โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ระบุการพัฒนาสังคมให้อยู่เย็นเป็นสุข จะต้องพัฒนาใน 3 ทิศทาง คือ การปรับตัวเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ มีความคิดริเริ่มและนวัตกรรมใหม่ ๆ และการปรับปรุงคุณภาพ ด้านเลขาธิการ สศช. ระบุดัชนีความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันในสังคมไทยดีขึ้น แต่ยังต้องพัฒนาในอีกหลายด้านกรุงเทพฯ 6 ก.ค. " นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม บรรยายพิเศษ ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุข ในการประชุมประจำปี 2550 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ว่า การจะมีสังคมที่อยู่เย็นเป็นสุขจะต้องมีการพัฒนาใน 3 ทิศทาง คือ
การปรับตัวเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ มีความคิดริเริ่มและนวัตกรรมใหม่ ๆ และการปรับปรุงคุณภาพ ซึ่งต้องระดมกำลังและต้องเชื่อมโยงการทำงานของทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากที่ผ่านมา ประเทศไทยขาดระบบการบริหารจัดการ นอกจากนี้ การพัฒนาประเทศยังต้องอาศัยกลไกตลาด เพราะโลกเชื่อมโยงด้วยระบบการตลาด ที่ผ่านมากลไกตลาดได้สร้างปัญหาให้กับประเทศไทย เนื่องจากความไม่พอดี ดังนั้น ประเทศไทยจะต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับตลาด โดยใช้หลักความพอดีและความยั่งยืน โดยจะต้องไม่ฝืนตลาดและยืนอยู่บนหลักเศรษฐกิจพอเพียง
ด้านนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า ในการสัมมนาวันนี้ สศช.ได้นำเสนอดัชนีความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันในสังคมไทย ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 โดย สศช.จะให้ความสำคัญกับสภาพสังคมและชุมชนมากขึ้น ซึ่งแม้ว่าดัชนีจะดีขึ้นจากร้อยละ 61.59 ในปี 2544 เป็นร้อยละ 64.02 ในปี 2549 แต่ยังมีบางเรื่องที่จะต้องปรับปรุง โดยจะต้องพัฒนาให้คนไทยคิดเป็นทำเป็น พัฒนาให้สถาบันครอบครัวมีความอบอุ่นมากขึ้น สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของรายได้ ปรับปรุงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และต้องให้สังคมไทยมีธรรมาภิบาล ลดการทุจริตคอร์รัปชั่น สร้างความสมานฉันท์ระหว่างคนในชาติ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
