ในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ศาลจังหวัดนนทบุรี แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ร่วมกับสำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม และจังหวัดนนทบุรี จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ “สมานฉันท์ทุกถิ่นไทย เทิดไท้องค์ราชันย์” รณรงค์ให้มีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททั้งในศาลและนอกศาล เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของคู่ความในการยุติข้อพิพาท ก่อให้เกิดความสมานฉันท์ โดยเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน และลงนามบันทึกข้อตกลงจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชนและการใช้ศูนย์ดำรงธรรมเป็นที่ทำการ โดยนายประพันธ์ ทรัพย์แสง ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา เป็นประธานพร้อมมอบป้าย “ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน” แก่ 6 อำเภอใน จ.นนทบุรีนายประพันธ์ ทรัพย์แสง กล่าวถึงโครงการ“สมานฉันท์ทุกถิ่นไทย เทิดไท้องค์ราชันย์” และการเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชนว่า จากการทำงานเป็นเครือข่าย ประชาชนจะได้รับความพอใจ ความสะดวกรวดเร็ว ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่เสียสุขภาพจิต ประหยัดเวลาและยังได้ความสามัคคี เดิมการทำงานไกล่เกลี่ยเป็นลักษณะเชิงรับในศาล ขณะนี้ปรับเป็นเชิงรุกโดยไปตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน ที่ศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งเป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์อยู่แล้ว เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ ให้ผู้ที่มีข้อพิพาทได้ไกล่เกลี่ยกันก่อนฟ้องหากตกลงกันได้จะได้ไม่ต้องขึ้นศาล ซึ่งจะทำให้เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่าย โดยมีผู้ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ประจำ
น.ส.รัตนา กิตติพิบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนนทบุรี แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า แต่ละปีมีคดีเกี่ยวกับครอบครัวไม่ต่ำกว่า 1,000 เรื่อง แต่ละวันมีการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง 2-3 เรื่อง หรือหากฟ้องร้องแล้วจะมีหนังสือแจ้งถามความสมัครใจ ว่าต้องการไกล่เกลี่ยก่อนขึ้นศาลหรือไม่ ซึ่งการไกล่เกลี่ยทำให้ลดจำนวนคดีที่ต้องขึ้นศาลได้มาก เหลือเพียง 800-900 คดี ถือว่าประสบความสำเร็จ ยิ่งคดีน้อยยิ่งถือว่าประสบความสำเร็จมาก แสดงว่าการไกล่เกลี่ยได้ผล อย่างไรก็ตามต้องทำงานในเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเยาวชนกระทำผิด จึงต้องมีการสร้างเครือข่ายป้องกัน ฟื้นฟูดูแลไม่ให้เกิดการกระทำผิดด้วยการอบรมให้ความรู้แก่อาสาสมัครและคนในชุมชน โดยอาสาสมัครในศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน คัดเลือกจากผู้นำชุมชนผ่านการอบรมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ย นอกจากป้องกันการกระทำความผิดแล้วยังช่วยระงับข้อพิพาทก่อนฟ้องด้วย
“ การจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน จัดตั้งอยู่ใกล้ชุมชน หากเกิดข้อพิพาทเล็กน้อยหรือปัญหาทั่วไปสามารถเข้าใช้บริการที่ศูนย์นี้เป็นการไกล่เกลี่ยในเบื้องต้น แต่ต้องเป็นความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมก็ไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่สามารถบังคับได้ หากไกล่เกลี่ยเบื้องต้นไม่สำเร็จ และแสดงจำนงขอไกล่เกลี่ยอีก จะไกล่เกลี่ยอีกครั้งที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทก่อนฟ้อง หรือหากฟ้องแล้วก็ยังสามารถไกล่เกลี่ยได้ ต่อเมื่อไม่สามารถระงับข้อพิพาทได้จริงจึงเข้าสู่กระบวนการของศาล เพื่อเป็นการลดคดีที่ขึ้นสู่ศาลและเป็นการสมานฉันท์ ให้ประชาชนมีโอกาสระงับข้อพิพาทก่อนฟ้อง “ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนนทบุรี แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว กล่าว
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
