สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล ด้านคนหลากหลายทางเพศเตรียมยื่น 4,000 รายชื่อสนับสนุนกฎหมายคำนำหน้าชื่อต่อประธาน สนช. พรุ่งนี้วานนี้ (2 ต.ค.) น.ส.นัยนา สุภาพึ่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์เห็นด้วยกับการเสนอกฎหมายคำนำหน้านามบุคคล ของอนุกรรมาธิการสตรีในคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และความมั่นคงของมนุษย์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ให้ชายและหญิงที่แปลงเพศแล้วเปลี่ยนคำนำหน้าเป็น "นางสาว" และ "นาย" ได้ เพราะถือเป็นสิทธิที่คนกลุ่มนี้ควรได้รับ จะช่วยเปิดโอกาสให้คนกลุ่มนี้เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากลอย่างแท้จริง การที่ไม่มีคำนำหน้านามที่ตรงกับความเป็นจริงทำให้ไม่มีโอกาสใช้สิทธิได้เหมือนกับบุคคลทั่วไป จึงถูกจำกัดสิทธิต่างๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือเรื่องของหลักการสิทธิมนุษยชนว่า เราควรจะยอมรับให้บุคคลทุกคนมีโอกาสใช้สิทธิของตนเองได้เหมือนๆ กันหมดทุกคน
ทางด้านนายยลลดา เกริกก้อง สวนยศ ตัวแทนหญิงข้ามเพศแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (3 ต.ค.) เวลา 13.00 น. ตัวแทนคนหลากหลายทางเพศ และกลุ่มคนข้ามเพศ จะนำรายชื่อที่ร่วมสนับสนุนการเสนอกฎหมายคำนำหน้านามบุคคล ซึ่งล่าสุดรวบรวมได้แล้วกว่า 4,000 รายชื่อ ไปยื่นให้กับประธาน สนช. เพื่อแสดงพลังและขอให้สมาชิก สนช.ช่วยสนับสนุนกฎหมายดังกล่าวของคณะกรรมาธิการกิจการสตรี สนช. เพราะเชื่อว่าการได้เปลี่ยนคำนำหน้านามจะช่วยให้ชีวิตของคนข้ามเพศทั้งหญิงและชายที่แปลงเพศแล้วดีขึ้น นอกจากนี้ ยังจะนำเสนอเพิ่มเติมว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วมีคนข้ามเพศที่ยังไม่แปลงเพศมากกว่า และทุกคนต่างประสบปัญหาเช่นเดียวกับผู้ที่แปลงเพศแล้ว จึงอยากขอโอกาสให้คนกลุ่มนี้ด้วย