จากความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง ราชวงศ์วังชุก กับ ครอบครัวสมบัติศิริ ที่มีมากว่า 15 ปี ประกอบกับความเป็นมืออาชีพในการบริหารงานโรงแรมของ พิไลพรรณ สมบัติศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงแรมปาร์คนายเลิศ จำกัด เจ้าของโรงแรมปาร์คนายเลิศ แรฟเฟิลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ทำให้รัฐบาลภูฏานให้ความไว้วางใจ แต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาในการจัดเตรียมงานพระราชพิธีราชาภิเษกสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน และ การฉลองครบรอบ 100 ปี ของราชวงศ์ภูฏานพิไลพรรณ สมบัติศิริ เล่าย้อนถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อราชวงศ์วังชุก ที่โรงแรมปาร์คนายเลิศฯ ว่า ความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว สมเด็จย่าในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคซัง โชเดง วังชุก เสด็จฯมาเยือนประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์ คุณพ่อ (นายพินิจ สมบัติศิริ) ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ และทูลเชิญมาเสวยพระกระยาหารที่บ้าน ความสัมพันธ์เริ่มต้นจากตรงนี้ หลังจากนั้นก็คุณพ่อได้รับเชิญให้เป็นอาคันตุกะไปเที่ยวที่ภูฏาน
พิไลพรรณ สมบัติศิริ และทีมงาน
ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น ตอนที่คุณพ่อเสียชีวิต พระองค์ทรงมีพระเมตตาอย่างยิ่ง เสด็จฯมาร่วมงานศพคุณพ่อ ทรงรับเป็นเจ้าภาพสวดศพพร้อมกับทรงพาพระชั้นผู้ใหญ่และเครื่องบรรณาการมาร่วมไว้อาลัยด้วย จากเหตุการณ์นี้ทำให้รู้สึกว่า อะไรต่างๆ นานาที่เกิดขึ้น สานความสัมพันธ์รักใคร่แน่นแฟ้นเหมือนเป็นพรหมลิขิตที่พอเจอกันปั๊บก็ชอบกันเลยโดยไม่คำนึงถึงชนชั้นวรรณะ และตั้งแต่นั้นมา ดิฉันก็กลายเป็นลูกสาวคนไทยของพระองค์
หน้าที่หลักในการเป็นที่ปรึกษางานครั้งนี้ เจ้าของโรงแรมปาร์คนายเลิศ บอกว่า ดูแลเกี่ยวกับการจัดเลี้ยงทั้งหมด และจัดฝึกอบรมชาวภูฏาน 20 คน ที่ได้รับคัดเลือกจากรัฐบาลภูฏานให้เรียนรู้การปฏิบัติงานต่างๆ ของโรงแรมตามมาตรฐานสากล เป็นเวลา 2 เดือน พระราชพิธีจะมีขึ้นในกลางปีหน้า เป็นเวลา 5 วัน วันแรกประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกตามธรรมเนียมโบราณ ที่เมืองหลวงเก่าภูนาคา วันที่ 2 พระราชพิธีเลี้ยงพระกระยาหารอาคันตุกะ วันที่ 3 พระราชพิธีเฉลิมฉลองพิธีราชาภิเษกในพระบรมมหาราชวัง และวันที่ 4-5 พระราชาธิบดีจิกมีพบประชาชน ที่เนชั่นแนล สเตเดียม ซึ่งทั้ง 4 วัน จัดขึ้นที่เมืองทิมพู เมืองหลวงของประเทศ
พิไลพรรณบอกปิดท้ายว่า การจัดงานครั้งนี้พระราชาธิบดีจิกมีทรงให้ความสำคัญเรื่องความใกล้ชิดกับประชาชนมาก ทรงยึดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นองค์แบบอย่าง พระองค์มีพระราชประสงค์ให้การจัดงานอย่างพอเพียง และอบอุ่น
งานครั้งนี้เราทำให้ด้วยความเต็มใจ ไม่มีสินจ้าง เป็นการทำให้ด้วยใจ ด้วยความรัก ที่สามารถนำความรู้ความชำนาญในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับโรงแรมมาช่วยเพื่อนบ้านจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของเขาได้
เป็นภารกิจที่แม้จะหนัก แต่ก็ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง
หน้า 36
ข้อมูลจาก มติชน
