เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายสง่า ดามาพงษ์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนภัยถึงความรุนแรงของโรคอ้วนในเด็กทั่วโลก พบว่ามีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ จำนวนไม่ต่ำกว่า 17.6 ล้านคน มีน้ำหนักเกิน มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ และเพิ่มอย่างรวดเร็วในทวีปเอเชีย รวมทั้งประเทศไทยโดยพบเด็กไทยวัยต่ำกว่า 5 ขวบ อ้วนเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า ในระยะเวลาเพียง 6 ปี ปัจจุบันพบเด็กไทยระดับอนุบาลและประถมต้น อ้วนมากถึงร้อยละ 13-15 โดยเด็กในเมืองอ้วนมากกว่าเด็กชนบทเกือบ 2 เท่าตัวนายสง่ากล่าวว่า โรคอ้วนในเด็กเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพอย่างน้อย 5 ด้าน คือ 1.ปัญหาระบบหัวใจและหลอดเลือด 2.ปัญหาระบบหายใจ พบว่าเด็กอ้วนร้อยละ 30 มีความผิดปกติของการหายใจ และจำนวนไม่น้อยถึงขั้นหยุดหายใจขณะนอนหลับ 3.ปัญหาข้อและกระดูก ทำให้เด็กขาโก่งหรือกางผิดปกติ (ขากอม) 4.ปัญหานิ่วในถุงน้ำดี พบมากเป็น 4.2 เท่าของคนปกติ และ 5.เกิดปัญหาภาวะดื้ออินสุลิน ก่อให้เกิดโรคเบาหวานประเภท 2 ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบกว่าร้อยละ 90 ของผู้ที่เป็นเบาหวานในขณะนี้
ถ้าไม่รีบแก้ไขจะทำให้เด็กอนุบาลและประถมกลายเป็นผู้ใหญ่อ้วนร้อยละ 30 ส่วนเด็กวัยรุ่นและมหาวิทยาลัยจะกลายเป็นผู้ใหญ่อ้วนถึงร้อยละ 80 โฆษก สธ. กล่าว และว่า ขนมและน้ำอัดลมเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กอ้วน จากการศึกษาพบว่าเด็กไทยใช้เงินซื้อขนมสูงถึงปีละ 1.7 แสนล้านบาท เด็กไทยได้เงินไปโรงเรียนเฉลี่ยวันละ 68 บาท ซื้อขนม 30 บาท น้ำอัดลม 19 บาท การกินขนมแบบล้นเกินทำให้เด็กไทยได้พลังงานจากขนมร้อยละ 27-30 ของพลังงานทั้งวัน ซึ่งมากกว่าค่าปกติที่ควรได้รับไม่เกินร้อยละ 20 ของพลังงานทั้งหมด
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
