ไฟเขียวคลังเปลี่ยนรูปแบบด้านหน้าเหรียญกษาปณ์ทุกชนิด จากพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี 2530 เป็นปัจจุบัน รวมทั้งเปลี่ยนขนาดโลหะลดต้นทุนการผลิต 1.9 พันล้านบาท/ปีกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายโชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ในการเปลี่ยนรูปแบบเหรียญกษาปณ์ด้านหน้าทุกชนิดราคา ซึ่งเป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2530 มาเป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระชนมายุปัจจุบัน รวมทั้งการปรับเปลี่ยนน้ำหนักของเหรียญกษาปณ์ และการเปลี่ยนขนาด
โดยเมื่อ ครม.ได้อนุมัติแล้ว กรมธนารักษ์จะประสานกับสำนักราชเลขาธิการ เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตรูปแบบ และคำบรรยายของลวดลายด้านหน้าเหรียญ ก่อนดำเนินการออกกฎกระทรวง
ปัจจุบัน กรมธนารักษ์ได้ผลิตเหรียญกษาปณ์ออกใช้ในระบบรวม 9 ชนิด ตั้งแต่ปี 2530 คือ เหรียญ 10 บาท 5 บาท 1 บาท 50 สตางค์ 25 สตางค์ 10 สตางค์ 5 สตางค์ และ 1 สตางค์ รวมทั้งได้เพิ่มเหรียญ 2 บาท แต่เนื่องจากราคาโลหะในตลาดโลกได้สูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้การใช้โลหะผลิตเหรียญมีมูลค่าสูงกว่าหน้าเหรียญ จึงจำเป็นต้องทบทวนปรับปรุงรายละเอียด คุณลักษณะของเหรียญ ให้มีต้นทุนที่เหมาะสม แต่ยังคงใช้งานได้ตามปกติ โดยเฉพาะการใช้งานกับเครื่องหยอดเหรียญ โดยเฉพาะเหรียญบาท ที่ใช้หมุนเวียนมากที่สุด คือ ร้อยละ 56 หรือประมาณ 1,200 ล้านเหรียญ ซึ่งหากปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต จะลดต้นทุนได้ 1,900 ล้านบาท/ปี
นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ได้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทำการศึกษารายละเอียดในการปรับปรุงเหรียญ โดยได้ข้อสรุปการผลิตเหรียญบาท ควรผลิตจากโลหะไส้เหล็กชุบนิกเกิล เนื่องจากต้นทุนต่ำที่สุด แต่สามารถใช้งานกับเครื่องหยอดเหรียญได้เหมือนเดิม
ขณะที่เหรียญ 2 บาท จะเปลี่ยนเป็นโลหะสีเหลือง เพื่อให้สามารถแยกความแตกต่างกับเหรียญบาทได้อย่างชัดเจน โดยจะใช้โลหะผสมอะลูมิเนียมบรอนซ์ จึงทำให้กรมธนารักษ์ต้องถอนเหรียญแบบเดิมออกจากระบบ
ขณะที่เหรียญ 5 บาท จะใช้โลหะคิวโปรนิกเกิลสอดไส้ทองแดงเช่นเดิม เพื่อป้องกันไม่ให้มูลค่าโลหะเกินราคาหน้าเหรียญในอนาคต จึงควรปรับลดน้ำหนักเหรียญตามความเหมาะสม ซึ่งการปรับเปลี่ยนรูปแบบเหรียญดังกล่าว ต้องรอพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อน จึงจะดำเนินการได้