สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเผยญี่ปุ่นมีกระบวนการจดสิทธิบัตรจุลชีพ แต่ไม่กระทบไทย เชื่อเจเทปาเปิดโอกาสไทยจดสิทธิบัตรจุลชีพในญี่ปุ่น หวังป้องกันการละเมิดในประเทศนั้นๆ พร้อมนำยีสต์จากไทยเข้าจดสิทธิบัตรที่ญี่ปุ่นเร็วๆ นี้หลังจากมีการลงนามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น(FTA-JTEPA) ในส่วนของงานวิจัยและพัฒนาด้านจุลชีพ ยังคงมีกระแสคัดค้าน เนื่องจากวิตกกังวลว่าอาจเป็นการเปิดโอกาสให้ญี่ปุ่นมาจดสิทธิบัตรจุลชีพของประเทศไทยนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่น ดร.นงลักษณ์ ปานเกิดดี ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการจัดงาน นวัตกรรมเพื่อธุรกิจใหม่ ครั้งที่ 3 : การลงทุนในธุรกิจชีวภาพ ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยถูกนำจุลชีพหรือพวกจุลินทรีย์ต่างๆ ไปใช้ประโยชน์มากมาย รวมทั้งถูกนำไปจดสิทธิบัตรที่ต่างประเทศ ทำให้ไทยเสียผลประโยชน์โดยตรง แต่การลงนามเจเทปาถือเป็นโอกาสดี เพราะช่วยให้การจดสิทธิบัตรเปิดกว้างขึ้น โดยประเทศไทยสามารถจดสิทธิบัตรในญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่าญี่ปุ่นมีกฎกติกาในการจดสิทธิบัตรไม่เหมือนประเทศอื่น คือ สามารถจดสิทธิบัตรตัวจุลชีพตามธรรมชาติได้ ซึ่งหากนำจุลชีพของไทยไปจดสิทธิบัตรที่ญี่ปุ่น ก็จะเป็นการป้องกันการละเมิดในประเทศนั้นๆ ได้โดยตรง
การจดสิทธิบัตรส่วนใหญ่เป็นสิทธิบัตรกระบวนการ คือ ทุกประเทศจะไม่สามารถจดสิทธิบัตรจุลชีพตามธรรมชาติได้ มีเพียงเบลเยียมและญี่ปุ่นที่สามารถจดสิทธิบัตรตัวเชื้อจุลินทรีย์ได้ ซึ่งหากมองผิวเผินอาจเป็นข้อเสีย แต่เมื่อมีการลงนามเจเทปาแล้ว ก็ควรพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส คือ หากประเทศไทยพบเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ และเกรงว่าญี่ปุ่นจะนำจุลินทรีย์ดังกล่าวไปใช้ ก็สามารถไปจดสิทธิบัตรจุลชีพนั้นๆ ที่ญี่ปุ่นได้ทันที ซึ่งอดีตทำไม่ได้ แต่การลงนามครั้งนี้ช่วยได้ ดร.นงลักษณ์กล่าว และว่า ที่สำคัญรัฐบาลก็ต้องสนับสนุนการนำจุลชีพของไทยไปจดสิทธิบัตรที่ญี่ปุ่นด้วย เพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ประมาณหลายแสนบาท
ดร.นงลักษณ์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีหลายหน่วยงานที่เก็บจุลชีพต่างๆ ไว้ ทั้งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมปศุสัตว์ หรือ วว. หากมีการสร้างเครือข่ายหรือรัฐบาลสนับสนุนการเก็บจุลชีพเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยให้การนำจุลชีพไปใช้แบบเปิดลดลง การถูกลักลอบนำไปใช้ในต่างประเทศก็ลดลง อีกทั้งการเก็บจุลชีพเป็นหลักแหล่งยังง่ายต่อการค้นหาคุณประโยชน์ต่างๆ ของจุลชีพนานาชนิดได้ง่ายขึ้น ซึ่งง่ายต่อการนำไปใช้ประโยชน์ รวมทั้งยังง่ายต่อการจดสิทธิบัตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ดร.นงลักษณ์กล่าวว่า ส่วนของ วว. มีการเก็บจุลชีพหรือจุลินทรีย์กว่าหมื่นชนิด เพื่อวิจัยและพัฒนาจุลินทรีย์ ในการนำไปใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพ ล่าสุด พบจุลินทรีย์ 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มยีสต์พบว่ามีสารเบต้ากลูแคน ที่สามารถต้านอนุมูลอิสระ และเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย และ 2.กลุ่มไขมันไม่อิ่มตัว สกัดมาจากแบคทีเรียทางทะเลชนิดหนึ่ง พบว่ามีคุณสมบัติช่วยบำรุงตา บำรุงสมอง โดยทั้ง 2 กลุ่มจะนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ซึ่งอยู่ระหว่างจดสิทธิบัตรกระบวนการ แต่ในกลุ่มยีสต์ วว.กำลังรวบรวมเอกสารเพื่อขอจดสิทธิบัตรจุลินทรีย์โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่นเร็วๆ นี้
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
