คอลัมน์ สรรหามาเล่าโดย raikorn@hotmail.com
ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะใช่ ที่ ลูก ถูกยกให้เป็นเบอร์หนึ่ง และสามารถเป็นโซ่ทอง คล้องใจให้พ่อแม่ อดทนอยู่ กันต่อไปได้เพื่อลูก แต่สมัยนี้ที่สหรัฐอเมริกา มีผลสำรวจพบว่า การที่สามีภรรยารู้จักช่วยเหลือกันทำงานบ้าน คือหัวใจสำคัญ ที่สามารถทำให้ชีวิตคู่ยั่งยืน หรืออย่างน้อยก็อยู่กันอย่างราบรื่น!!!
ทั้งนี้ ในผลสำรวจของ Pew Reserch Center ที่สำรวจดูเรื่องชีวิตคู่และบทบาทการเป็นพ่อแม่ของคนอเมริกัน ได้กล่าวถึงปัจจัยเรื่อง ลูก ว่าได้ตกจากอันดับต้นๆ ร่วงลงไปอยู่อันดับ 8 แล้ววันนี้ จาก 9 ปัจจัยที่คู่สามีภรรยาบอกว่า เป็นปัจจัยที่ช่วยประคับประคองชีวิตคู่ให้อยู่กันอย่างราบรื่น ซึ่งยังมีทั้ง การรู้จักช่วยเหลือแบ่งกันทำงานบ้าน, รายได้ที่พอเพียง, ความซื่อสัตย์, และความพึ่งพอใจในเพศรส,ฯลฯ
ทั้งนี้ ในผลสำรวจดังกล่าวได้ยก ข้อมูลเปรียบเทียบให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง ระหว่างผลสำรวจเมื่อปี 2533 กับ ปัจจุบันจากที่ ลูก เคยถูกให้ความสำคัญเป็นอันดับ 3 ในผลสำรวจเมื่อปี 2533 และมีพ่อแม่อยู่ร้อยละ 65 ที่บอกว่า สายโลหิตคือ สิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยให้ชีวิตคู่ดูน่าอภิรมณ์ แต่พอผ่านมา 17 ปี ปรากฏว่าตอนนี้มีพ่อแม่ที่ยังรู้สึกอย่างนั้นลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 41
แต่ทว่า ประเด็นเรื่องงานบ้านที่สามีภรรยารู้จักช่วยแบ่งกันทำ กลับเป็นประเด็นที่ได้รับความสำคัญเพิ่มขึ้น จากเมื่อปี 2533 ที่มีสามีภรรยาอยู่ร้อยละ 47 ที่บอกว่า นี่คือเรื่องสำคัญมากที่ช่วยให้สามีภรรยาครองคู่กันอย่างมีความสุข พอมาปัจจุบันได้ขยับขึ้นมาเป็นร้อยละ 62
อย่างไรก็ตาม สำหรับปัจจัยที่ทำให้ ลูก ถูกบั่นทอนความสำคัญลงไปนั้น ด้าน เวอร์จิเนีย รุตเตอร์ นักสังคมวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฟรามมิงแฮม และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการครอบครัวร่วมสมัยได้ให้ความเห็นว่า อาจจะเป็นผลต่อเนื่องมาจากสภาพสังคมปัจจุบัน ที่มีสามีภรรยาจำนวนไม่น้อยที่อยู่กันโดยไม่มีลูก อีกทั้งยังมีหญิงชายจำนวนมากที่มองจุดมุ่งหมายของการแต่งงานไม่ได้จบลงที่การมีลูก เลี้ยงลูก แต่ให้ความสำคัญกับการมีความสุขในชีวิตร่วมกัน การช่วยกันเติมเต็มในส่วนขาดซึ่งกันและกันเป็นหลัก
แล้วส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นด้วยปัญหายุ่งยากหลังมีลูก ที่คู่สามีภรรยาต้องคิดหนัก ไหนจะเรื่องสถานรับเลี้ยงเด็ก ที่รัฐบาลก็ยังไม่สามารถจัดตั้งได้อย่างเพียงพอหรือนโยบายต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกให้แก่คนทำงานที่ยังมีลูกเล็กๆ ก็ยังไม่มีออกมาเป็นรูปธรรม
ถ้าเราต้องการเน้นให้ผู้คนเห็นความสำคัญของครอบครัว เราก็จำเป็นต้องเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่เราเป็นอยู่ขณะนี้ รุตเตอร์ให้ความเห็น โดยอ้างถึงคู่แต่งงานหนุ่มสาวที่ส่วนใหญ่จะต่างทำงานนอกบ้านด้วยกันทั้งคู่ แล้วเมื่อถึงเวลาตัดสินใจจะมีลูกสักคน ก็ต้องคิดหนักถึงปัจจัยดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะปัญหาว่า จะเอาลูกไปฝากใครเลี้ยงระหว่างทำงาน บริษัทมีนโยบายให้หยุดงานอยู่บ้านเลี้ยงลูกโดยยังได้รับเงินเดือนได้นานแค่ไหน แล้วยังปัญหาเรื่องงานบ้านทั้งเช็ดถู ทำความสะอาด ซึ่งแม้จะดูเป็นเรื่องจุกจิกเล็กน้อย แต่เป็นงานที่ต้องทำกันทุกวัน และสามารถบั่นทอนความรักระหว่างสามีภรรยามาหลายคู่แล้ว
หน้า 25
ข้อมูลจาก มติชน
