ปิดโรงงานเฟอร์นิเจอร์ลอยแพ 500 คนงาน-ประสาน ตม.ล่านายจ้างไต้หวัน บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เครือ "อนุทิน" เจ๊ง เลิกจ้างคนงาน 143 คน ลูกจ้าง โซนี่ 18 คน ฟ้อง ครส. เอาผิดนายจ้าง ส่วน "ไทยศิลป์" ปิดถาวรแล้ว เร่งขายทรัพย์สินจ่ายค่าชดเชยพนักงาน-จัดนัดพบแรงงานช่วยลูกจ้าง บอร์ด สปส.ตีกลับแผนชะลอ ส่งเงินสมทบประกันสังคมนายจ้าง 4 เดือน ฝ่ายลูกจ้างชี้ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายรายงานข่าวจาก จ.ชลบุรี แจ้งว่า เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่บริเวณหน้าบริษัท ฟินิกซ์ เฟอร์นิเจอร์ กรุ๊ป จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 116/3 หมู่ 2 ต.หนองบอนแดง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ประเภทตู้ เตียง ภายในห้องนอนส่งออก มีพนักงานชาย-หญิงกว่า 500 คน มาชุมนุมประท้วง หลังจากที่ผู้บริหารปิดโรงงานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เจ้าของโรงงานเป็นชาวไต้หวัน ชื่อนายลี เฉิน ฟู ก่อนหน้านี้ มีสัญญาณเตือนว่า ระบบการเงินของบริษัทประสบปัญหามานานนับปีแล้ว สังเกตได้จากการจ่ายค่าแรงพนักงานที่ล่าช้ากว่ากำหนด บางครั้งเลื่อนนานกว่า 10 วัน ทำให้พนักงานได้รับความเดือดร้อน
ล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม มีการจ่ายเงินเดือนงวดที่ค้างของเดือนก่อน แต่ในวันจันทร์ นายลี เฉิน ฟู ก็หายหน้าไปติดต่อไปไม่ได้ และมีการสั่งปิดโรงงานตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมนี้ ห้ามบุคคลผ่านเข้าไปในโรงงาน ทำให้พนักงานกว่า 500 คนในสายงานต่างๆ ต้องประสบปัญหาถูกลอยแพ
ขายทรัพย์สินทอดตลาดจ่ายลูกจ้าง
ต่อมา นายคมสัน เอกชัย รองผู้ว่าฯ ชลบุรี ได้ไปพูดคุยและเจรจากับผู้ชุมนุม โดยได้ข้อสรุปว่า ทางราชการจะอายัดทรัพย์สินของโรงงาน เพื่อนำไปขายทอดตลาดและนำเงินมาช่วยเหลือพนักงาน ขณะเดียวกัน ก็ประสานไปยังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองให้ตรวจสอบ และสกัดกั้นการหลบหนีออกนอกประเทศของนายลี เฉิน ฟู นายจ้างด้วย
ส่วนการให้ความช่วยเหลือแบ่งเป็นประเภทดังนี้ คือ พนักงานที่มีอายุงานระหว่าง 4 เดือนถึง 1 ปี ได้รับเงินชดเชย 1 เดือน อายุงาน 1-3 ปี ได้รับเงินชดเชย 3 เดือน อายุงาน 3-6 ปี ได้รับเงินชดเชย 6 เดือน อายุงานเกิน 6 ปี ได้รับเงินชดเชย 10 เดือน แต่พนักงานที่เข้ามาใหม่ยังไม่ได้รับการบรรจุได้รับเงินชดเชย 1 สัปดาห์ หรือ 15 วัน หลังจากรองผู้ว่าฯ ชลบุรี ได้เจรจาหาทางออกให้แก่พนักงานแล้ว ผู้ชุมนุมทั้งหมดต่างพอใจและพากันสลายการชุมนุมในที่สุด
บริษัทก่อสร้างเครือ"อนุทิน"ปิดอีก
วันเดียวกัน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง ได้รับแจ้งจาก นางพรวลัย คำเครือ หัวหน้าธุรการบริษัท ไทย เมนเทนเนนท์ คอนเทรคติ้ง จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 4 หมู่ 6 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ซึ่งมีนายมาศถวิน ชาญวีรกูล เป็นญาติของนายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีต รมช.สาธารณสุข พรรคไทยรักไทย เป็นเจ้าของ ประกาศเลิกจ้างพนักงานจำนวน 143 คน เนื่องจากประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ขาดทุนจากการประกอบกิจการรับเหมา ซ่อมบำรุงในวงการอุตสาหกรรม การเลิกจ้างพนักงานรายวัน 96 คน มีผลในวันที่ 15 สิงหาคม รายเดือน 47 คน มีผลวันที่ 31 สิงหาคม ทั้งนี้ การเลิกจ้างได้รายงานให้นายพลวัต ชยานุวัชร ผู้ว่าฯ ระยอง ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม แล้ว ซึ่งนายจ้างรับปากว่าจะดำเนินการจ่ายค่าชดเชย และค่าจ้างค้างจ่ายตามกฎหมายทุกประการ
ลูกจ้างโซนี่ร้อง ครส.สอบนายจ้าง
นายสุเทพ อุ่นสมัย รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีลูกจ้างบริษัท โซนี่ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จ.ชลบุรี จำนวน 18 คน มาร้องเรียนว่าถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ว่า ขณะนี้คนงานทั้ง 18 คนได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ (ครส.) ให้พิจารณาสอบสวนการกระทำของนายจ้าง ซึ่งแนวทางของ ครส.นั้นจะต้องมีการเชิญนายจ้าง ลูกจ้างเข้ามาสอบถามข้อเท็จจริง พร้อมพิจารณาตัดสินให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน โดยแนวทางหากเป็นไปตามที่ลูกจ้างร้องเรียนว่าถูกนายจ้างเลิกจ้างเนื่องมาจากการรวมตัวจัดตั้งสหภาพแรงงานและยื่นข้อเรียกร้อง ซึ่งสามารถทำได้ตามกฎหมาย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 2518 ครส.สามารถชี้ขาดให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานในสถานะเดิมได้ หรือหากลูกจ้างคนใดที่ไม่ต้องการเข้าทำงานในตำแหน่งเดิมก็สามารถเรียกเงินค่าชดเชยและค่าเสียหายตามระยะเวลาที่ทำงานได้
ต้องดูข้อมูลทั้งสองฝ่าย นายจ้างก็มีสิทธิโต้แย้ง ชี้แจงข้อมูลที่แท้จริง แต่โดยที่จริงแล้วไม่อยากให้มีการเลิกจ้าง ทำผิดกฎหมายกัน อยากให้เจรจาสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน อยากให้นายจ้างทุกคนเข้าใจว่าการมีสหภาพแรงงานนั้นอาจจะติดขัดบ้างในช่วงแรกๆ แต่ในระยะยาวก็จะสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจได้เหมือนกรณีวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 อีกอย่างหนึ่งเราต้องสร้างให้คนงานรัก ผูกพันในองค์กร คิดว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรธุรกิจจะยั่งยืนไม่ล้มแน่นอน นายสุเทพ กล่าว
ไทยศิลป์ฯปิดถาวรเร่งขายทรัพย์สินจ่ายลูกจ้าง
ขณะที่บริษัท ไทยศิลป์ อาคเนย์ อิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด ได้ปิดตัวลงอย่างถาวรแล้ว ตามคำสั่งในวันที่ 7 สิงหาคม มีผลให้ลูกจ้างจำนวน 2,000 คนตกงาน ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวภายในบริษัทว่า พนักงานส่วนหนึ่งได้ทยอยซื้อจักรเย็บผ้าของบริษัทเอาไว้ใช้เอง เพื่อจะนำเงินเข้ากองกลาง และเก็บไว้จ่ายเป็นค่าชดเชยให้แก่พนักงาน
ด้าน นายบุญลือ ยอดบุญ อายุ 30 ปี แกนนำพนักงานบริษัทไทยศิลป์ฯ กล่าวว่า หากขายจักรเย็บผ้าได้ทั้งหมด ก็จะเป็นเงินจำนวน 40 ล้านบาท เมื่อนำรวมกับเงินที่ขายทรัพย์สินก่อนหน้านี้จำนวน 28 ล้านบาท จะมีเงินในบัญชีจำนวน 68 ล้านบาท ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะขายทรัพย์สินมาจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างได้ครบ 122 ล้านบาทหรือไม่ ส่วนในเรื่องของการชุมนุมปิดถนน หากนายจ้างอนุญาตให้ชุมนุมในบริษัทได้ ยืนยันจะไม่มีการปิดถนน เพราะไม่อยากให้คนอื่นมาเดือดร้อนไปด้วย
แรงงานจัดนัดพบแรงงานช่วยลูกจ้าง
ด้าน นายมนูญ ปุญญกริยากร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า สำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดงานนัดพบแรงงานย่อยขึ้น ในวันที่ 8 สิงหาคม เวลา 09.00-16.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 และบริเวณด้านหน้าสำนักงานคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อบริการจัดหางานให้ผู้ถูกเลิกจ้าง ในรูปแบบศูนย์บริการเบ็ดเสร็จขึ้น โดยมีสถานประกอบการรับสมัครงานกว่า 30 บริษัท มีตำแหน่งงาน 1,000 อัตรา เช่น เย็บจักรอุตสาหกรรม พนักงานฝ่ายผลิต พนักงานพีซีประจำห้าง พนักงานจัดซื้อ ดีไซเนอร์ ช่างซ่อมบำรุง พนักงานแผนกฟินิชชิ่ง พนักงานคิวซี พนักงานเย็บ ช่างไฟฟ้า พนักงานบริการ พนักงานประจำร้าน ผู้จัดการร้านค้า เจ้าหน้าที่ประสานงานขาย เป็นต้น พร้อมทั้งให้บริการขึ้นทะเบียนกรณีว่างงาน แนะแนวอาชีพเพื่อประกอบอาชีพอิสระ และยังมีรถโมบายยูนิต ให้บริการหาตำแหน่งงานว่างได้ทั่วประเทศอีกด้วย
ตีกลับแผนชะลอส่งเงินสมทบนายจ้าง
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด) สปส.ได้ประชุมเพื่อพิจารณาวาระด่วนการชะลอจ่ายเงินสมทบให้นายจ้างออกไป 4 เดือน ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระนายจ้างและสถานประกอบการที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจ โดยมีนายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานบอร์ด สปส. เป็นประธาน โดยใช้เวลาในการประชุม 4 ชั่วโมง ภายหลังการประชุม
นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ เลขาธิการ สปส.ในฐานะเลขานุการที่ประชุม กล่าวว่า บอร์ด สปส.สั่งให้ สปส.กลับไปทบทวนวาระดังกล่าวเพื่อให้เกิดความรอบคอบและให้ทำหนังสือสอบถามไปยังสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยก่อนว่า มีสถานประกอบการประเภทใดกี่แห่งที่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าเงินบาท จากนั้นค่อยนำผลที่ได้มาพิจารณาดำเนินการอย่างอื่นต่อไป
นายชัยสิทธิ์ สุขสมบูรณ์ บอร์ด สปส.ฝ่ายลูกจ้าง กล่าวว่า มาตรการชะลอการส่งเงินสมทบเป็นเวลา 4 เดือนนี้ ที่ประชุมได้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งบอร์ดฝ่ายลูกจ้างต่างก็คัดค้านเพราะไม่ต้องการให้เอะอะอะไรก็มาให้ สปส.ช่วยเหลือโดยไม่ดูว่านายจ้างเดือดร้อนจริงหรือไม่ หรือมีกี่รายที่กำลังประสบปัญหา ประกอบกับที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการ 6 ข้อเพื่อช่วยเหลือสถานประกอบการไปแล้ว จึงควรรอดูผลที่จะตามมา การช่วยเหลือของ สปส.จึงเป็นทางเลือกสุดท้ายมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้บอร์ดฝ่ายนายจ้าง ก็ยังเห็นตรงกันว่าควรจะพิจารณาปัญหาของสถานประกอบการเป็นรายๆ ซึ่งยังมีมาตรการอื่นที่รัฐสามารถช่วยเหลือได้อีกมาก ไม่ใช่คิดเอาจาก สปส.อย่างเดียว ขณะนี้กำลังสำรวจว่ามีนายจ้างกี่รายที่เดือดร้อน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
