แม้จะมีกฎหมายการจัดระเบียบสถานบันเทิงหรือ โซนนิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้มีสถานบันเทิงอยู่ในบริเวณสถานศึกษา แต่ในทางปฏิบัติ ร้านค้าต่างๆ รอบโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาหลายแห่งก็ยังคงมีอยู่ให้เห็นสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เครือข่ายเยาวชน ไม่นะ...เหล้าบุหรี่ ร่วมกับ คณะครูและนักเรียนกว่า 40 โรงเรียนใน กทม.เขต 1 จึงจัดการเสวนาหัวข้อ ปกป้องเยาวชนไทย ห่างไกลสิ่งเสพติดที่ถูกกฎหมาย มี พล.อ.เสริมศักดิ์ วิเศษไชยศรี รององค์ประธานกรรมการมูลนิธิคุณพุ่มในพระองค์ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นประธานการเปิดงาน
เวทีเสวนาครั้งนี้พูดถึงภัยอันตรายและโทษอันเกิดพิษภัยของสิ่งเสพติดที่ถูกกฎหมาย เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกจากจะทำให้สิ้นเปลืองเงินทองแล้ว ยังเป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น ปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาแล้วขับ ปัญหาการทะเลาะวิวาทจนต้องสูญเสียชีวิตจากการขาดสติ
นางสาวเมธิรา อินทร์สวาท ตัวแทนจากเครือข่ายเยาวชนไม่นะ...เหล้าบุหรี่ บอกว่า จากการทำงานเรื่องเหล้าและบุหรี่มาตลอด 4 ปี ปัญหาเหล้าบุหรี่เป็นปัญหาใหญ่ที่สำคัญพอๆ กับปัญหาระดับชาติอื่นๆ ด้วยเพราะปัญหาเหล้าบุหรี่ใช้กลยุทธ์ 3 อย่าง คือ มอมเมามาก ขายมาก ราคาถูก เพื่อทำให้เยาวชนไทยหันมาบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันมากขึ้น ทางเครือข่ายเห็นด้วยกับการให้มีกฎหมายเรื่องการห้ามโฆษณา ด้วยเหตุที่ทุกวันนี้เด็กไทยตกอยู่ในสภาพที่เป็นเพียงผู้รับสื่อ แต่ยังขาดความรู้เท่าทันสื่อ จึงเป็นการดีที่จะมีการควบคุมโฆษณาไม่ให้มากเกินไป และอยากเรียกร้องให้สังคมร่วมมือกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ปกป้องเยาวชนไทยไม่ปล่อยให้เกิดการตัดสินใจเองภายใต้สภาพแวดล้อมที่ยั่วยุอยู่ตลอดเวลานี้
ส่วนนายตะวัน มานะกุล ประธานนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย แสดงความคิดเห็นว่า สภาพแวดล้อมในโรงเรียนไม่น่าทำให้เยาวชนติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ เพราะในโรงเรียนมีการตรวจตราอย่างเข้มงวด แต่น่าจะเป็นเพราะเยาวชนเดินไปหาสิ่งเสพติดเหล่านี้มากกว่า ไม่ว่าจะด้วยความอยากลองหรือด้วยตัวอย่างที่ได้เห็นจากคนใกล้ตัวในครอบครัว การโฆษณาก็เป็นตัวกระตุ้นอย่างหนึ่ง แต่สิ่งที่อยากเสนอคือ อยากให้ผู้ใหญ่ไม่มองแค่เป็นปัญหา ควรคิดหาทางออกให้เด็กๆ ด้วย การจัดให้มีกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการตามวัยที่ถูกต้อง ก็เป็นทางแก้ปัญหาที่ดีอย่างหนึ่ง
ปัญหายาเสพติดคงต้องช่วยกันทุกฝ่าย
หน้า 36
ข้อมูลจาก มติชน
