นายกสสอท.เผยร่างพ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชนฉบับใหม่เน้นความเสมอภาคระหว่าง ม.รัฐ-เอกชนแจงแก้ไข 4 ประเด็นหลัก ทั้งขออนุมัติหลักสูตร สอบสวน-แต่งตั้งอธิการบดีไม่ต้องผ่านสกอ. พร้อมเปลี่ยนผู้แทนคณาจารย์เป็นผู้แทนประจำภราดา ดร.บัญชาแสงหิรัญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) เปิดเผยถึงเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เพิ่งผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ต่างจากร่าง พ.ร.บ.ฉบับเดิมเมื่อปี 2546 เพราะแก้ไขหลายมาตราเพื่อให้เกิดความเท่าเทียบกันระหว่าง ม.รัฐ และ ม.เอกชน ดังนี้ 1.เรื่องการขออนุมัติหลักสูตรที่เมื่อก่อนต้องผ่านขั้นตอนการขออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แต่ในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้การขออนุมัติสามารถเสนอสภามหาวิทยาลัย และให้สภามหาวิทยาลัยของแต่ละสถาบันเป็นผู้อนุมัติ ซึ่งหลักเกณฑ์ในการเปิดหลักสูตรเป็นไปตามที่ สกอ.รับรองอย่างแน่นอน2.การสอบสวนแต่งตั้ง อธิการบดีตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจสอบสวน แต่งตั้งได้ โดยที่ไม่ต้องรอให้ สกอ.เป็นผู้สอบสวน เพราะหน่วยงานของมหาวิทยาลัยควรเป็นผู้แต่งตั้งอธิการบดี เช่นเดียวกับ ม.รัฐ
3.เรื่องผู้แทนคณาจารย์ที่ต้องผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งการเปลี่ยนจากผู้แทนคณาจารย์ เป็นผู้แทนประจำเป็นกระบอกเสียงของอาจารย์น่าจะเหมาะสมมากกว่า ไม่ต้องมาผ่านการเลือกตั้งให้เสียเวลา และ 4.การให้ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการภาคการศึกษามากขึ้นเช่น การสร้างหอพัก ที่มหาวิทยาลัยไม่ต้องมาลงทุนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
นายกสสอท.กล่าวอีกว่าแม้ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเอกชนจะผ่านความเห็นชอบของ สนช.แล้ว คาดว่าอีก 1-2 เดือนถึงจะมีผลบังคับใช้ทั้งนี้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะสร้างความเสมอภาคระหว่าง ม.รัฐ กับ ม.เอกชน ทำให้ ม.เอกชน มีความเข้มแข็งขึ้น สามารถตัดสินใจได้เร็วยิ่งขึ้น
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
