จากสถิติที่ผ่านมา การก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองในฐานะนักการเมืองผู้หญิงเป็นไปอย่าง ค่อนข้างช้า เห็นได้จากจำนวนผู้หญิงทั้งการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่นมีไม่เกินร้อยละ 10 เท่านั้น เพราะเล็งเห็นว่า พรรคการเมือง คือ ด่านสำคัญ ที่จะเอื้อให้ผู้หญิงทำฝันให้เป็นจริงได้ สถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนาจึงจัดเสวนาเรื่อง ชวนพรรคการเมืองคุยเรื่องผู้หญิงและการเลือกตั้ง ปี 2550 ที่ศูนย์เยาวชน (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง โดยเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วมเสวนานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า พรรคไม่เคยกีดกันผู้หญิงให้เข้าสู่วงการเมือง แต่จากการทำงานการเมืองมา 15-16 ปี พบว่า สัดส่วนผู้สมัครผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ซึ่งการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้จำนวนผู้หญิงที่ลงสมัครรับเลือกตั้งก็ยังมีเท่าเดิม
พรรคพยายามจัดสรรให้ผู้หญิงลงสมัครทางการเมือง แต่ไม่สามารถจัดในสัดส่วนเท่านั้นเท่านี้ เพราะมีกระบวนการคัดเลือกหลายขั้นตอน รวมทั้งยังมีผู้หญิงสนใจลงสมัครน้อยด้วย ซึ่งในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้พรรคได้จัดสรรผู้หญิงลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อแล้ว 5 เขต จากทั้งหมด 8 เขต โดย 3 เขตที่เหลืออยู่ในระหว่างการพิจารณา
ด้าน นพ.ดร.มโน เมตตานันโท เลาหวณิช ตัวแทนจากพรรคชาติไทย บอกว่า สตรีมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีบทบาทในทุกวงการ การที่สังคมใดก็ตามยังไม่ให้ความเป็นธรรมต่อสตรี สังคมนั้นพัฒนาและเจริญลำบาก
ปัญหาหนึ่งที่ทุกพรรคการเมืองประสบเหมือนกันคือ ผู้สมัครหญิงมีน้อย ผู้หญิงที่มีความรู้ความสามารถส่วนใหญ่ปฏิเสธไม่ลงสมัคร แต่ขอช่วยอยู่ข้างหลัง สำหรับการคัดเลือกให้ผู้หญิงลงสมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ พรรคได้จัดสรรให้ผู้หญิงลงเป็นบางเขต เพราะกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครพรรคจะยึดหลักเกณฑ์ว่า ผู้สมัครคนไหนมีโอกาสได้รับการเลือกตั้งมากกว่ากัน
ปิดท้ายที่นายรณชัย ตันตระกูล ตัวแทนจากพรรคมหาชน บอกว่า ไม่มีพรรคการเมืองใดกีดกันผู้หญิง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้หญิงว่าจะทนได้ไหม เพราะการเป็นนักการเมืองไม่สนุก ต้องอดทน อดกลั้น ต่อสู้ ซึ่งถ้าผ่านไปได้ผู้หญิงก็จะประสบความสำเร็จทางการเมือง ส่วนข้อจำกัดที่ผู้หญิงยังเข้ามาทำงานการเมืองน้อยคือ บางครั้งพรรคการเมืองมองคะแนนเสียงมากกว่าความรู้สึกและความต้องการ แต่ทางพรรคพยายามสนุบสนุนผู้หญิงอย่างเต็มที่ โดยปีนี้ได้ลงผู้สมัครผู้หญิงในบางเขตด้วย
หลังจากจบเสวนา ดร.สุธีรา วิจิตรานนท์ นายกสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บอกว่า แม้โอกาสการทำงานทางการเมืองของผู้หญิงจะเป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่ถ้ามองในระยะยาวองค์กรสตรีจะยังต้องเดินหน้าต่อไป
การส่งเสริมให้ผู้หญิงทำงานการเมืองต้องได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่เป็นกลไกสำคัญ ซึ่งแต่ละพรรคอาจจะเปิดโอกาสให้มีอาสาสมัครผู้หญิงได้เข้าไปศึกษากระบวนการทำงานการเมือง เพื่อเป็นการชิมลางก่อนตัดสินใจลงเลือกตั้งได้ เชื่อว่าถ้าทุกฝ่ายช่วยกันทำอย่างต่อเนื่อง วันข้างหน้าคงไม่นานเกินรอ
นักการเมือง ชาย เปิดโอกาสให้แล้ว ผู้หญิงเดินหน้าเรื่องการเมืองเต็มที่ได้
หน้า 35
ข้อมูลจาก มติชน
