นายวรชัย พิลาสรมย์ ประธานกรรมการกลุ่มชุมชนวัดกัลยาณ์ เปิดเผยถึงกรณีวัดกัลยาณมิตร เขตธนบุรี บอกเลิกสัญญาเช่าที่ดินและอาคารของวัดกัลยาณมิตร ทำให้ชาวบ้านประมาณกว่า 40 หลังคาเรือน ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีได้รับความเดือดร้อน ว่า ทางวัดต้องการปรับปรุงพื้นที่ชุมชนเพื่อสร้างโครงการของวัด ประกอบด้วย การก่อสร้างแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ โดยกำหนดให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2549 โครงการปรับปรุงท่าเรือวัดกัลยาณมิตร และโครงการสร้างอาคารพาณิชย์ แต่ยังไม่มีเอกสารแจ้งอย่างเป็นทางการ เพียงแต่ไม่ให้ต่อสัญญาและแจ้งกับชาวบ้านว่าให้อยู่ได้ไม่เกินปลายปีนี้เท่านั้นวัดอ้างว่าเป็นโครงการที่วัดร่วมกับสำนักงานเขตธนบุรี การท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร ตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดำเนินการ แต่จากการทำหนังสือสอบถามไปยังหน่วยงานดังกล่าว ทราบว่าไม่มีหน่วยงานใดร่วมด้วยตามที่อ้าง ท่าเรือที่จะทำการปรับปรุงนั้น ผมเห็นว่าท่าเรือเดิมเป็นมาตรฐานดีอยู่แล้ว ขณะนี้ ชาวบ้านเองก็อยากให้รักษาศิลปวัฒนธรรมของวัดที่สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 รวมถึงชุมชนวัดกัลยาณ์ที่เป็นชุมชนประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติและหลายศาสนา จึงอยากให้คณะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ลงมาดูและแก้ปัญหาตรงนี้ นายวรชัยกล่าว นายสิทธิโชค สุขทันโถม ผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกไล่รื้อ กล่าวว่า ชาวบ้านกว่า 500 ครอบครัว ต้องรับผลกระทบเรื่องที่ทำกิน ลูกหลานต้องย้ายที่เรียน และว่า นอกจากวัดได้ไล่รื้อที่ชุมชนแล้ว ยังยกเลิกประเพณีท้องถิ่นต่างๆ แม้แต่ต้นไม้อายุกว่า 100 ปี ก็ตัดทิ้ง เมรุที่ชาวบ้านร่วมสร้างก็รื้อไปสร้างเป็นศาลาหลังใหญ่ หากมีงานศพก็ต้องไปเผาที่วัดประยูรวงศาวาส
ด้านพระเทพเวที เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร กล่าวว่า การไล่รื้อเป็นความจริง เพราะวัดต้องการที่ดินคืนเพื่อจัดระเบียบ เนื่องจากขณะนี้ชุมชนมีทั้งยาเสพติด การขายสุราบริเวณรอบๆ วัด เป็นแหล่งมั่วสุม ไม่ปลอดภัยต่อผู้สัญจร
ชุมชนนี้มีแต่มลพิษ วัดจึงต้องการจัดระเบียบให้ดีขึ้น ผู้ที่เสียผลประโยชน์จากวัด ก็มากล่าวหาวัดในทางที่ไม่ถูกต้อง ที่ผ่านมาวัดให้ที่เช่าในราคาถูก ซึ่งมีบุคคลบางกลุ่มหาผลประโยชน์โดยการให้เช่าต่อในราคาที่แพงกว่า การที่วัดรื้อโบราณสถานหรือวัตถุโบราณต่างๆ นั้น เพราะต้องการซ่อมแซม ไม่ใช่ทำลาย พระเทพเวทีกล่าว
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
