รมช.สธ. เผยแม่ไทยคลอดลูกก่อนกำหนดเสี่ยงตายสูง เฉลี่ย 23 คนต่อพันคน เหตุปอดไม่ทำงานจนขาดออกซิเจน รัฐสูญงบตกปีละกว่า 2 พันล้านบาท สธ.เร่งตีปิ๊บให้ฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์ครบ 3 เดือนที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเร็วๆ นี้ น.พ.มรกต กรเกษม รมช.สาธารณสุข (สธ.) และ น.พ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย น.พ.มาโนชญ์ ลีโทชวลิต รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) และ ศ.คลินิก น.พ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวของเด็กและเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ และสัปดาห์เพื่อการรณรงค์และป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนด
น.พ.มรกต กล่าวว่า ปัจจุบันเด็กไทยเกิดปีละ 8 แสนคน ในจำนวนนี้ 7 หมื่นคนน้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล ซึ่งอยู่ต้องไม่น้อยกว่า 2,500 กรัม เนื่องจากคลอดก่อนกำหนด คือ ก่อน 37 สัปดาห์ เด็กกลุ่มนี้จึงเสี่ยงขาดออกซิเจนเนื่องจากปอดไม่ทำงาน จนทำให้เสียชีวิตได้ บางรายเลือดออกในสมอง ปอดติดเชื้อ ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน ทำให้มีค่าใช้จ่ายตกปีละกว่า 2 พันล้านบาท
ปัจจุบันไทย ทารกคลอดกก่อนกำหนดตาย 23 จาก 1,000 คน หมายถึงเด็กที่เกิดทุก 1,000 คน กว่าจะมีอายุถึง 1 ขวบ จะตายไป 23 คน อันมีสาเหตุมาจากสุขภาพของแม่ระหว่างตั้งครรภ์ไม่สมบูรณ์ ทำให้ลูกไม่สมบูรณ์ด้วย ขณะญี่ปุ่นมีอัตราทารกตายต่ำสุด 3 ต่อพันคน เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี 4 ต่อพันคน สหรัฐอเมริกาและมาเลเซีย 7 ต่อพันคน และจีน 8 ต่อพันคน น.พ.มรกต กล่าว
ด้าน น.พ.ปราชญ์ กล่าวเสริมว่า สธ.จะเร่งรณรงค์ให้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนฝากครรภ์ ก่อนอายุครรภ์ครบ 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาอวัยวะของเด็กในครรภ์ให้ครบถ้วน และให้เข้ารับการตรวจครรภ์อย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์นัดหมายทุกครั้ง
ศ.คลินิก น.พ.ปิยะสกล กล่าวว่า โครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ มุ่งช่วยเหลือและแก้ปัญหาทารกเกิดก่อนกำหนด โดยระยะแรกจะจัดนิทรรศการให้ความรู้ใน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
