"พลเดช"ชี้ให้สิทธิ์ชายแปลงเพศใช้คำนำหน้า"น.ส."ต้องฟังความเห็นรอบด้าน มศว เตรียมเปิดโอกาสให้นิสิตที่แปลงเพศได้พักหอพักหญิงนายพลเดช ปิ่นประทีป รมช.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า หลังเข้ารับตำแหน่งตนผลักดันกฏหมาย 2 ฉบับเพื่อหวังผลดูแลสังคมในระยะยาว ซึ่งกฏหมายทั้งสองฉบับ มีเนื้อหาสอดคล้องกับร่างรธน.ปี 2550 คือ ร่างพรบ.ความรุนแรงในครอบครัว ผ่านวาระ 3 ของ สนช.แล้ว เนื้อหาหลักคือ คำจำกัดความเรื่องความรุนแรง ว่าแบบไหนคือความรุนแรงในครอบครัว กำหนดให้ผู้พบเห็นความรุนแรง มีหน้าที่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ สำหรับโทษที่ทำความรุนแรงในครอบครัว มีทั้งจำทั้งปรับ ให้ความคุ้มครองห้ามสื่อเสนอข่าวความรุนแรงในครอบครัว อีกฉบับคือ ร่างพรบ.ส่งเสริมครอบครัว มีเนื้อหาส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว
นายพลเดช กล่าวว่า กระทรวงดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน คือ พยายามให้ครอบครัวใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เช่น รณรงค์ครอบครัวอยู่ด้วยกันในวันอาทิตย์ ส่งเสริมให้ครอบครัวมีกิจกรรมร่วมกัน ส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้ระหว่างกันในครอบครัว ปัจจุบันประเทศไทยมีครอบครัวประมาณ 18 ล้านครอบครัว และมีครอบครัวเดี่ยวมากถึง 3 ล้านครอบครัว เราก็พยายามส่งเสริมให้ครอบครัวเดี่ยวเหล่านั้น อยู่ได้อย่างอบอุ่น โดยการจัดอบรมให้ความรู้ในการสร้างครอบครัวอบอุ่น
ส่วนกรณีนางจุรี วิจิตรวาทการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมเสนอร่าง พรบ.เกี่ยวกับคำนำหน้านาม เพื่อให้สิทธิกับผู้ชายที่แปลงเพศเป็นหญิง มีทางเลือกใช้คำนำหน้า "นางสาว" นายพลเดช กล่าวว่า นางจุรีอาจมองเห็นปัญหาว่า หลังผู้ชายแปลงเพศแล้วมีปัญหาตามมาหลายอย่างในการดำรงชีวิต หากไม่เปลี่ยนคำนำหน้านาม เช่น เข้าพักในโรงแรม แต่ประเด็นแบบนี้เป็นเรื่องที่สังคมสนใจ จึงต้องฟังความเห็นของทุกฝ่ายก่อน เพื่อความรอบคอบก่อนจะสรุปออกมา
มศว เตรียมเปิดโอกาสให้นิสิตที่แปลงเพศได้พักหอพักหญิง
นายวิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในฐานะสมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับคำนำหน้านาม เพื่อให้สิทธิกับผู้ชายที่แปลงเพศเป็นหญิงแล้วมีทางเลือกใช้คำนำหน้าว่า นางสาว หรือ นาง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันและให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งในหลายประเทศกฎหมายการเปลี่ยนชื่อนำหน้าของผู้ชายที่แปลงเพศเป็นหญิงนั้นมีใช้มาหลายปีแล้ว คิดว่าเรื่องการเปลี่ยนคำนำหน้าจากนายมาเป็นนางหรือนางสาวก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แม้แต่ในมหาวิทยาลัยที่มีระบบหอพัก
ตอนนี้ก็ต้องมาคุยกันเรื่องหอพักนิสิตที่เป็นเพศที่ 3 หากมีหลักฐานยืนยันทางแพทย์ที่ทำการผ่าตัดแปลงเพศ หรือข้อมูลเกี่ยวกับฮอร์โมนถูกต้องชัดเจน คิดว่าเรื่องการเปลี่ยนชื่อนำหน้าจากนายมาเป็นนางหรือนางสาวตลอดถึงการเข้าพักในหอพักของมหาวิทยาลัยก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ในทางตรงข้ามหากนิสิตไม่แปลงเพศนั้น ทางมหาวิทยาลัยเองก็ไม่แน่ใจว่า นิสิตคนนั้นจะมีความเป็นผู้หญิงจริงๆ หรือยังมีความเป็นผู้ชายอยู่หรือไม่ และหากอนุญาตให้เข้าพักในหอพักหญิงจะเกิดความโกลาหลได้ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเองก็ต้องดูแลในเรื่องความปลอดภัยตรงนี้ด้วย แต่ในคนที่เปลี่ยนเพศแล้วคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
