หากการบ่าไหลของสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก เป็นเครื่องชี้วัดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในสาธารณรัฐประชาชนจีน คงเป็นแนวโน้มที่พุ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยหลุยส์ วิตตอง ปักธง สาขาที่ 3 ในกรุงปักกิ่ง หรือ สาขาที่ 18 ในจีน ซึ่งสาขานี้ตั้งบนถนนสายธุรกิจฝั่งตะวันตกของกรุงปักกิ่ง ภายในปักกิ่งซีซั่น เพลส พื้นที่ 540 ตารางเมตร รวมสินค้าชั้นเยี่ยมของหลุยส์ วิตตอง ไว้ในที่เดียว โดยการตกแต่งหน้าต่างแสดงสินค้าหน้าร้านเป็นฝีมือ โจว ที ไห่ ศิลปินชื่อดังชาวจีนสิงโตสีสดเชิดเปิดงานตามธรรมเนียมจีน ก่อนที่ อีฟ คาร์เซลล์ ผู้บริหารระดับสูงของหลุยส์ วิตตอง และ คริสโตเฟอร์ ชาร์นาดี แลนดี ผู้จัดการใหญ่บริษัท หลุยส์ วิตตอง ประเทศจีน ตัดริบบิ้นเปิดงาน โดย นักแสดงชื่อดัง จาง ซิ ยี่ ร่วมแสดงความยินดีท่ามกลางแขกร่วมงานนับพันคน ต่างตื่นตาตื่นใจกับร้านใหม่และแฟชั่นโชว์สุดอลังการ งานนี้หลุยส์ วิตตอง สร้างความพิเศษให้จดจำด้วยการสูบน้ำจากสระว่ายน้ำของ The Financier Club ออกทั้งหมดเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดงานท่ามกลางแสงสว่างเรืองรอง
ในส่วนหน้าร้านของหลุยส์ วิตตอง สาขาใหม่นี้ โจว ที ไห่ เลือกลายโมโนแกรมเป็นธีมหลักตกแต่งหน้าร้านเป็นสีทองอร่าม พร้อมนำผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นกว่า 10 ปี อันเป็นผลงานเลื่องชื่อตกแต่งผนัง ได้แก่ภาพ Je La transport dans un sac de Louis Vuitton ได้แรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์ยาวนานของหลุยส์ วิตตอง และภาพ And Then Again, Here Come Mr.Gurierec to China เป็นภาพแฝงอารมณ์ขันต้องการสื่อถึง Mr.Gurierec เดินทางมาประเทศจีนเพื่อเรียนรู้ศิลปะร่วมสมัยของจีน นอกจากนี้โจว ที ไห่ ยังประดิษฐ์กังหันลม โดยใช้ก้านกังหันเป็นลาย โมโนแกรมตามสไตล์เฉพาะตัวประดับตกแต่งหน้าร้านด้วย
การตกแต่งภายในเป็นฝีมือ ปีเตอร์ มารีโน สถาปนิกชื่อก้อง พร้อมทีมสถาปนิกของหลุยส์ วิตตองจากนิวยอร์ก มารีโน เลือกไม้อนิแอช์ กำแพงหินอ่อน พรมขนสัตว์ และผนังปูนขัดเงาตกแต่งผนัง เพื่อสร้างบรรยากาศหรูหรา มีส่วนจัดแสดงกระเป๋า Bag Bar ความยาว 6.5 เมตร ทำจากกล่อง 3 มิติ ซึ่งเป็น Bag Bar แห่งแรกของหลุยส์ วิตตอง ในประเทศจีน โถงกลางแต่งด้วยกำแพงลายหนัง โซฟาสีขาว และโคมไฟแขวนสีขาวเข้าชุด ให้ความรู้สึกถึงความเป็นผู้หญิง ส่วนอีกด้านเป็นมุมคุณผู้ชาย สงบสุขุมเยือกเย็น ด้วยโซฟาสีดำ ผนังลายไม้
นอกจากนี้ยังมีมุมหนังสือ จอทีวีเพื่อให้ลูกค้าอัพเดทเทรนด์ ต่าง ๆ และข้อมูลใหม่ ๆ รวมถึงบริการอินเทอร์เน็ต ทำให้หลุยส์ วิตตอง สาขาใหม่เป็นการผสานความงามแบบคลาสสิก ตามแบบฉบับเข้ากับความทันสมัยของโลกปัจจุบันอย่างลงตัว.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
