งัดไม้ตายแจงชาวบ้านโค้งสุดท้ายก่อนออกเสียงประชามติ คว่ำรัฐธรรมนูญคือเรียกทักษิณกลับ เชื่อชาวบ้านสุดระอาพฤติกรรมแกนนำเคลื่อนไหวคว่ำรธน.ในเชียงใหม่ นักวิชาการสื่อสารมวลชนห่วงความเคลื่อนไหวสองขั้วทำประชาชนตัดสินใจไม่ถูก(7สค.) พ.อ.นพพร เรือนจันทร์ รอง ผบ.ฉก.ร.7 กล่าวถึงการรณรงค์ให้ประชาชนไปออกเสียงประชามติว่าพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการเรียกประชุมผู้นำชุมชนโดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้านของทุกอำเภอ เพื่อให้เข้าไปชี้แจงกับคนในชุมชนถึงข้อดีข้อเสียในการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยการเรียกประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านได้ทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อกระตุ้นให้การรณรงค์ได้ ผลมากที่สุด
ล่าสุดประเมินได้ว่าประชาชนทั้งจังหวัดเชียงใหม่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 รับทราบในเรื่องการลงประชามติ แต่ยอมรับว่ามีจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้ถึงสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญทำให้ในบางพื้นที่ต้องใช้วิธีอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด โดยอธิบายว่าหากไม่ต้องการพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ให้รับ แต่หากยังต้องการอยู่ก็ให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ออกมาต่อต้านเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ในกรอบของกฏหมาย ส่วนแกนนำขั้วอำนาจเก่าบางคนที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อเนื่อง เชื่อว่าชาวเชียงใหม่ส่วนใหญ่คงเอือมระอากับพฤติกรรมการย้ายจากพรรคเก่ามาอยู่ไทยรักไทยเห็นได้ชัดแล้วว่าเป็นเพราะอะไร ไม่ต่างจากคำเปรียบเปรยที่ว่าเงินตกบนหญ้า หญ้ายังแหวก เรียกได้ว่าเป็นคนทรยศ ส่วนกระแสแจกเงินซื้อเสียงคว่ำรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ คนเชียงใหม่ฉลาดพอที่จะตัดสินใจ
รายงานข่าวแจ้งว่าแม้ฝ่ายทหารจะเชื่อว่าไม่มีการซื้อเสียงล้มรัฐธรรมนูญ แต่พบว่ามีความเคลื่อนไหวของหัวคะแนนขั้วอำนาจเก่าในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอทางตอนใต้ ไม่ว่าจะเป็น อ.จอมทอง ฮอด อมก๋อยและดอยเต่า ซึ่งมีกระแสข่าวในพื้นที่ว่าจะมีการแจกเงินสำหรับผู้ที่ไม่รับร่างหัวละ 200 บาท ซึ่งขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด
ด้านนายธีรภัทร วรรณฤมล อาจารย์ประจำภาควิชาการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า การออกมาเคลื่อนไหวคว่ำรัฐธรรมนูญของกลุ่มต่างๆ อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสนจนอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจ ทั้งนี้หากไม่มีเวลาอ่านหรือไม่แน่ใจควรดูเนื้อหาเฉพาะส่วนที่มีผลกระทบต่อตัวเองโดยเฉพาะหมวดสิทธิเสรีภาพ เพื่อประกอบการตัดสินใจ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
