ผู้แทนประเทศไทย นพ.หทัย ชิตานนท์ ได้รับการโหวตเป็นประธานภาคีบุหรี่โลก มีวาระดำรงตำแหน่ง 1 ปี ทำหน้าที่สำคัญผลักดันการควบคุมการบริโภคยาสูบ ออกกฎหมายคุมบุหรี่ระดับโลก ส่วนข้อเสนอของไทยเรื่องการห้ามโฆษณาบุหรี่ทางอินเทอร์เน็ตที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการ แต่ต้องวางกรอบรายละเอียดอีกครั้ง ด้าน นพ.มงคล พร้อมหารือกระทรวงไอซีทีคุมการขายและโฆษณาบุหรี่ผ่านอินเทอร์เน็ตสธ. 6 ก.ค.- นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงว่า การประชุมกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบหรือกฎหมายควบคุมบุหรี่โลก ครั้งที่ 2 (Framework Convention on Tobacco Control : COP2 ) ซึ่งองค์การอนามัยโลกและประเทศไทยร่วมเป็นเจ้าภาพ ซึ่งสิ้นสุดการประชุมลงในวันนี้ (6 ก.ค.) ประสบความสำเร็จด้วยดี โดยประเทศไทยส่งผู้แทนคือ นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย ในฐานะรองประธานการประชุม COP2 เข้าชิงตำแหน่งประธานคณะทบวงกรอบอนุสัญญาบุหรี่โลก หรือตำแหน่งประธานภาคีบุหรี่โลก ปรากฏว่าที่ประชุม 147 ประเทศโหวตเป็นเอกฉันท์เลือกผู้แทนไทยเป็นประธาน มีวาระ 1 ปี ซึ่งตำแหน่งนี้มีความสำคัญมาก
เป็นผู้กำหนดนโยบายการควบคุมบุหรี่ของประเทศสมาชิกที่ลงนามในกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ
เช่น การห้ามโฆษณา ห้ามส่งเสริมการขายบุหรี่ทุกรูปแบบ ปราบปรามการค้าบุหรี่เถื่อน กำหนดภาษีและราคาบุหรี่ให้สูงขึ้นเพื่อลดนักสูบหน้าใหม่ กำหนดยุทธศาสตร์ต่อสู้กับการฉ้อฉลของบริษัทข้ามชาติ เป็นต้น ส่วนข้อเสนอของประเทศไทยเรื่องการควบคุมการโฆษณาบุหรี่ข้ามแดน การโฆษณาและขายบุหรี่ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นสื่อที่มีอิทธิพลมากต่อเยาวชนและยากต่อการควบคุมนั้น ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการแต่ในรายละเอียดต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาวางกรอบร่วมกัน เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมในปีหน้า กำหนดจัดขึ้นที่ประเทศแอฟริกาใต้
ถือเป็นเกียรติของประเทศไทยอย่างยิ่ง โดย นพ.หทัย เป็นผู้ทุ่มเททำงานด้านบุหรี่มาอย่างยาวนาน เมื่อท่านดำรงตำแหน่งประธานภาคีบุหรี่โลก จะจัดประชุมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตำแหน่งนี้จึงมีความสำคัญ ส่วนผู้แทนประเทศไทยที่จะเข้าร่วมประชุมกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลกคือ ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ซึ่งทั้ง 2 ท่านได้ทุ่มเทรณรงค์ต่อต้านการบริโภคบุหรี่ ยาสูบมาตลอด นพ.มงคล กล่าว
นพ.มงคล กล่าวด้วยว่ากรณีการควบคุมการโฆษณาบุหรี่ผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต หาก นพ.หทัย และ ศ.นพ.ประกิต ทำเรื่องเสนอมา ตนจะเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีมาหารือแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันด้วย อีกทั้งทราบว่า มาตรการทางภาษีบุหรี่ ได้มีการเสนอให้เก็บภาษีจากราคาขายปลีกแทนราคาที่แจ้งขณะนำเข้า โดยข้อมูลของ นพ.หทัย บุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร แจ้งราคานำเข้าเพียงซองละ 7 บาท แต่ราคาขายปลีกสูงกว่ามาก เท่าที่ทราบขายซองละ 65 บาท การเก็บภาษีที่ฐานคิดแตกต่างกันทำให้รัฐสูญเสียรายได้หลายหมื่นล้านบาทต่อปี
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
