เชื่อหรือไม่ว่า เพราะเครื่องสำอางค์ที่คุณสาวๆ แต่งแต้มสีสันให้กับเปลือกตา เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตาเกิดการหมองคล้ำ และริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์ยุทธวีร์ วิศิษฏสุนทร ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมของลาแมร์ บอกในงานเปิดตัว ดิ อาย คอนเซนเทรต ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรอบดวงตาว่า ผิวหนังบริวเณดวงตานั้นบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้าถึง 3 เท่า ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการลบเครื่องสำอางค์
ทุกวันนี้ผู้หญิงรักสวยรักงามและแต่งหน้ากันมากขึ้น โดยเฉพาะกับดวงตาที่มีทั้ง คอนซีลเลอร์ อายแชโดว์ อายไลเนอร์ มาสคาร่า ช่วงแต่งหน้าจะไม่มีผลเสียกับดวงตา แต่การลบเครื่องสำอางค์นั้น ผู้หญิงส่วนใหญ่มักขยี้ตา เช็ดเครื่องสำอางค์ออกอย่างหนักหน่วง เพราะกังวลว่าจะกำจัดเครื่องสำอางค์ออกไม่หมด ซึ่งเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายต่อผิวรอบดวงตาเป็นอย่างมาก
แล้วจะทำอย่างไรดี?
ผู้เชี่ยวชาญบอกต่ออีกว่า ไม่ยาก เพียงแค่คุณสาวๆ ต้องรู้สึกเลือกผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางค์และผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ที่มีประสิทธิภาพสามารถล้างเครื่องสำอางค์ได้หมดจด โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้แรงมากนัก อาจเสริมด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรอบดวงตา โดยอาจใช้แท่งปลายโลหะสะอาดเป็นผู้ช่วยแทนมือ เพราะโลหะจะให้ความเย็นซึ่งช่วยบรรเทาอาการระคายเคือง หมุนวนรอบดวงตาช้าๆ 2-3 รอบ แล้วใช้นิ้วนางแตะๆ 2-3 รอบ เท่านี้ก็เป็นวิธีการช่วยถนอมผิวรอบดวงตาให้เปล่งประกาย ไม่น้อยหน้าผิวบริเวณอื่น
เท่านั้นยังไม่พอ ยุทธวีร์ยังให้ความรู้ถึงปัญหาผิวรอบดวงตาด้วยว่า มี 3 ปัญหาที่สาวไทยมักกังวลและประสบอยู่คือ 1.รอยดำ มักเกิดจากความเหนื่อยล้า การขยี้ตา และอาการแพ้ต่างๆ บางรอยเกิดจากเส้นโลหิตฝอยแตก ทำให้โลหิตซึมเข้าสู่บริเวณนั้นและไปรวมตัวกับออกซิเจน เกิดเป็นสีอมน้ำเงิน และดูหมองคล้ำ 2.รอยบวม หรือที่เรียกว่า ถุงใต้ตา เกิดจากการเก็บกักของเหลวในบริเวณผิวใต้ดวงตา อาจเกิดจากภูมิแพ้ อาหาร หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและฮอร์โมน 3.ริ้วรอย เป็นผลมาจากแสงแดด มลภาวะ ความเครียด การยีตา และการแสดงออกต่างๆ ทางใบหน้า
ได้ความรู้อัพเดตเรื่องผิวรอบดวงตาจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว ถึงเวลาต้องใส่ใจและทะนุถนอมดวงตาอันเป็นที่รักอย่างถูกต้องเสียที
หน้า 35
ข้อมูลจาก มติชน
