ยูเนสโกมอบเหรียญเงิน "พระเจ้าช้างเผือก" ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์สร้างขึ้นเพื่อเรียกร้องสันติภาพ ยกย่องหอภาพฯ รักษาฟิล์มไทยขาว-ดำเรื่องเดียวสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ไว้เป็นมรดกของโลก ชูเป็นหนังที่ถ่ายช้างที่สวยที่สุด วธ.เตรียมจัดฉายเทิดพระเกียรติมหามงคล 80 พรรษาเมื่อวันที่ 19 ต.ค.50 คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) สำนักงานใหญ่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้ทำหนังสือถึง วธ.ว่ามีมติเอกฉันท์ที่จะมอบรางวัลเฟลลินี (The Fellini Silver Medal Award) เหรียญเงินเพื่อเชิดชูเกียรติผู้กำกับและองค์กรสร้างสรรค์ผลงานอนุรักษ์ศิลปะภาพยนตร์ให้แก่หอภาพยนตร์แห่งชาติ กรมศิลปากร ในฐานะมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และรักษามรดกศิลปะภาพยนตร์ของไทย โดยเฉพาะภาพยนตร์ "พระเจ้าช้างเผือก" หรือ The King of the White Elephant ภาพยนตร์ไทยสร้างขึ้นในสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ.2483) ที่หาดูได้ยากเป็นเพียงเรื่องเดียวที่ยังคงมีฟิล์มภาพยนตร์เต็มเรื่องสมบูรณ์มาถึงปัจจุบัน 67 ปี โดยนายอับดุล วาฮีด คาน ผู้ช่วยอำนวยการด้านการสื่อสารและสารสนเทศจากยูเนสโกสำนักงานใหญ่ เป็นตัวแทนมอบรางวัลดังกล่าวให้กับ วธ.ในงานเทศภาพยนตร์ภูเก็ต (Phuket film festival) ในวันอาทิตย์ที่ 21 ต.ค.นี้ ณ ศูนย์การค้าจังซีลอน หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต
"นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ยูเนสโกได้ให้ความสำคัญกับงานอนุรักษ์รักษาฟิล์มเก่า โดย วธ.มีหอภาพยนตร์ฯ ที่ดูแลในฐานะรวบรวมเอกสารประวัติศาสตร์งานศิลปะภาพยนตร์และเป็นพิพิธภัณฑ์มหรสพ ให้บริการสาธารณชนที่สนใจศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับประวัติหนังไทย โดยไม่แสวงหากำไร จะให้มีการจัดฉายภาพยนตร์พระเจ้าช้างเผือกให้กับประชาชนทั่วไปได้ชื่นชม เป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำหรับวันเวลาสถานที่ฉายภาพยนตร์ดังกล่าวให้ประชาชนได้ชมนั้นจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง" รมว.วธ.กล่าว
ด้านนายโดม สุขวงศ์ นักอนุรักษ์ฟิล์มเก่าหอภาพยนตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ภาพยนตร์พระเจ้าช้างเผือกสร้างขึ้นเพื่อเรียกร้องสันติภาพที่ประเทศเอเชียและทั่วโลกทำสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อให้สติแก่คนไทยและชาวโลกทำสงครามไปเพื่ออะไร โดยนายปรีดี พนมยงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นผู้ดำเนินการสร้าง ตากล้องชื่อประสาท สุขุม ช่างถ่ายหนัง A.S.C คนเดียวของไทย จำลองเอาเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สงครามยุทธหัตถีและสงครามช้างเผือกนำมารวมเป็นเรื่องเดียวกัน ได้พยายามเลี่ยงการใช้ชื่อประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้คำว่าอโยธยากับหงสาวดี ทางพระเจ้าหงสาวดีมีความคิดรุกรานอโยธยา พระเจ้าจักรากษัตริย์กรุงอโยธยามีแนวคิดเรื่องสันติภาพและทศพิธราชธรรม ไม่อยากให้ราษฎรเดือดร้อนจากสงคราม แต่เมื่อเกิดสงครามขึ้นพระเจ้าแผ่นดินได้นำทัพออกไปประจันหน้าข้าศึกจึงเกิดสงครามชนช้างขึ้น ตอนท้ายเรื่องกษัตริย์หงสาวดีก็สิ้นชีพบนหลังช้าง ซึ่งหนังเรื่องนี้ยังได้รับการยกย่องถ่ายทำช้างได้งามที่สุดในโลกอีกด้วย
นักอนุรักษ์ฟิล์มกล่าวอีกว่า ภาพยนตร์พระเจ้าช้างเผือกมีความยาว 100 นาที ซึ่งฟิล์มต้นฉบับเนกาตีฟขาวดำ 35 ม.ม. เดิมได้ถูกเผาทำลายวอดวายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 คงเหลือแต่ฟิล์มสำเนาสำหรับฉายก๊อบปี้หนึ่งเดียว ซึ่งนายปรีดีส่งไปสหรัฐอเมริกาเพื่อขอจดทะเบียนลิขสิทธิ์ในสหรัฐ ต่อมาได้เก็บรักษาไว้ในแผ่นภาพยนตร์ของหอสมุดรัฐ สภาแห่งชาติสหรัฐ แต่ฟิล์มก๊อบปี้นั้นเสื่อมสภาพตามอายุขัย ทางหอสมุดฯ ได้พิมพ์ถ่ายทอดลงเป็นฟิล์มเซลลูโลลอซีเตท ย่อลงขนาด 16 ม.ม. และในปี 2543 มูลนิธิหนังไทยในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ ร่วมกับคณะผู้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์เอเชียได้ปฏิสังขรณ์ฟิล์ม 16 ม.ม. ให้กลับคืนเป็น 35 ม.ม.ดังเดิม มอบให้แก่หอภาพยนตร์ฯ เก็บดูแล
"ฟิล์มภาพยนตร์พระเจ้าช้างเผือกปัจจุบัน บริษัทเทคนิคคัลเลอร์ประเทศไทยได้เข้ามาช่วยทางเทคนิครักษาฟิล์มให้คงมีสภาพสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และการที่หอภาพยนตร์ฯ ได้รับรางวัลเหรียญเงินแฟลลินี ตั้งชื่อตามผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอิตาลี นายเฟเตริโก เฟลลินี ในสาขาวัฒนธรรมสื่อสารมวลชนจากยูเนสโก ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมารางวัลนี้จะมอบให้กับผู้กำกับภาพยนตร์เป็นส่วนใหญ่ โดยผู้ที่ได้รับรางวัลคนแรกคือ นายซิดดิก บาร์มาค ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอัฟกานิสถานได้เหรียญเงิน และคลินต์ อีสต์วู้ด ผู้กำกับและนักแสดงชื่อดังชาวอเมริกันได้เหรียญทอง นับเป็นครั้งแรกที่ยูเนสโกมอบรางวัลนี้ให้กับองค์กรที่ทำงานด้านอนุรักษ์ฟิล์มเก่าที่เป็นสมบัติล้ำค่าของชาติและมรดกทางวัฒนธรรมของโลก สอดคล้องกับมรดกความทรงจำของโลกอีกด้วย" นักอนุรักษ์ฟิล์มกล่าว.