมช.ได้เดินทางกลับทันที
แหล่งข่าว กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า ระยะหลัง พล.อ.สนธิ ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการประชุมนอกรอบกับครม. โดยหันไปใช้วิธีหารือนอกรอบ ในลักษณะสองต่อสอง หรือเชิญ รัฐมนตรีบางราย มาพูดคุยเป็นการเฉพาะที่ห้องรับรองเท่านั้น
"โฆษิต"ระบุเลื่อนเลือกตั้งไม่มีปัญหา
ด้านนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่าในการประชุมครม. ประธานคมช. ไม่ได้หยิบยกเรื่องวันเลือกตั้งขึ้นมาหารือระหว่างการประชุมนอกรอบแต่อย่างใด และไม่มีรัฐมนตรีคนใดซักถามเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ เห็นว่าการที่ไม่กำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน จะไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากมีเจตนารมณ์ชัดเจนที่ต้องการให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็วที่สุด ต่อข้อถามว่าจะมีปัญหาหรือไม่หากมีการเลื่อนการเลือกตั้งไปต้นปี 2551 นายโฆสิต กล่าวว่า หากจะเลื่อนออกไปอีก 2-3 สัปดาห์ก็ไม่มีปัญหา ด้าน นพ.พลเดช ปิ่นประทีป รมช.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อีกคนหนึ่งยืนยันว่าในที่ประชุมครม.ไม่ได้กันถึงเรื่องวันเลือกตั้ง
นายกฯกำชับรธน.ต้องผ่านประชามติ
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวในที่ประชุมครม.เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในที่ประชุมครม.ซึ่งมีนายสิทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. เข้าร่วมชี้แจงงาน เพื่อเสนอขออนุมัติใช้เงินในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า จะต้องพยายามทำให้การลงประชามติผ่านความเห็นชอบให้ได้
ทั้งนี้มีรัฐมนตรีรายหนึ่ง สอบถามเลขา กกต.ว่า คาดหมายว่าจะมีประชาชนลงประชามติ รธน.เท่าไหร่ ทาง เลขาธิการ กกต. ตอบว่า จากการประเมินสถานการณ์โดยภาพรวมแล้ว ประชาชนให้ความสนใจต่อการลงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่า จะมีประชาชนลงประชามติ 70 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ครม.ได้อนุมัติงบประมาณ 500 ล้านบาท ให้กกต.ไปเตรียมทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
ทางด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต.ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่างบ500ล้านบาท นี้ไม่ได้ขอเพิ่ม แต่เป็นการขอใช้งบก่อนเนื่องจากยังไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งกกต.จะนำไปเดินหน้าตามแผนการทำประชามติ ทั้งในส่วนของบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงประชามติ การพิมพ์บัตรออกเสียงประชามติ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการประชาสัมพันธ์
นายสุทธิพล ยังยืนยันว่า การเข้าชี้แจง กับครม.หนนี้ ไม่ได้พูดเรื่องวันเลือกตั้ง เพราะต้องทำไปทีละขั้น เวลานี้เรื่องเร่งด่วนคือ การทำประชามติให้มีคุณภาพ เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ เมื่อผลออกมา ประชาชนจะได้ยอมรับ
"วินัย" ไม่ได้หนักใจกระแสคว่ำรธน.
วันเดียวกัน พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะเลขาธิการ คมช.กล่าวว่าไม่ได้หนักใจกับกระแสข่าวคว่ำรัฐธรรมนูญ " หากไม่อคติจนเกินไปน่าจะยอมรับร่างนี้ได้ แต่คงห้ามไม่ได้สำหรับคนที่ยังไม่ทันยกร่าง ก็บอกว่าจะคว่ำแล้ว"พล.อ.วินัย กล่าว พร้อมกับแนะนำให้ประชาชนศึกษาถึงข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในส่วนของ คมช. หรือ กองทัพ จะพยายามทำอย่างดีที่สุด เพื่อให้ประชาชน เข้าใจในข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อถามว่า หากมีการเลือกตั้งมีการเลื่อนไปภายในต้นปี 2551 จะอธิบายให้ประชาชน ถึงความจำเป็นได้หรือไม่ พล.อ.วินัย กล่าวว่า ก็ต้องอธิบายเพราะปกปิดไม่ได้เนื่องจากเป็นคำมั่นสัญยาและเชื่อว่าประชนคงชอบ
บี้สนช.ผ่านพรบ.ประชามติ 3 วาระรวด
น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงความล่าช้าในการออก พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ว่า หากมีความจำเป็น สนช.คงจะเร่งพิจารณาให้ผ่าน 3 วาระรวด และถ้าเป็นไปได้ ควรจะเสร็จภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ก่อนการทำประชามติที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบไปถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง ทั้งนี้ หากต้องการให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยเร็ว จะต้องเร่งผ่านกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับด้วย
น.ต.ประสงค์ กล่าวยังกล่าวถึงกลุ่มไทยรักไทยมีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า จะประกาศอะไรก็ได้ พวกที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ยิ่งประกาศประชาชนจะทราบว่า มีการจัดตั้งนอมินีตัวแทนในพรรคการเมืองใหม่ ดังนั้น ประชาชนต้องมองให้ดีว่า พรรคใหม่ที่เกิดขึ้นมีโครงสร้างอย่างไร เหมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่ที่กินเข้าไปก็เมาเหมือนเก่า ยังมองไม่ออกว่าจะดิ้นรนกันไปเพื่ออะไร
ยันร่างรธน.ใหม่ดีกว่าปี2540 "พวกกลุ่มไทยรักไทยประชุมปรึกษาว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ลักษณะอย่างนี้ไม่ควรทำ ควรจะบอกเหตุผลสำคัญให้ประชาชนได้รับทราบว่า ไม่ดีอย่างไร"นต.กล่าว
ส่วนที่ระบุว่าให้นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาใช้นั้น นต.ประสงค์ กล่าวว่ารัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ตนก็ร่างมาด้วย จึงรู้ดีว่าฉบับปี 2540 กับฉบับนี้มีความแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งเรื่องสิทธิเสรีภาพ การควบคุมพรรคการเมือง เรื่องเหล่านี้ฉบับใหม่ดีขึ้นกว่าเดิม ดังนั้น หากกลับไปใช้ฉบับเก่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
"มีชัย"งัดข้อไม่ยอมให้ผ่าน3วาระ
ในขณะที่ นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธาน สนช. กล่าวว่า จะมามัดมือชกให้ที่ประชุมสนช.ผ่านร่างพรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ คงไม่ได้ เพราะทุกคนก็ต้องร่วมมือกัน มีเวลาเท่าไหร่ก็ต้องรีบทำให้เสร็จ แต่เมื่อเสร็จแล้วคนทั่วไปจะรู้หรือไม่ว่ามีเนื้อหาว่าอย่างไร เพราะจะมีเวลาเหลือไม่มากในการดูเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ เพราะเมื่อพิจารณาอะไรเสร็จก็ต้องทำประชามติเลย กระนั้นก็ตามนายมีชัย กล่าวว่าเมื่อเรารู้ว่าจะมีการลงประชามติในวันที่ 19 สิงหาคม เมื่อมีการเสนอร่างพรบ.ดังกล่าวเข้ามาก็ต้องรีบพิจารณากัน อาจต้องทำกันหามรุ่งหามค่ำ
เผยร่างพรบ.ประชามติถึงสนช.แล้ว
เมื่อถาม ว่าได้หารือกับคมช.เพื่อเตรียมรัฐธรรมนูญฉบับสำรองไว้ใช้แล้วหากการทำประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ผ่านหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่าไม่ได้มีการหารือกัน ขณะนี้ยังไม่มีใครคิด เพราะการลงประชามติยังมาไม่ถึง ไปคิดไว้มันก็เท่ากับทำให้เกิดทางเลือกเพิ่มขึ้น และไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม เป็นเรื่องของรัฐบาลและ คมช. ถ้าเตรียมไว้ก่อนรัฐธรรมนูญที่ร่างไว้ ก็เสียหายหมด เพราะทำมาแทบเป็นแทบตาย ขณะที่นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ วิป สนช. เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ส่งร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติมายัง สนช.าติแล้ว เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมของ สนช.ได้ภายในวันที่11 ก.ค.นี้
แนะพวกคัดค้านรธน.ไปลงสส.
พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และสมาชิก คมช. ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องการลงประชามติ ทางกองทัพเรือ ได้ร่วมรณรงค์อบรมให้ข้าราชการและครอบครัว ได้เข้าใจในการลงประชามติว่าต้องทำอย่างไร และต้องใช้วิจารณญาณเอง เราจะไม่ชี้นำว่าต้องเลือกหรือไม่เลือก ถือป็นอิสระของแต่ละบุคคล
เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ที่กลุ่มไทยรักไทยออกมาแถลงจุดยืนว่าจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ผบ.ทร. กล่าวว่า ควรเคารพกติกา ตั้งคนขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญต้องให้เกียรติ และเคารพเขา ทุกสิ่งทุกอย่างออกมาแล้วเราต้องเชื่อถือ รัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาถ้าไม่สมบูรณ์ก็ควรจะมีการต่อสู้ตามวิถีทางของประชาธิปไตย เมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว เข้ามาเป็น ส.ส. ก็สามารถดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตามต้องการ
"สุริยะใส" ชี้ ทรท.คว่ำ รธน.ช่วยแม้ว
นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.)กล่าวว่า การประกาศคว่ำรัฐธรรมนูญของกลุ่มไทยรักไทย มีนัยแอบแฝง คงหวังผลเพื่อให้คมช.ล้ม แล้วทวงอำนาจกลับคืนมาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว พร้อมกันนี้นายสุริยะใส ยังเตือนไปยังนักวิชาการที่ผสมโรงกับม็อบพีทีวีว่า ต้องระมัดระวังเพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของระบอบทักษิณ ได้ จะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดโดยไม่รู้ตัว
"ผมเชื่อว่าหาก คมช. มีมติที่ชัดเจนว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ผ่านจะนำรัฐธรรมนูญ 2540 มาบังคับใช้ โดยแก้ไขบางมาตราที่ไม่กระทบสาระสำคัญ จะมีทางออกให้กับทุกฝ่าย และกระบวนการตรวจสอบเอาผิดคนในระบอบทักษิณ และการเลือกตั้งก็เดินหน้าไปได้ตามปกติ ทำให้การลงประชามติในวันที่ 19 ส.ค.นี้ เปลี่ยนจากระเบิดเวลาเป็นพลุทางการเมืองได้ในที่สุด"นายสุริยะใส กล่าว
เทพเทือกชี้ทรท.ปลุกแสไม่ขึ้น
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าประชาชนที่สนับสนุนพรรคไทยรักไทยมีไม่ถึง 19 ล้านเสียงดังกล่าว และยังเชื่อว่าประชาชนจะมีประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะประชาชนอยากจะให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ความเป็นปกติโดยเร็วและมีประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งจริง ๆ
ดังนั้นไม่ว่าใครจะมาชักชวนอย่างไร ก็ยังเชี่อว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ยังรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างไรก็ตามอาจจะมีหัวคะแนนหรือกลุ่มที่เคยเลื่อมใสศรัทธาพรรคไทยรักไทยที่อาจจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ในวันนี้ประชาชนก็ติดตามข่าวสารบ้านเมืองและ มีวิจารณญาณของตัวเอง
ไม่สนเนวินประกาศช่วยแม้ว
ส่วนกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ กลุ่มไทยรักไทย ประกาศจะสู้หมดหน้าตักในการเลือกตั้งครั้งหน้านั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของกลุ่มไทยรักไทย เป็นที่ชัดเจนว่าเป็นการระดมเพื่อช่วยต่อสู้ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะยิ่งทำให้ประชาชนเห็นภาพชัดขึ้น และในส่วนของพรรคไม่รู้สึกกังวลใจต่อการผนึกกำลังดังกล่าว เพราะเหตุการณ์เปลี่ยนไปมาก
" คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) แสดงบัญชีทรัพย์สินออกมาชัดเจนแล้วว่า ในช่วงเวลาที่คนเหล่านั้นยึดอำนาจการปกครองบ้านเมือง และบริหารบ้านเมืองไปนั้น ได้เอาไปจากประเทศเท่าไร เอาไปจากประชาชนเท่าไร โดยวิธีการไหน ซึ่งประชาชนจะเข้าใจมากขึ้น ผมคิดว่าในวันนี้ พี่น้องประชาชนรู้และเข้าใจมากขึ้นว่า เงินที่นำมาให้ประชาชน 500-1,000 บาท กับเงินที่ได้ไปเป็นแสนล้านบาทนั้น คิดว่าวันนี้ประชาชนคงชั่งใจได้ถูกว่าเป็นเงินที่มากจริง ๆ" นายสุเทพ กล่าว
หมอวิชัยดักคอ อย่าโกงประชามติ
นพ.วิชัย ชัยจิตวณิชกุล อดีต แกนนำกลุ่มไทยรักไทย กล่าวยืนยันว่า กลุ่มไทยรักไทย เห็นตรงกันว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เป็นห่วงก็คือ กลัวว่าการลงประชุมมติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 19 สิงหาคม จะมีการโกงในการลงประชามติ เพราะทราบว่าขณะนี้ได้มีความพยายามใช้ฝ่ายปกครองและองค์กรท้องถิ่น ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและ อบต.ลงไปช่วยทำความเข้าใจกับประชาชน ดังนั้น ขอเตือนว่าใช้วิธีการโกงลงประชามติเพราะจะไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนแต่เชื่อว่าคงจะมีความพยายามทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี2550ผ่านออกไปให้ได้
อ๋อยกลับลำมติทรท.ล้มรธน.
ในขณะที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง หัวหน้ากลุ่มไทยรักไทย กลับออกตัวไม่กล้ายืนยันถึงมติของกลุ่มไทยรักไทยที่ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไปก่อนหน้านี้ และว่าในวันที่ 4 กรกฎาคม จะคุยกับแกนนำในเรื่องดังกล่าวอีกครั่ง
กระนั้นก็ตาม นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ตนมีความยินดี และพร้อมไปพบประธานคมช.หากท่านมี มีแนวทางเตรียมหารือกับตัวแทนพรรคการเมือง ทั้งเรื่องการทำประชามติ การเลือกตั้ง รวมทั้งการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ของกลุ่ม เพราะหากไม่มีพรรคขาดผู้สมัครรับเลือกตั้งก็จะทำได้ยาก และจะส่งผลต่อผู้สมัครในการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และเตรียมพร้อมการเลือกตั้ง