ศาลอนุมัติออกหมายจับ "พ.ต.อ.ชาญชัย เนติรัฐการ" ฐานติดสินบนตุลาการรัฐธรรมนูญ คดียุบพรรคการเมือง(8สค.) ที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.)หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีติดสินบนตุลาการรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคการเมือง ตามที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เข้าร้องทุกข์ต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาราชแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) ให้ดำเนินคดีต่อข้าราชการระดับสูงในศาลยุติธรรม และข้าราชการตำรวจยศ พ.ต.อ.ในความผิดฐานให้สินบนแก่ตุลาการรัฐธรรมนูญ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 167 และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
โดย พล.ต.ท.จงรัก พร้อมคณะพนักงานสอบสวนได้นำสำนวนซึ่งเป็นพยานหลักฐานจากการสอบปากคำพยานบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้พิพากษาและอดีตผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งให้การน่าเชื่อถือว่ามีการติดสินบนจริงมายื่นต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อเสนอศาลขออนุมัติหมายจับกุม พ.ต.อ.ชาญชัย เนติรัฐการ อดีต ผกก.สภ.ต.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม เกษียณอายุราชการเมื่อปี 2548 และจบการศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2509 ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม สามีนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00น. ศาลได้อนุมัติออกหมายจับพ.ต.อ.ชาญชัยแล้วในข้อหาให้สินบนแก่เจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ เพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 167 และมาตรา 144
พล.ต.ท.จงรัก เปิดเผยก่อนเดินทางไปยื่นขอหมายจับจากศาลว่า คดีนี้พยานหลักฐานได้มาจากผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่คือ ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ รองประธานศาลฎีกา และตุลาการรัฐธรรมนูญ อดีตผู้พิพากษา ซึ่งพยานบุคคลระดับนี้ถือว่ามีน้ำหนักมากที่สุด จึงมั่นใจว่าศาลจะให้ความเห็นชอบออกหมายจับ ซึ่งข้อหาที่ตั้งไว้คือให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจให้เจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการกระทำหรือไม่กระทำหรือจะมีการกระทำอันไม่ชอบด้วยหน้าที่ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 14,000 บาท
เมื่อถามว่า ข้อมูลที่ได้จะสามารถเชื่อมโยงผู้ที่อยู่เบื้องหลังได้หรือไม่ พล.ต.ท.จงรัก กล่าวว่า ต้องรอผลการสอบสวนผู้ต้องหาก่อนว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งคดีนี้คงใช้เวลาไม่นานก็จะสรุปสำนวนได้ เนื่องจากพยานหลักฐานเป็นบุคคลที่มีความสำคัญและมีน้ำหนักมาก ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าคดีนี้อาจจะถูกตัดตอนเฉพาะบุคคลที่ถูกออกหมายจับเท่านั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่าจะสาวไปถึงผู้ใด
สำหรับข้าราชการศาลยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวนั้น พล.ต.ท.จงรัก กล่าวว่า สำนักงานศาลยุติธรรม โดยประธานศาลฎีกามีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทางวินัยแล้ว เมื่อผลสรุปออกมาเชื่อว่าจะเป็นข้อมูลที่นำมาประกอบการสอบสวนได้
หมายเหตุ : ภาพ INN NEWS
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
