เผยผลวิเคราะห์ผลระหว่างกาลวัคซีนเอดส์สายพันธุ์ไทยในคน ไม่โดดเด่น ผลิตวัคซีนไม่ได้ ต้องวิจัยต่อจนจบโครงการปี 52 ก่อนวิเคราะห์ผลอีกครั้งนพ.ศุภชัยฤกษ์งาม นายแพทย์ 10 วช. ด้านเวชกรรมป้องกันผู้อำนวยการโครงการศึกษาวัคซีนเอดส์ทดลอง ระยะที่ 3 กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ความคืบหน้าของวัคซีนอัลแวคเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันในเซลล์ และวัคซีนเอดส์แวกซ์ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างระบบภูมิคุ้มกันในน้ำเลือด สำหรับป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี สายพันธุ์บีและอี ที่แพร่ระบาดมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกองบัญชาการวิจัยทางการแพทย์และยุทโธปกรณ์ กองทัพบก สหรัฐอเมริกา คณะกรรมการติดตามกำกับข้อมูลและความปลอดภัยของโครงการ ได้วิเคราะห์ผลระหว่างกาลและการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการยุติการวิจัยก่อนกำหนด สรุปว่าให้ดำเนินการวิจัยต่อไปตามแผนจนจบโครงการในปี 2552 แล้วจะวิเคราะห์ผลอีกครั้งหากผลปรากฏว่ากลุ่มที่ได้รับวัคซีนติดเชื้อน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน 50% ถือว่าวัคซีนมีความแตกต่างสำหรับการใช้ป้องกันการติดเชื้อจริงจึงจะถือว่าประสบความสำเร็จ
โดยทดลองในอาสาสมัครในจ.ระยองและชลบุรีรวม 13,976 คนด้วยการฉีดวัคซีนครบ 6 เข็มตั้งแต่ปี 2546 สิ้นสุดในปี2552 ใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น6 ปีมีการติดตามผลกับอาสาสมัครทุก 6 เดือนจนครบ 3 ปีของแต่ละคนเป็นการวิจัยแบบปกปิดสองด้าน กลุ่มหนึ่งจะได้รับวัคซีนปูพื้นทดสอบวัคซีนอัลแวค และวัคซีนกระตุ้น ทดสอบวัคซีนเอดส์แวกซ์ ส่วนอีกกลุ่มรับสารเลียนแบบวัคซีน ซึ่งทั้งสองชนิด ไม่ได้ทำจากเชื้อเอดส์ อาสาสมัครจะไม่มีโอกาสติดเอดส์จากการรับวัคซีน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
