นักศึกษา 28,000 คนรอดตาย กยศ.อนุมัติ 1,400 ล้านจ่ายค่าเทอมจี้ประสานสถานบันการศึกษารับโอนนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กยศ. ได้เห็นชอบให้ กยศ. จัดสรรเงินงบประมาณปี 50 ประมาณ 1,400 ล้านบาท ให้กับเด็กนักเรียนนักศึกษา ชั้นปีที่ 1 ที่ขอ กู้ยืมเงินจาก กยศ. ที่เกินจากประมาณการเดิมจำนวน 28,000 คน เพื่อเป็นการดูแลเด็กให้ได้ รับการศึกษาอย่างทั่วถึง และมอบหมายให้ กยศ. เร่งตรวจสอบจำนวนเด็กนักเรียนให้ชัดเจนและประสานงานกับสถานศึกษาเพื่อโอนเงินให้ถึงมือเด็กโดยเร็วที่สุด แต่การจัดสรรเงินยังเป็นไปตามกติกาเดิม คือ ต้องจัดสรรให้กับเด็กนักเรียนนักศึกษารายเก่าก่อน และไม่เกินจากงบประมาณที่ได้รับไปแล้วจำนวน 6,900 ล้านบาท ขณะที่จำนวนเด็กนักเรียนนักศึกษาผู้กู้ทั้งหมดต้องไม่เกิน 1.25 แสนราย
นายธาดา มาร์ติน ผู้จัดการ กยศ. กล่าวว่า กยศ. จะ เร่งประสานงานกับสถาบันการศึกษาเพื่อเร่งโอนเงินให้แล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค.-พ.ย.นี้ เพื่อให้เด็กได้ศึกษาเล่าเรียนอย่างสบายใจ ซึ่งเบื้องต้น กยศ. ได้ประมาณการว่าในปีการศึกษา 50 จะมีเด็กนักเรียนรายใหม่ ในชั้นปีที่ 1 มาขอกู้เงินจาก กยศ. ประมาณ 50,403 ราย แต่ปรากฏว่ามีเด็กมาขอกู้เพียง 28,000 ราย ขณะที่คาดว่ามีเด็กเก่าที่ขอกู้ต่อเนื่องอยู่แล้วมาขอกู้ประมาณ 74,897 ราย แต่ปรากฏว่ามาขอกู้ประมาณ 50,000 ราย ดังนั้นจึงสามารถเกลี่ยเงินในส่วนที่เหลือจากเด็กเก่าไปจัดสรรให้กับผู้กู้รายใหม่ในส่วนที่เกินจากประมาณการได้ แต่ต้องประสานงานกับสถาบันการศึกษาเพื่อสรุปรายละเอียดของจำนวนเด็กให้ชัดเจนก่อนโอนเงินต่อไป
การที่มีเด็กนักเรียนนักศึกษารายใหม่มาขอกู้ยืมเงิน จากเด็กนักเรียนนักศึกษาเป็นจำนวนมาก มีสาเหตุจากการที่สถาบันการศึกษาโดยเฉพาะสถาบันราชภัฏต่าง ๆ ได้ขยายฐานการศึกษา โดยเปิดรับเด็กนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ในภาคพิเศษกันมาก และมีแนวโน้มว่าเด็กเข้าใหม่ในชั้นปีที่ 1 จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเมื่อปี 45 มีจำนวน 37,000 ราย เพิ่มเป็น 55,000 รายในปี 49 และในปี 51 คาดว่าจะมี 58,000 ราย
ส่วนความคืบหน้าในการโอนเงินให้กับเด็กกว่า 2 แสนราย ที่ขอกู้ในกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ที่ยุบรวมกับกยศ. นั้นล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ย. กยศ. ได้ตรวจสอบความถูกต้องและโอนเงินให้เด็กแล้วจำนวน 14,221 ราย จากจำนวนที่สถาบันส่งสัญญาเงินกู้มาให้ 41,446 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่มาจากสถาบันการศึกษาเพียง 352 แห่งเท่านั้น.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
