ดร.สุเมธ ชี้ไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของโลก ไม่ควรผลักดันให้เป็นประเทศอุตสาหกรรม และให้นำบทเรียนวิกฤตเศรษฐกิจในอดีตเป็นบทเรียน ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก พร้อมให้แนวคิดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 3 ด้าน ไม่เน้นอาหารราคาแพง ยึดประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน และรักษาสิ่งแวดล้อมให้เกิดความสมดุลหอประชุมกองทัพเรือ 2 เม.ย. " ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในฐานะประธานมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด เป็นประธานสัมมนาเรื่อง การเสริมสร้างราชการและประเทศไทยใสสะอาด เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี 2550 ที่หอประชุมกองทัพเรือ โดยกล่าวถึงการใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงว่า ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือบุคคลสาขาอาชีพใด ก็สามารถจะปฏิบัติได้ ด้วยการยึดหลัก 3 ด้าน เป็นวงจรขับเคลื่อนสู่ความมั่นคง คือ ด้านเศรษฐกิจ ให้เลือกรับประทานอาหารตามความสามารถในการหารายได้ของแต่ละคน เช่น กินปลาแทนเนื้อสัตว์นำเข้า เน้นประโยชน์อาหารเป็นหลัก ไม่ใช่ที่ราคาแพง ด้านสังคม ให้เลือกประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน และด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมนุษย์กอบโกยหาประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมฝ่ายเดียว จนเกิดเป็นโทษให้กับมนุษย์เอง เช่น การเผาป่าเอายอดผักหวาน เห็ดเผาะ เป็นต้น ไม่นึกถึงความสมดุล การทำสิ่งใดต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมทุกครั้ง
ดร.สุเมธ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยเป็น 1 ใน 7 ประเทศของโลกที่มีอาหารมากพอเลี้ยงพลเมืองทั้งโลก แต่เรากลับผลักดันประเทศไปสู่อุตสาหกรรม เพราะคิดว่ารวยเร็ว ขาดการยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการนำทางการพัฒนา โดยหลักเศรษฐกิจพอเพียงได้ใช้มาตั้งแต่สมัยพุทธกาลที่พระพุทธเจ้าได้ทิ้งแง่คิดก่อนปรินิพพาน ที่ว่า บุคคลทั้งหลายไม่ควรมีความประมาท ซึ่งใช้ได้มาจนถึงปัจจุบันที่แม้แต่บริษัทห้างร้านต้องมีการบริหารความเสี่ยงรองรับ
ประเทศไทยพบวิกฤตเศรษฐกิจมาแล้วถึง 6 ครั้ง ตลอดเกือบ 40 ปี เช่นปี 2516 วิกฤตน้ำมัน ปี 2522 และปี 2524 การลดค่าเงินบาท ปี 2528 ขาดดุลต่างชาติ มีหนี้สินสูงสุด ปี 2540 การลอยค่าเงินบาท และเศรษฐกิจอาจจะตกต่ำอีกครั้ง ถ้าไม่นำบทเรียนในอดีตมาทบทวน ดูทิศทางการเติบโตของประเทศไม่ต้องไปตามโลก ดร.สุเมธ กล่าว
ดร.สุเมธ กล่าวด้วยว่า มีข้อมูลว่าคนไทยขาดจิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงาน เช่นประเทศเพิ่มการใช้แอร์ถึงปีละ 400,000 เครื่อง ที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มถึง 600 เมกะวัตต์ (เทียบได้กับกำลังผลิตโรงงไฟฟ้าแม่เมาะถึง 2 โรง) คิดเป็นเงิน 15,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ประเทศเจริญแล้วเช่นญี่ปุ่น เปิดแอร์ในห้องประชุมเพียง 28 องศาฯ เท่านั้น ซึ่งหลักเศรษฐกิจพอเพียงนี้ในความรู้สึกของคนส่วนมากจะมองว่า ใครทำจะกลายเป็นคนขี้เหนียว กระจอก แต่ตนคิดว่าไม่ใช่เช่นนั้น
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
