คอลัมน์ สรรหามาเล่าโดย raikorn@hotmail.com
บริเวณหน้าโรงแรมทราเวลลอดจ์ ในเมืองแกรนแธรม ประเทศอังกฤษ
บ้านจะเป็นวิมาน ก็ต่อเมื่อเราอยู่อย่างมีความสุข ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าบ้านนั้นจะเล็ก หรือใหญ่ หรือเป็นแค่ ห้องพักในโรงแรม และคุณเชื่อมั้ยว่า มีสามีภรรยาในอังกฤษคู่หนึ่ง ที่มีความสุขกับการอยู่โรงแรม เสมือนเป็นบ้าน มานานกว่า 20 ปีแล้ว
เราได้เรตราคาค่าเช่าห้องพักที่ถูก เพราะเราเช่าแบบจองล่วงหน้า แถมทางโรงแรมยังยอมให้เราเอาแม่บ้านส่วนตัวของเรามาเอง ขณะที่โรงแรมยังซักผ้าปูเตียง ที่นอน ปลอกหมอน ทุกอย่างให้เราหมด คุณว่าจะมีอะไรดีกว่านี้อีกล่ะ จริงมั้ย? นายเดวิด เดวิดสัน อดีตทหารเรือวัย 79 เล่าถึง ส่วนลด และความสะดวกสบายที่เขาและ นางจีน ภรรยาวัย 70 ได้รับกับการใช้ชีวิตในโรงแรมที่พวกเขาอยู่มานานถึง 22 ปี หมดเงินไปราว 100,000 ปอนด์ (ราว 6,970,000 บาท) แต่ถ้าคิดถัวเฉลี่ยต่อวัน พวกเขาก็เสียค่าห้องตกประมาณวันละ 15 ปอนด์ หรือราว 1,045 บาท
นายเดวิด เดวิดสัน วัย 79 และ นางจีน ภรรยาวัย 70 ที่หน้าโรงแรมทราเวลลอดจ์ ในเมืองแกรนแธรม ประเทศอังกฤษที่พวกเขาพักมา 10 ปี แต่ออกจากบ้านมาอยู่โรงแรมทราเวลลอดจ์รวมเวลาทั้งหมด 22 ปีแล้ว
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ยังมีหนังสือพิมพ์ในอังกฤษฉบับหนึ่ง ประมาณว่า สำหรับเงิน 100,000 ปอนด์ (ราว 6,970,000 บาท) ที่ทั้งสองจ่ายไปนั้น สามารถนำไปซื้อบ้านขนาด 2 ห้องนอนได้สบายๆ แต่ถึงกระนั้น นางจีนก็ยังว่า สำหรับเราคิดว่า มันยังถูกและดีกว่าการไปอยู่บ้านพักคนชรา แถมเรายังได้รับการดูแลอย่างดีด้วย
นอกจากไม่แพง นางจีนยังว่า มันยังช่วยพวกเขาประหยัดค่าไฟฟ้ามากกว่าอยู่บ้าน เพราะ เรายังไม่ต้องจ่ายค่าไฟแพงๆ ในช่วงหน้าหนาว เพราะต้องเปิดฮีตเตอร์ (เครื่องทำความร้อน) เพื่อให้ห้องอุ่น แล้วที่นี่ยังปลอดภัยกว่าอยู่บ้าน กว่าสถานที่อื่นๆ อีกหลายแห่ง
สำหรับเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่อยู่ครั้งใหญ่ของสองสามีภรรยาชาวเมืองเชฟฟิลด์เริ่มขึ้นเมื่อปี 2528 เมื่อทั้งคู่ต้องเดินทางไปเยี่ยมป้าที่ป่วยหนัก แล้วเช็คอินเข้าพักที่โรงแรมทราเวลลอดจ์ (Travelodge) ในเมืองสแตฟฟอร์ดเชียร์
จากนั้นก็เกิด ติดใจ ชีวิตที่มีคนคอยมาดูแลเรื่องอาหาร ซักรีดเสื้อผ้า ทำความสะอาดห้องให้ จึงตัดใจย้ายจากบ้านไปเปิดห้องพักแบบ พักยาว ที่โรงแรมทราเวลลอดจ์ สาขาเมืองเนวาร์กตั้งแต่นั้นมา ก่อนจะย้ายมาพักที่โรงแรมทราเวลลอดจ์ในเมืองแกรนแธรม ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเส้นทางระหว่างกรุงลอนดอน ไปยังกรุงเอดินเบอระ ของสกอตแลนด์เมื่อปี 2540 และอยู่ยาวมาจนปัจจุบัน กระทั่งทางโรงแรมถึงกับตั้งชื่อห้องพักห้องหนึ่ง เพื่อเป็นเกียรติแก่แขกผู้มีอุปการคุณสูงส่งทั้งสองว่า ห้องเดวิดสัน และยังทำโล่โลหะสีทองฉลองครบรอบ 10 ปีที่ทั้งคู่อยู่ที่นี่ ตั้งโชว์อยู่ที่บริเวณล็อบบี้โรงแรมด้วย
จะว่าไปแล้ว ชีวิตในโรงแรมเล็กๆ ริมถนนยังน่าจะ ช่วยคลายเหงา ให้สองตายายได้เป็นอย่างดี ด้วยห้องพักที่มองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นลานที่จอดรถ เห็นถนนที่มีรถวิ่งไปมาตลอดทั้งคืน เวลารับประทานอาหาร ทั้งสองก็ชอบออกมานั่งกินข้าวตรงร้านอาหารริมถนน นั่งดูรถยนต์ที่แล่นผ่านไปมา พอช่วงคริสต์มาส ปีใหม่ คุณตา-คุณยายเดวิดสันก็จะมีของขวัญให้แก่พนักงานโรงแรม ที่อยู่ดูแลกัน กระทั่งคุณตาเดวิดบอกว่า พวกเขาเหมือนคนในครอบครัวของผมแล้วตอนนี้
ส่วนบ้านแท้ๆ ของพวกเขา ซึ่งเป็นแฟลตที่พักในเมืองเชฟฟิลด์ คุณตาคุณยายก็เล่าว่า พวกเขายังมีโอกาสเดินทางกลับไปที่นั่นสัปดาห์ละครั้ง เพื่อเช็คดูจดหมาย และข้าวของที่ส่งมาทางไปรษณีย์ไปยังแฟลตหลังนั้น
หน้า 25
ข้อมูลจาก มติชน
