นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการประเมินผลการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติดตั้งแต่ พ.ศ.2547-2549 จากสถานบำบัดยาเสพติดทั่วประเทศซึ่งมีทั้งหมด 5,676 แห่ง มีผู้ติดสารเสพติดเข้ารับการบำบัดทั้งหมด 91,239 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้เสพรายใหม่ 15,346 ราย ประมาณร้อยละ 17 ที่เหลือเป็นรายเก่า ที่น่าตกใจคือมีผู้หันไปเสพยาซ้ำสูงถึงร้อยละ 21 หรือ 1 ใน 5 คน หันไปเสพยาซ้ำอีก กลุ่มผู้เสพติดยาเสพติดรายใหม่ ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน อายุ 15-24 ปี สูงถึงร้อยละ 50 จึงน่าเป็นห่วงมาก เพราะขณะนี้ทั่วประเทศมีเยาวชนอายุ 13-18 ปี ประมาณ 4.3 ล้านคน ในจำนวนนี้ มีประมาณ 30,000 คน ที่มีโอกาสเสี่ยงสูงเพราะครอบครัวแตกแยก หากไม่มีมาตรการป้องกันที่ดีพอและต่อเนื่อง เยาวชนเหล่านี้ จะกลายเป็นผู้เสพ ผู้ติด และผู้ค้าส่งผลให้การแพร่ระบาดหวนกลับมาอีกนพ.มงคลกล่าวว่า พื้นที่การแพร่ระบาดยาเสพติดหลักอยู่ที่กรุงเทพหมานครและปริมณฑล ร้อยละ 35 รองลงมาได้แก่อำเภอเมืองของจังหวัดใหญ่ร้อยละ 35 เฉพาะที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้พบร้อยละ 7 โดยยาเสพติดหลักคือ พืชกระท่อม ซึ่งได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดำเนินการปรับแก้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ให้เพิ่มโทษพืชกระท่อมให้หนักขึ้น จากเดิมจัดอยู่ในยาเสพติดประเภทที่ 5 มีโทษเพียงจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ทำให้กระท่อมหาซื้อง่าย วัยรุ่นภาคใต้ถูกมอมเมาง่ายขึ้น เช่น นำมาต้มผสมกับสารตัวอื่น หรือปั้นเป็นลูกกลอนกระท่อม
นพ.มงคลกล่าวอีกว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ จะต้องทำครบวงจร โดยพบว่าการบำบัดผู้ติดยาแต่ได้ผลน้อย ผู้เสพเข้าสู่การบำบัดในโรงพยาบาลต่างๆ น้อยมากแนวโน้มลดลง เช่น ที่โรงพยาบาลปัตตานีมีผู้เข้ารับบำบัด 41 ราย โรงพยาบาลสุไหงโก-ลกมี 140 ราย โรงพยาบาลเบตง 54 ราย จะต้องเพิ่มความจริงจังและเพิ่มการทำงานเชิงรุกให้มากขึ้น โดย สธ.มีนโยบายจะย้ายสถาบันธัญญารักษ์ ซึ่งเป็นสถาบันวิชาการด้านการบำบัดผู้ติดยาเสพติดโดยตรง อยู่ในสังกัดกรมการแพทย์ ให้มาอยู่ภายใต้สำนักงานปลัด สธ. เพื่อให้เป็นแกนหลักประสานงานเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลในและนอกสังกัดทั่วประเทศ เพราะสถานบำบัดส่วนใหญ่ร้อยละ 70 อยู่ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงฯ
นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยาเสพติดธัญญารักษ์ กล่าวว่า ขณะนี้ ตัวยาเสพติดที่แพร่ระบาดในปัจจุบันอันดับ 1 ได้แก่ยาบ้า ร้อยละ 72 กัญชาร้อยละ 12 สารระเหยร้อยละ 8 นอกจากนั้น ยังพบมีการแพร่ในสถานบันเทิงได้แก่กลุ่มไอซ์ เอ็กซ์ตาซี่ โคเคน มีแนวโน้มระบาดทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปัญหาในด้านการบำบัดผู้ติดยาเสพติดขณะนี้ใหญ่ๆ มี 2 เรื่อง คือ งบประมาณเพื่อใช้ในการบำบัดผู้ติดยารายหัว และด้านคุณภาพมาตรฐานการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพและผู้ติด ทำให้งานขาดประสิทธิภาพกว่าที่ควรจะเป็น
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
