ประวัติศาสตร์ แฟชั่นระดับโลก ปารีส แฟชั่น วีค ซีซั่นสปริง/ ซัมเมอร์ 2008-2009 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในเดือนก.ย.นี้ จะจดบันทึกความสำคัญว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงเป็นนักออกแบบอายุน้อยที่สุด ในการทรงนำผลงานจากพระอัจฉริยภาพ ออกแสดงบนแคตวอล์ก ตามคำกราบทูลเชิญโดยห้องเสื้อปิแอร์ บาลแมง ปารีส ฝรั่งเศสเวลาหนึ่งปี ในการทรงเตรียมงานออกแบบสู่เวทีโลกครั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงพระวิริยะทุ่มเทในทุกขั้นตอน เพื่อคอลเลกชั่นเสื้อผ้ากว่า 40 ชุด ต้องตามแนวพระดำริ “ฮาโมเนียส” รูปแบบโอเรียนทัล อาวองต์ การ์ดแบบไทย ในการผสมผสานแนวเก่าเข้ากับยุคใหม่ ระหว่างโมเดิร์นกับคอน เทมโพรารี่ คลาสสิกกับอาวองต์ การ์ด
องค์ประกอบในแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่นนี้ ล้วนผ่านพระวินิจฉัยจากพระเจ้าหลานเธอ พระ องค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ นับตั้งแต่การเลือกสรรผ้าไหม ทรงสร้างสรรค์ลวดลายและแนวผ้าไหมในรูปแบบผสมผสานด้วยพระองค์เองซึ่งนอกจากผ้าไหมไทยจากโครงการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ยังทรงมีพระกระแสรับสั่งให้ร้าน “พาซายา” (PASAYA) ทอผ้าขึ้นตามแนวพระดำริ ซึ่งบัดนี้ผ้าทอลวดลายวิจิตรเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเข้าสู่กระบวนการสร้างสรรค์ขั้นต่อไป
นายณรงค์ เลิศกิตศิริ ผู้อำนวยการร้านพาซายา กล่าวว่า จากพระกรุณาธิคุณ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประทานความไว้วางพระทัยให้ผ้าทอจากพาซายา เป็นส่วนหนึ่งในผลงานทรงออกแบบคอลเลกชั่น “วีว่า วอตอเรียน” ในงานบางกอก แฟชั่น วีก 2005 และ “ฟลาย ทู นูโว” งานบางกอก แฟชั่น วีก 2006 คอลเลกชั่น เมื่อได้รับกราบทูลเชิญเข้าร่วมแสดงในปารีส แฟชั่น วีก จึงประทานโอกาสให้พาซายาสนองรับใช้อีกครั้ง ในการทอผ้าพิเศษตามพระประสงค์ ในรูปแบบทันสมัย โดยเริ่มเข้ารับสนองพระดำริตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากผ้าเป็นด่านแรกในการขั้นตอนการทำแฟชั่น จึงต้องดำเนินงานให้ทันช่วงเวลาเข้าสู่ขั้นตอนอื่น
“พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงออกแบบ และรับสั่งถึงพระประสงค์ แรงบันดาลพระทัยและรูปแบบผ้า ทางเราจึงน้อมนำไปขึ้นแบบ เพื่อทอดพระเนตรและประทานพระดำริว่าทรงเห็นชอบหรือไม่ ซึ่งทรงปรับแก้ เพื่อให้เข้ากับองค์ประกอบ อื่น ๆ กระทั่งเมื่อออกมาเป็นผ้าตัวอย่างแล้ว ก็ทอดพระเนตรอีก ทรงละเอียดทุกขั้นตอน”
นายณรงค์ กล่าวว่า เมื่อผ่านขั้นตอนของแบบและลวดลายแล้ว กระบวน การทอใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากโรงงานพาซายาทอด้วยเครื่องจักร ซึ่งใช้เครื่อง Jacquard ทอขึ้นลายไปพร้อมกัน ขั้นตอนสำคัญอยู่ที่การย้อมด้วยสีผสมปลอดสารพิษ ซึ่งต้องใช้เทคนิคพิเศษ ในการที่จะให้ผืนผ้าที่เสร็จสมบูรณ์เกิดความเงา พลิ้วไหว
ผู้อำนวยการร้านพาซายา เปิดเผยว่าผ้าทอไหม, ซาติน และ ชีฟอง ของพาซายาตามพระประสงค์ในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ครั้งนี้ จำนวนกว่า 20 ผืน ความยาวแต่ละผืน 50 เมตร ประกอบด้วยโทนสีเงิน สีทอง สีแดง และสีเขียว โดยรวมเป็นผ้ามีน้ำหนักเพื่อความพลิ้วไหว ผ้าบางผืนมีความพิเศษคือจะปรากฏลายต่อเมื่อต้องแสงไฟ
“แต่ชิ้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะพระองค์คือลายดอกพุดตานและ ลายนกยูง โดยเฉพาะลายดอกพุดตาน เป็นลวดลายที่โปรด แต่ทรงปรับให้มีความร่วมสมัย ขณะเดียวกันยังคงเอกลักษณ์ศิลปะไทย”
เมื่อถึงเวลาเปิดแคตวอล์กปารีส แฟชั่นวีก โลกแฟชั่นจะได้ประจักษ์ความงดงามแห่งศิลปะไทย ที่สามารถกลมกลืนกับความทันสมัย โดยพระอัจฉริยภาพในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
