คอลัมน์ ภัยสังคมภาษิตข้างต้นนี้ยังคงใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย ยิ่งสมัยนี้โจรมาในคราบสุภาพบุรุษให้เป็นข่าวกันครึกโครม ดังเช่น ภัยสังคมที่เกิดขึ้นกับ คุณป้าท่านหนึ่ง ที่กรุณาโทรศัพท์มาแจ้งที่สำนักพิมพ์เพื่อให้ช่วยขยายต่อ ให้เป็นอุทาหรณ์และเตือนภัยคนในสังคม
คุณป้าท่านนี้ เล่าว่า ตนเองนั้นเป็นแฟนรายการวิทยุเพลงลูกทุ่งคลื่นหนึ่งของวิทยุชุมชนย่าน... ซึ่งห้องส่งรายการอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับที่คุณป้าท่านนี้อาศัยอยู่
ด้วยความที่ดีเจ.ประจำรายการเป็นหนุ่มคารมดี จัดรายการจนคนในหมู่บ้านติดกันงอมแงม จึงมีคุณพี่ ป้า น้า อา แวะเวียนกันไปทักทาย พูดคุย นานเข้าก็กลายเป็นความสนิทสนมรักใคร่เอ็นดูเหมือนลูกหลาน
หลังจากที่รู้จักกันประมาณ 1 ปี ดีเจ.หนุ่มคนนี้เริ่มเอ่ยปากขอหยิบยืมเงินจากคุณป้าท่านนี้ โดยให้ข้ออ้างว่า จะนำเงินไปทำเทป ขายได้แล้วจะนำเงินมาคืน คุณป้าเจ้าของเรื่องเห็นว่า หน้าตา ท่าทาง การพูดการจาดี ไม่น่าจะเป็นคนร้าย จึงให้ยืมไปโดยไม่เอะใจใดๆ ทั้งสิ้น
30,000 บาท!!!
จาก 1 เดือน เป็น 3 เดือน และเป็น 1 ปี ... ดีเจ.หนุ่มคนนี้หนีหน้าหายตัวไป โทรศัพท์ไปก็ไม่รับและปิดเครื่องหนี ที่สำคัญ ยังย้ายบ้านหนีไปอีกด้วย นานวันเข้าคุณป้าเก็บความอึดอัดใจไม่ไหว ระบายให้เพื่อนบ้านฟัง จึงได้รู้ว่าเพื่อนบ้านก็ถูก ยืมแล้วหนี เช่นเดียวกัน
จึงอยากฝากเตือนผู้ฟังรายการวิทยุทั้งหลาย ซึ่งคุณป้าบอกว่า ไม่ติดใจเรื่องเงินอีกแล้ว และก็ไม่อยากเอาเรื่องเอาราว แต่จากการสืบทราบรู้มาว่า ดีเจ.หนุ่มคนนี้ได้ย้ายไปจัดรายการวิทยุรายการเพลงลูกทุ่งคลื่นวิทยุชุมชนแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา หากแฟนรายการแถวๆ นั้นพบเจอพฤติกรรมคล้ายๆ แบบนี้จะได้ระวังตัวไว้ ไม่ตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพที่แอบแฝงตัวมา
อีกหนึ่งภัยสังคมที่น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆ คน
พบเห็นเหตุการณ์ที่เป็นภัยต่อสังคม บอกต่อที่ family@matichon.co.th หรือ 0-2589-0020 ต่อ 1457
หน้า 35
ข้อมูลจาก มติชน
