ศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุกนายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตผู้บริหาร บีบีซี เป็นสำนวนที่ 6 อีก 160 ปี ปรับ 16 ล้านบาท แต่ความผิดในคดีนี้จำคุกได้เพียง 20 ปี เมื่อรวมโทษจำคุก 6 สำนวนที่พิพากษาไปก่อนหน้านี้คงจำคุกนายเกริกเกียรติรวม 110 ปี ทั้งให้คืนเงินกว่า2พันล้านศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพกาษาของศาลชั้นต้น คดีพนักงานอัยการกองคดีเศรษฐกิจ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ หรือ บีบีซี, นายวันชัย ธรรมธิติวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารเงินและวิเทศธนกิจ และ นายเอกชัย อธิคมนันทะ อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฯ เป็นจำเลยฐานร่วมกันยักยอกและเบียดบังทรัพย์ กรณีร่วมกับนายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษา และนายอัดนัน คาช็อกกี นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย เบียดบังเงินกว่า 2,000 ล้านบาทไปโดยทุจริต ด้วยการวางแผนให้นายราเกซและนายอัดนัน กู้เงินหลายครั้ง เช่น ขอสินเชื่อระยะสั้นโดยไม่เสนอคณะกรรมการบีบีซีพิจารณากลั่นกรอง อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งธนาคารแห่งประเทศไทย อีกทั้งที่ดินและอพาร์ตเมนท์ ที่ทั้ง 2 นำมาค้ำประกันก็ตีราคาประเมินสูงเกินความเป็นจริง โดยไม่ผ่านการประเมินราคาของบีบีซี นอกจากนี้ ยังมีการใช้บัตรพิเศษผ่านรายการซึ่งสามารถแก้ไขเพิ่มเติมวงเงินสินเชื่อผ่านระบข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่มีหลักประกัน เหตุเกิดระหว่า 22 กุมภาพันธ์ -ตุลาคม 2538 ซึ่งการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายกับบีบีซี
ศาลพิเคราะห์ว่า จำเลยกระทำผิดจริง ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นความผิดหลายกรรมต่างวาระ ให้ลงโทษทุกกระทงความผิด 16 กระทง ๆ ละ 10 ปี ปรับกระทงละ 1 ล้านบาท พิพากษาจำคุก 160 ปี ปรับ 16 ล้านบาท แต่ตามกฎหมายโทษสูงสุดในคดีนี้จำคุกได้เพียง 20 ปี คงจำคุกคนละ 20 ปี ปรับ 16 ล้านบาท และให้จำเลยร่วมกันชดใช้เงินคืนให้บีบีซี รวมทั้งสิ้น 2,003,344,485 บาท
โดยให้นับโทษนายเกริกเกียรติ จำเลยที่ 1 ต่อจากคดีที่ศาลอาญารัชดาและศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่พิพากษาไว้ก่อนหน้านี้ 6 สำนวน รวมจำคุก 90 ปี เท่ากับนายเกริกเกียรติโทษต้องโทษจำคุกทั้งสิ้น 110 ปี และมี 2 สำนวนศาลศาลยกฟ้องคือ สำนวนที่ขาดอายุความในศาลอาญากรุงเทพใต้และสำนวนที่ศาลอาญารัชดาฯ พิพากษายกฟ้องในคดีที่ร่วมกับนายเอกชัย ยักยอกทรัพย์บีบีซีกว่า 30 ล้านบาท