คอลัมน์ ส่องโรค ไขสุขภาพโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ นิวโมคอคคัส ชนิดรุนแรง หรือที่เรียกว่าโรคไอพีดี (IPD; Invasive Pneumococcal Disease) กลายเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลก และเป็นสาเหตุหนึ่งที่องค์การอนามัยโลก (WHO) สรุปเป็นรายงานให้ทุกประเทศควรจะมีการบรรจุวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสนี้เข้าเป็นวัคซีนแห่งชาติอย่างเร่งด่วน
นพ.นิธิ หล่อเลิศรัตน์ กุมารแพทย์ด้านโรคติดเชื้อในเด็ก กล่าวว่า โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็กเล็ก เกิดขึ้นได้จากทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส ในอดีตพบว่าเชื้อฮิบเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อที่พบได้บ่อยที่สุด ถ้าเด็กเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ 100 คน จะติดเชื้อฮิบร้อยละ 40 ส่วนการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอี หรือรู้จักกันในชื่อว่าเชื้อนิวโมคอคคัส ร้อยละ 30-40 แต่หลังจากมีการฉีดวัคซีนฮิบ ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อฮิบลดลงมาก
เชื้อนิวโมคอคคัสที่ก่อให้เกิดโรคไอพีดี สามารถติดต่อผ่านระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากเชื้อชนิดนี้มักอาศัยอยู่ในโพรงจมูกและลำคออยู่แล้วจำนวนหนึ่ง หากร่างกายอ่อนแอ ไม่มีภูมิต้านทานหรือภูมิต้านทานลดลง เชื้อก็มีการแบ่งตัวเพิ่มขึ้น เมื่อมีการไอหรือจาม เชื้อก็สามารถแพร่กระจายจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ ยิ่งเด็กเล็กๆ ที่มีภูมิคุ้มกันที่ต่ำ โอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อจึงสูง และยิ่งถ้าเป็นเด็กเล็กในกลุ่มเสี่ยงโอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อนิวโมคอคคัสก็จะยิ่งมีมากขึ้นอีก เช่น เด็กเล็กที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เด็กเล็กที่มีปัญหาเรื่องหอบหืด โรคไต หรือโรคเลือด
อาการโดยทั่วไป คือ มีไข้ ซึม หรืออาเจียน กล้ามเนื้อ แขน-ขาอ่อนแรง และอาจชักได้ในบางราย ซึ่งเมื่อตรวจร่างกายแล้วจะพบว่ากระหม่อมโป่งตึง และคอแข็ง แต่เนื่องจากเชื้อนิวโมคอคคัส สามารถก่อให้เกิดโรคได้หลายโรค เช่น การติดเชื้อที่ปอดอาจทำให้เกิดโรคปอดบวม หรือหากเชื้อลุกลามเข้าไปในกระแสเลือดก็อาจก่อให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด โดยเฉพาะการเกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากการติดเชื้อนิวโมคอคคัสนั้น มีความรุนแรงและอันตราย และอาจทำให้เด็กพิการหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ นพ.นิธิกล่าว และว่า ร้อยละ 75 ของจำนวนผู้ติดเชื้อนิวโมคอคคัสหรือเป็นโรคไอพีดี มักเป็นเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี ดังนั้น วิธีหลีกเลี่ยงโรคนี้จึงไม่ควรให้เด็กเล็กอยู่ในสถานที่แออัด
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
