คอลัมน์ โครงร่างตำนานคนโดย การ์ตอง
ดูคล้ายจะได้คำตอบว่าอนาคตทางการเมือง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หลังเกษียณ ผบ.ทบ. จะทิ้งเก้าอี้ประธาน คมช. สู่เวทีการเมืองภายใต้กรอบรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
แต่ข้อสรุปอย่างเป็นทางการยังเป็นคำตอบที่ดิ้นได้ บิ๊กบัง พูดแค่เพียงจะตัดสินใจหลังเกษียณ
เมื่อแนวโน้มอนาคตการเมืองของ บิ๊กบัง ว่าจะเป็นในรูปแบบใดส่งผลสะเทือนต่อความเป็นไปของประเทศเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทิศทางของระบอบประชาธิปไตยไทย และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ย่อมเป็นธรรมดาของกระแสความสนใจจะไปที่ความชัดเจนในเรื่องนี้
ดังนั่นเมื่อคำตอบจาก พล.อ.สนธิ ยังไม่ชัด กระแสความสนใจก็ต้องดิ้นหาว่า ใครจะให้ความชัดได้อีก
ในเรื่องนี้ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นผู้ที่สนิทสนมกับ พล.อ.สนธิอาจจะให้ความชัดเจนระดับหนึ่งว่า พล.อ.สนธิจะลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ไม่ใช่ฐานะผู้นำพรรค และไม่ใช่ในพรรคที่ตั้งขึ้นมาสำหรับทหาร ตำแหน่งในรัฐบาลไม่ใช่นายกรัฐมนตรี แต่ละเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านความมั่นคง ควบกับเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เพียงแต่นั่นเป็นความชัดเจนระดับหนึ่งที่ต้องต่อยอดให้เกิดความกระจ่างมากขึ้น ซึ่งที่สุดแล้วคำถามที่ต้องหาคำตอบเป็นเบื้องต้นคือ พรรคการเมืองที่จะมีชื่อ พล.อ.สนธิอยู่ในบัญชีผู้สมัครรับเลือกตั้งคือพรรคการเมืองใด
เชื่อว่าเมื่อได้ยินคำถามนี้ ชื่อแรกจะผุดขึ้นในความคิดของทุกคนที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างใกล้ชิด คือพรรคการเมืองที่แปรรูปมาจาก กลุ่มสมานฉันท์ ภายใต้การนำของ สุวัจน์ ลิปตพัลล ที่มี พินิจ จารุสมบัติ-ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ-สุวิทย์ คุณกิตติ เป็นพันธมิตรหัวขบวน
ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากมีการเปิดเผยถึงความสัมพันธ์ และความเคลื่อนไหวที่ประสานเชื่อมกันแทบเป็นเนื้อเดียวกันระหว่างกลุ่มสมานฉันท์ และเครือข่ายใน คมช.มาอย่างต่อเนื่อง
สุวัจน์ เชื่อมต่อถึง พล.อ.สนธิ ผ่าน พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เลขาธิการ คมช.
สุวัจน์ กับ พล.อ.วินัย ไม่เพียงเป็นศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียลร่วมกัน แต่ต่างเป็นคนสนิทของ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก เคยทำงานในพรรคปวงชนชาวไทยมาด้วยกัน
มีความเคลื่อนไหวมาตลอดว่ากลุ่มสมานฉันท์จะจัดตั้งพรรคการเมือง ที่ประสานเอากลไกของ คมช.เข้ามาร่วมทำงาน ด้วยความเชื่อมั่นว่าการเดินหมากการเมืองเช่นนี้จะเป็นความลงตัวที่สุดในการจะทำให้เป็นพรรครัฐบาล บริหารประเทศต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวนั้น หากติดตามจะพบว่าเป็นเพียงกระเซ็นกระสายของข่าวที่ไม่มีการยืนยัน โดยเฉพาะจากกลุ่มสมานฉันท์
จนถึงนาทีนี้ คนที่ออกมาพูดอย่างเปิดเผยมีเพียง พล.อ.สนธิ และ บางคนในคณะทหาร ยังไม่เคยมีเสียงจาก สุวัจน์ ซึ่งเชื่อกันว่าเกาะกุมอนาคตของ พล.อ.สนธิ อย่างใกล้ชิด
ดังนั้น ด้วยเหตุที่ไม่สามารถรับรู้ความชัดเจนจาก พล.อ.สนธิได้
บุคคลที่จะถูกกระแสความอยากรู้เรียกร้องให้ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้คนต่อไป น่าจะเป็น สุวัจน์ ลิปตพัลลภ
ที่ผ่านมาพยายามลดความเคลื่อนไหวที่เปิดเผยลงอย่างมาก ซึ่งอาจจะเป็นเพราะมีความเชื่อว่าการเคลื่อนไหวเพื่อความเด่นดังในช่วงนี้ไม่มีประโยชน์ การแสดงออกต้องระมัดระวังไม่ให้ผิดพลาด ในระดับอยู่ในสภาวะเสี่ยง การอยู่นิ่งๆ เคลื่อนไหวโดยไม่เปิดเผยเป็นแนวปฏิบัติที่ดีกว่า
นั่นเป็นเรื่องที่กระแสต้องการความชัดเจนยังคาดหวังว่า พล.อ.สนธิ จะเป็นผู้เคลียร์ให้ เมื่อถึงที่สุดแล้ว หาความชัดเจนไม่ได้จาก พล.อ.สนธิ
กระแสต้องการหาความชัดเจนจะมุ่งไปที่การหาคำตอบจาก สุวัจน์ ลิปตพัลลภ
ดูเหมือนว่าเวลาที่จะดึงให้ สุวัจน์ ออกมาให้คำตอบเรื่องอนาคตบิ๊กบัง ได้มาถึงอย่างยากจะหลีกเลี่ยงแล้ว
หน้า 4
ข้อมูลจาก มติชน
