คอลัมน์ ฎีกาชีวิตโดย รศ.พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช
ได้ทำการไถ่ถอนจำนองทรัพย์มรดกของผู้ตายแล้วถือเก็บไว้ จนกว่าผู้จัดการมรดกจะนำเงินมาชำระหนี้เสียก่อนจึงจะคืนให้ไปทำการแบ่งทรัพย์มรดกแก่ทายาท
ภายหลังผู้ไถ่ถอนทรัพย์มรดกยื่นคำร้องต่อศาลให้ถอนผู้จัดการมรดกเสีย อ้างว่าไม่จัดทำบัญชีทรัพย์โดยมีเจตนาปิดบังทรัพย์มรดก
หากท่านเป็นผู้จัดการมรดกจะทำอย่างไรดี..?
นางยุพินภริยาของนายจุลเจ้ามรดกเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล ผู้ตายมีที่ดินแถววัดศรีมงคลใต้ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร อยู่แปลงหนึ่งเนื้อที่หลายไร่ติดจำนองธนาคารอยู่ นายจิระบุตรชายคนโตค่อนข้างมีฐานะเกรงว่าที่ดินแปลงนั้นจะหลุดจำนองจึงไถ่ถอนเก็บไว้
ต่อมาจิระยื่นคำร้องขอว่าหลังจากยุพินเป็นผู้จัดการมรดกแล้วไม่จัดการทำบัญชีทรัพย์มรดกโดยมีเจตนาปิดบังทรัพย์มรดก ไม่เรียกประชุมทายาท ไม่แบ่งปันทรัพย์มรดกแก่ทายาท ทำผู้คัดค้านและทายาทอื่นเสียหาย
ผู้จัดการมรดกยื่นคำคัดค้านว่า จะแบ่งทรัพย์มรดกของผู้ตายได้อย่างไรกัน เพราะผู้คัดค้านไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ได้ส่งมอบหลักฐานที่ดินมรดกให้แก่เธอ เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่ได้คิดทุจริตประการใด ขอให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้านเสีย
คดีถึงที่สุด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีดังกล่าวมีเหตุผลที่จะถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ โดยผู้คัดค้านฎีกาว่า ผู้คัดค้านมีเหตุผลที่จะไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่ผู้ร้อง เพราะเขาเป็นผู้ไถ่ถอนที่ดินจากธนาคารด้วยเงินของเขาเอง ผู้จัดการมรดกต้องชำระหนี้ก้อนนั้นให้แก่เขาแทนเสียก่อนเขาจึงจะคืนโฉนดที่ดินให้ หากให้ไปแล้วและยังไม่ได้มีการชำระหนี้คืน เขาเองและทายาทอื่น อาจเสียหายได้ ใครจะรับผิดชอบจำนวนเงินดังกล่าว
เห็นว่า เมื่อผู้คัดค้านอ้างเช่นนั้น ผู้ร้องย่อมไม่สามารถที่จะจัดการแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทได้ การที่ผู้คัดค้านไปทำการไถ่ถอนที่ดินจากธนาคาร ไม่ใช่เหตุที่จะอ้างไม่ส่งมอบหลักฐานสำคัญคือโฉนดที่ดิน
ที่ผู้ร้องไม่สามารถจัดการแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาท จึงไม่ใช่ความผิดของผู้ร้อง
กรณีผู้คัดค้านฎีกาว่า ผู้ร้องไม่ทำบัญชีทรัพย์มรดกมีเจตนาปิดบังทรัพย์มรดก ไม่จัดประชุมทายาท ไม่สมควรที่จะเป็นผู้จัดการมรดกต่อไป
เห็นว่า ตามคำร้องขอและคำเบิกความของผู้คัดค้านและผู้ร้อง ข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้คัดค้านเป็นบุตรเจ้ามรดก ทั้งผู้ร้องก็เป็นมารดาของผู้คัดค้านและเป็นภริยาของเจ้ามรดก ไม่ใช่คนอื่นไกล ทุกฝ่ายทราบดีอยู่แล้วว่าทรัพย์มรดกมีอะไรบ้าง
การที่ผู้ร้องไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกจึงไม่พอฟังว่าผุ้ร้องมีเจตนาปิดบังทรัพย์มรดก การที่ผู้ร้องไม่เรียกประชุมทายาท ข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยผู้คัดค้านไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่า ทายาทบางคนอยู่ต่างประเทศ บางคนอยู่ต่างจังหวัด จึงเป็นการยากที่จะนัดพร้อมเพื่อจัดให้มีการประชุมทายาทเจ้ามรดก
เมื่อผู้ร้องไม่จัดให้มีการประชุมทายาทเช่นนี้ยังไม่พอฟังว่าผู้ร้องละเลยไม่ทำการามหน้าที่ แม้ผู้ร้องจะไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกตามที่กฎหมายกำหนดไว้ก็ตาม แต่กฎหมายก็ให้อำนาจศาลที่จะใช้ดุลพินิจพิจารณาว่า มีเหตุสมควรจะถอนผู้จัดการมรดกเพียงใดหรือไม่
ดูตามพฤติการณ์เท่าที่ปรากฏยังไม่มีเหตุผลสมควรที่จะสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดก
พิพากษายืนตามคำสั่งศาลล่างทั้งสอง
ข้อมูล : เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 802/2542
หน้า 25
ข้อมูลจาก มติชน
