พขร.-ช่างเครื่อง นัดยื่นใบลาป่วย ไม่มีใบรับรองแพทย์พร้อมกันจำนวนมาก ชุมนุมโจมตีผู้บริหารและบอร์ดการรถไฟฯ ผู้โดยสารไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เดือดร้อนกันทั่วประเทศ รมช.คมนาคมสั่งดำเนินการขั้นเด็ดขาด และตั้งคณะกรรมการสอบนวินัยผู้กระทำผิด เผยวันเดียวสูญเสียรายได้ 10 ล้านบาทการนัดหยุดงานของพนักงานรถไฟทั่วประเทศ ก่อ หวอดประท้วงรัฐบาลในการที่จะมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ รฟท. ส่งผลกระทบทำให้ประชาชนที่ใช้บริการเกิดความเดือดร้อนกันทั่วประเทศ เพราะไม่สามารถเดินทางได้นั้น
คนรถไฟผละงานทั่วประเทศ
นายบัญชา คงนคร รองผู้ว่าการการรถไฟแห่ง ประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะรักษาการผู้ว่าการ รฟท. เปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ต.ค. ถึงกรณีการนัดหยุดงานและหยุดเดินรถของพนักงานขับรถไฟและช่างเครื่อง ทำให้มีผู้โดยสารตกค้าง ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงและสถานีต่างๆทั่วประเทศจำนวนมากว่า เหตุการณ์ ต่างๆที่เกิดขึ้นเกิดเบื้องต้นได้รับรายงานจากผู้บังคับบัญชาในระดับต่างๆ ว่า ในช่วงที่ผ่านมามีพนักงานขับรถและช่างเครื่องของการรถไฟหยุดงาน โดยได้ยื่นใบลาป่วยโดยไม่มีใบรับรองแพทย์พร้อมกันเป็นจำนวนมาก จึงส่งผลให้ขบวนรถไม่สามารถทำการเดินรถได้ ทำให้ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะชุมทางทุ่งสง เพราะมีขบวนรถด่วนบัทเตอร์เวิร์ทจากกรุงเทพ-มาเลเซีย รวมถึงขบวนรถด่วนรถเร็วกรุงเทพ-สุไหงโก-ลก ตกค้างรวม 3 ขบวน ทั้งนี้ ทางศูนย์การขนส่งสายใต้ได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารด้วยการจัดรถบัส เพื่อขนส่งผู้โดยสารไปยังอำเภอหาดใหญ่ ให้สามารถเดินทางต่อไปได้ รวมถึงขบวนรถเร็วจากกรุงเทพ-ยะลา ก็ต้องหยุดการเดินรถไว้ที่ อ.หาดใหญ่ และคืนค่าโดยสารในระยะที่เหลือให้กับผู้โดยสาร การรถไฟฯต้องขออภัยต่อผู้โดยสารทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้านั้น การรถไฟฯจะให้พนักงานที่เหลือและเต็มใจที่จะทำงานต่อให้มาทำหน้าที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ที่ต้องการเดินทางและจะพยายามให้สถานการณ์กลับมาสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด
งงไม่ทราบสาเหตุประท้วง
สำหรับสาเหตุของการหยุดงานประท้วงครั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุใด เพราะที่มีการระบุว่าเกี่ยวข้องกับการลงนามความร่วมมือทางการค้า หรือเจเทปาก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน รวมถึงแผนฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจของการรถไฟฯ ก็ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องเก่าที่เคยมีการพูดถึงมานานและไม่ได้มีผลกระทบใดๆต่อการทำงานของพนักงานขับรถและช่างเครื่อง ส่วนที่ระบุว่าแผนฟื้นฟูจะทำให้เอกชนเข้ามามีบทบาทในการเดินรถและเข้ามามีบทบาทในการดำเนินการต่างๆ แทนพนักงานของการรถไฟฯนั้นก็ไม่น่าจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดการประท้วง เพราะแผนฟื้นฟูของการรถไฟฯไม่ได้มีการแปรรูปหรือเลิกจ้างพนักงานแต่อย่างใด และที่เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาลงทุนนั้น ก็เป็นการลงทุนในการขนส่งสินค้าของแต่ละบริษัทซึ่งมีมานานแล้ว เช่น บริษัททีพีไอ บริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง บริษัท ปูนตราช้าง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ไม่ใช่เรื่องใหม่
ไม่มีการเลิกจ้างพนักงาน
ส่วนขบวนรถเพื่อการโดยสารและการบริหารจัดการ พนักงานขับช่างเครื่องนั้นก็ยังเป็นของการรถไฟฯส่วนอนาคต ที่จะเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการเดินรถก็เป็นการเช่ารางเพื่อการขนส่งสินค้า ไม่ได้เป็นการแย่งงานพนักงานการรถไฟฯทำ และไม่ได้มีปัญหา การเลิกจ้างหรือให้พนักงานเก่าของการรถไฟฯออกจากงาน แต่ในทางกลับกันการรถไฟฯ ยังต้องเตรียมพนักงานในส่วนของพนักงานขับและช่างเครื่อง เพื่อรองรับการเติบโตและความต้องการของระบบขนส่งทางรางในอนาคต โดยเฉพาะขนส่งรางคู่เส้นทางฉะเชิงเทรา-แหลมฉะบัง ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อรองรับการลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งจะทำให้จำนวนเที่ยววิ่งมากขึ้น ดังนั้นการรถไฟฯจึงต้องเตรียมจัดพนักงานให้มากขึ้น เรื่องรายได้นั้น ก็ไม่คิดว่าจะมีส่วนทำให้เกิดการหยุดงานประท้วงเพราะพนักงานทุกคนก็มีรายได้เป็นเงินเดือนประจำอยู่แล้ว
สหภาพฯแถลงฉะบอร์ด
ต่อมาเวลา 13.00 น. สมาชิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟท.กว่า 100 คน นำโดยนายเรียงศักดิ์ แข็งขัน รองประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟท. เดินทางมาชุมนุมคัดค้านแผนฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจ รฟท. ที่บริเวณหน้าพระรูป พล.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน กล่าวโจมตีการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ รฟท. ที่มีนายศิวะ แสงมณี เป็นประธานคณะกรรมการ และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูงของ รฟท. ที่มีนายบัญชา คงนคร เป็นรักษาการผู้ว่าการ รฟท. ขับไล่ผู้บริหารและคณะกรรมการการรถไฟฯ รวมถึง แจกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ระบุว่า สาเหตุที่สหภาพแรงงานฯต้องหยุดเดินรถในครั้งนี้ เกิดจากคณะกรรมการการรถไฟฯผู้บริหารการรถไฟฯ ไม่ได้ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของการรถไฟฯ ทำให้เสียประโยชน์นับหมื่นล้านบาท ในกรณีดังต่อไปนี้ คือ 1. การพยายามต่อสัญญากับบริษัทเซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด แทนที่จะเปิดโอกาสให้มีการประกวดราคาอย่างเสรีตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ พ.ศ. 2535
แจงยิบข้อบกพร่อง
2. ไม่ดำเนินคดีกับนักการเมือง จ.บุรีรัมย์ กรณีออกโฉนดที่ดินทับที่ดินของการรถไฟฯที่บริเวณเขากระโดง ต.อีสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ 3. เรื่องต่อสัญญาให้บริษัทก่อสร้างโครงการแอร์พอร์ตลิงค์ทำให้การรถไฟฯเสียประโยชน์ 1,000 ล้านบาท แทนที่จะได้ค่าปรับวันละ 12 ล้านบาท กลับต้องเสียค่าดอกเบี้ยวันละ 3 ล้านบาท 4. คณะกรรมการการรถไฟฯต่อสัญญาจ้างซีเอฟโอ หรือผู้บริหารการเงิน ที่ไม่มีคุณสมบัติและไม่มีความรู้ความสามารถตามข้อกำหนดของการรถไฟฯและแทรกแซงการบริหารนอกเหนือจากอำนาจตาม พ.ร.บ.การรถไฟฯ พ.ศ. 2494 5. รัฐบาลไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การรถไฟฯ พ.ศ. 2494 ในการจ่ายเงินชดเชยให้การรถรถไฟฯตามกฎหมาย ที่ควบคุมให้การรถไฟฯต้องกลับค่าบริการในราคาต่ำ เป็นเหตุให้การรถไฟฯขาดทุนสะสมต่อเนื่อง 23,000 ล้านบาท ทำให้การรถไฟฯต้องแบกภาระดอกเบี้ยทั้งหมด
อัดไม่รักษาผลประโยชน์
6. ผู้บริหารการรถไฟฯ คณะกรรมการการรถไฟฯ เสนอให้ปรับโครงสร้างการรถไฟฯแก้ พ.ร.บ.จัดวางรถไฟและทางหลวง พ.ศ. 2464 และ พ.ร.บ.การรถไฟฯ พ.ศ. 2494 เสนอรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรีให้เห็นชอบ โดยไม่ได้ทำความตกลงกับสหภาพแรงงานฯตามข้อตกลงและไม่ได้จัดทำมาตรฐานสภาพการจ้างตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 50 และไม่ให้พนักงานมีส่วนร่วม ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้มีการเสนอปัญหาต่างๆไปยังผู้บริหารการรถไฟฯ คณะกรรมการการรถไฟฯ รมช.คมนาคม นายกรัฐมนตรี มาตามลำดับ แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้พนักงานการรถไฟฯต้องหยุดงานเพื่อประท้วง และควรดำเนินการกับผู้บริหารการรถไฟฯ ที่ไม่รักษาผลประโยชน์ของการรถไฟฯ และขอกราบอภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการ
แฉแผนแปรรูป-ไล่บอร์ด
โดยนายเรียงศักดิ์กล่าวว่า การหยุดเดินรถของพนักงานการรถไฟฯ ยอมรับว่า ทำให้ผู้โดยสารได้รับความเดือดร้อนทั่วประเทศ แต่ในอนาคตหากไม่มีการดำเนินการและปล่อยให้มีการแปรรูป ก็จะทำให้ในอนาคต การรถไฟฯ จัดเก็บค่าโดยสารกับผู้โดยสารในอัตราที่แพง ซึ่งสหภาพแรงงานฯไม่เห็นด้วย แม้ว่าจะไม่มีแผนการแปรรูป แต่มีการสอดไส้ในแผนฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจที่ให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.การรถไฟ พ.ศ.2494 เปิดโอกาสให้เอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการเดินรถและเช่ารางของการรถไฟฯ ซึ่งในอนาคตจะกระทบต่อการปฏิบัติงานของพนักงานการรถไฟฯได้ นอกจากนี้ ยังต้องการให้ผู้บริหารและคณะกรรมการการรถไฟฯเร่งแก้ไขปัญหาการทุจริตที่คั่งค้างมานานให้สำเร็จ และเห็นว่าที่ผ่านมาการปฏิบัติงานของผู้บริหารและคณะกรรมการการรถไฟฯ ไม่มีความโปร่งใสและควรออกจากตำแหน่ง เพราะไม่ปกป้องผลประโยชน์ ของการรถไฟฯเลย ส่วนการเปิดเส้นทางเดินรถนั้น ไม่สามารถ ให้คำตอบได้ว่าจะเปิดเส้นทางการเดินรถได้เมื่อไหร่ เพราะขึ้นอยู่กับการเจรจาว่าเป็นที่น่าพอใจหรือไม่
ประธานบอร์ดออกโรงโต้
ด้านนายศิวะ แสงมณี ประธานคณะกรรมการ ร.ฟ.ท.กล่าวว่า การรถไฟฯจะพยายามจูงใจให้พนักงานที่เหลืออยู่เข้ามาทำงาน เพื่อให้มีขบวนรถให้บริการผู้โดยสารโดยเร็วที่สุด เพราะเข้าใจดีว่าการหยุดเดินรถลักษณะนี้ สร้างความเดือดร้อนกับผู้โดยสารเป็นอย่างมาก และยืนยันว่าการฟื้นฟูการรถไฟฯนั้น ไม่ใช่การแปรรูป และไม่มีเลิกจ้างพนักงานของการรถไฟฯแต่อย่างใด เนื่องจากในอนาคตพนักงานของการรถไฟฯในส่วนของพนักงานขับและช่างเครื่องมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีไว้ ส่วนที่มีการระบุว่า จะมีการรับพนักงานใหม่ 5% ของจำนวนพนักงานที่เกษียณอายุราชการไปนั้น อาจมีการแก้ไขใหม่ให้เหมาะสมให้สอดคล้องกับความต้องการในอนาคต โดยอาจรับมากถึง 10-15 อัตรา แต่กรณีที่จะให้ยกเลิกการเข้ามาลงทุนในระบบขนส่งสินค้าและการเช่ารางของเอกชนนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้การรถไฟฯมีรายได้มากขึ้น เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการเปิดโอกาสให้เอกชน เข้ามามีส่วนร่วมครั้งนี้ ก็เพราะการรถไฟฯไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะลงทุนในจุดนี้เอง
รมช.สรรเสริญรุดเจรจา
เวลา 14.41 น. นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รมช. คมนาคม ได้เดินทางมาถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย เจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ผู้ชุมนุมไม่ยอมเจรจาด้วย นายสรรเสริญจึงเรียกคณะกรรมการการรถไฟฯและผู้บริหารการรถไฟฯเข้าร่วมหารือถึงมาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยนายสรรเสริญกล่าวก่อนการหารือว่า การฟื้นฟูโครงการรัฐวิสาหกิจของการรถไฟฯนั้น จะทำให้การรถไฟฯมีรายได้มากขึ้น และจะทำให้การรถไฟฯมีการบริหารจัดการที่เป็นธุรกิจมากขึ้น และต้องการให้ทางสหภาพแรงงานฯคำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้โดยสารให้มาก เพราะการหยุดเดินรถลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
ผู้โดยสาร 700 คนเคว้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถานการณ์การเดินรถ หลังจากเกิดเหตุการณ์หยุดงานประท้วงในครั้งนี้นั้น ส่งผลให้ขบวนรถบางเส้นทาง โดยเฉพาะรถที่วิ่งในระยะไกล หยุดเดินรถไปตั้งแต่เวลา 02.00 น. ของวันที่ 31 ต.ค. ต่อมากลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางไปยังสถานีรถไฟหัวลำโพง สักการะอนุสรณ์ปฐมฤกษ์รถไฟหลวง และเนื่องจากรถไฟหลายขบวนไม่มีพนักงานขับ ทำให้ขบวนรถที่จะออกจากหัวลำโพงและเข้ามายังชานชาลา ไม่สามารถเดินรถได้ ทำให้รถจากสถานีหัวลำโพง ต้องหยุดการให้บริการโดยปริยาย ส่งผลให้ผู้โดยสารที่ยังไม่ทราบข่าว เดินทางมารอขึ้นรถเป็นจำนวนมาก ทั้งชาวไทยและต่างประเทศกว่า 700 คน โดยการรถไฟฯได้ให้สิทธิ์ผู้โดยสาร คืนตั๋วได้เต็มราคาที่ซื้อไป โดยสามารถคืนตั๋วได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
สั่งดำเนินการเฉียบขาดกับผู้ชุมนุม
เวลาประมาณ 15.45 น. นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่มรมช.คมนาคม พร้อมด้วยนายศิวะ แสงมณี ประธานบอร์ดการรถแห่งประเทศไทย (รฟท.) และนายบัญชา คงนคร รักษาการผู้ว่าการ รฟท. ร่วมกันแถลงข่าวหลังจากการหารือร่วมกัน ในแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ที่ทำ ให้ไม่สามารถให้บริการเดินรถไฟทั่วประเทศได้ นายสรรเสริญกล่าวว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะนี้ได้มีการรายงานให้พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี รับทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และได้มีการประสานงานไปยังตำรวจนครบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด รวมถึงทหาร ให้ช่วยในเรื่องของความปลอดภัยต่างๆ กรณีมีการเดินรถแล้วถูกกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง หรือม็อบปิดเส้นทางเดินรถไฟ ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดได้ทันที ขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายคลี่คลายปัญหาให้เร็วที่สุด เชื่อว่าไม่เกินเช้าวันที่ 1 พ.ย. รฟท.จะสามารถให้บริการเดินรถไฟได้เป็นปกติ
ขอคืนตั๋ววุ่นเป็นเงิน 2 ล้าน
นายสรรเสริญกล่าวว่า ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือกับบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) เพื่อขอสำรองรถจำนวน 500 เที่ยว เพื่อสำรองรถในการขนส่งผู้โดยสารที่ตกค้าง ขณะนี้ได้รับรายงานว่า มีผู้โดยสารมาขอคืนเงินค่าตั๋วรถไฟไปแล้วจำนวน 2 ล้านบาท คาดว่าหากเหตุการณ์ยังไม่ยุติ รฟท.จะสูญรายได้ในวันที่ 31 ต.ค. นี้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทแน่นอน นอกจากนี้ได้รับรายงานว่า รฟท.ไม่สามารถให้บริการในเส้นทางไกล ในทุกเส้นทางได้ เพราะบางจุดถูกสิ่งกีดขวางทับราง และมีม็อบพนักงาน ดังนั้น จึงให้บริการได้เฉพาะรถไฟชานเมืองเท่านั้น โดยรถไฟที่หยุดวิ่งในวันที่ 31 ต.ค.นี้ มีทั้งสิ้น 37 เที่ยววิ่ง จาก 80 เที่ยววิ่ง สำหรับจำนวนพนักงานขับรถไฟและช่างเครื่องที่จะต้องเดินทางไปกับรถไฟ ที่ยื่นใบลาในวันที่ 31 ต.ค. 50 ทั้งสิ้นรวม 394 คน แบ่งเป็นพนักงานขับรถ 214 คน จาก 1,112 คน ส่วนพนักงานซ่อมเครื่องยื่นใบลา 194 คน จาก 1,108 คน ซึ่งการลาดังกล่าว ทาง รฟท.ไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล ส่วนกรณีที่จะวางมาตรการอะไรไว้รองรับในอนาคต เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ได้มีการสั่งการฝ่ายบริหารแล้ว ให้ตั้งกฎเกณฑ์และระเบียบให้รัดกุมกว่านี้ ไม่ใช่ว่าจะลาป่วยเท่าไหร่ก็ได้
ตั้งข้อสังเกตมือที่ 3 แทรก
สำหรับสาเหตุที่พนักงาน รฟท.มาชุมนุมกันและหยุดเดินรถนั้น จากที่รับรายงานพบว่า พนักงานเดินรถมีความกลัว ในเรื่องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจว่า หากมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจแล้ว จะทำให้ตกงาน ขอยืนยันว่าไม่มีแน่นอน รวมถึงกรณีที่หากมีการให้บริษัทเอกชน เข้ามาเดินรถจะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ต้องเสียค่าโดยสารแพงนั้น ก็ขอยืนยันว่านโยบายของ รฟท. จะเปิดให้เอกชนเข้ามาเดินรถเฉพาะขนส่งสินค้าเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งการขนส่งผู้โดยสาร รฟท.ยังดำเนินการแต่เพียงผู้เดียว
กรณีที่หลายฝ่ายมีการตั้งข้อสังเกตว่า การประท้วงครั้งนี้เกิดจากมีบุคคลที่ 3 เข้ามาแทรกแซง รวมถึงปัญหาความแตกแยกภายในองค์กร เรื่องนี้ตนไม่แน่ใจ แต่ที่ผ่านมาได้พยายามทำความเข้าใจผ่านสื่อมวลชนมาโดยตลอด และที่ทำก็เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง การประท้วงทำได้แต่ต้องอยู่ในกรอบ จะนำสิ่งกีดขวางมาทับรางรถไฟไม่ได้ เพราะตาม พ.ร.บ. รถไฟแล้ว ถือว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกถึง 6 เดือน นอกจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับพนักงานรถไฟที่ร่วมกระทำความผิดด้วย รมช.คมนาคมกล่าว
ใครเข้าทำงานจะได้ความชอบ
ขณะที่นายศิวะกล่าวว่า ขณะนี้ รฟท.ได้ตั้งศูนย์ บัญชาการขึ้นมา เพื่อมาแก้ไขประสานงานผู้ได้รับความเดือดร้อนให้โทร. มาได้ที่หมายเลข 0-2220-4125 หากพนักงานขับรถไฟคนใดที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว และต้องการกลับเข้ามาทำงานขับรถต่อ ในช่วงที่มีปัญหาในขณะนี้ รฟท.จะพิจารณาความดีความชอบเป็นพิเศษ เพราะเชื่อมั่นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พนักงานขับรถไม่ได้เห็นชอบที่จะหยุดงานทุกคน ซึ่งการยื่นใบลาป่วยพร้อมกันถึง 394 คนในครั้งนี้ ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ทำได้ เพราะบางครั้งคนเราอาจจะเป็นโรคอหิวาต์ตายพร้อมกันได้
นายกฯ เร่งทำความเข้าใจ
ที่กระทรวงมหาดไทย เที่ยงวันเดียวกัน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ถึงกรณีที่การหยุดงานของพนักงานการรถไฟฯ ว่า ได้พูดคุยกับ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคมแล้วว่าจะต้องมีการเตรียมตัว เราต้องมองสองด้าน ส่วนแรกเป็นเรื่องของสหภาพฯ ซึ่งแน่นอนว่าเขาต้องดูแลผลประโยชน์ของตัวเอง แต่อีกด้านต้องดูว่าการบริหารงานในลักษณะที่ต้องมีความสมดุลและความพอดี ที่ รฟท.จะต้องพูดกับสหภาพ ว่าจุดไหนที่จะมอบให้ภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการ และสหภาพฯ ควรยอมแค่ไหน อย่างไร เหล่านี้จะต้องเจรจากัน แต่ไม่ได้หมายความว่า จะต้องให้เอกชนเข้ามาบริหารงานทั้งหมด
เมื่อถามว่ามีการมองกันว่าผู้บริหารของ รฟท.ทำความเข้าใจกับพนักงานน้อยเกินไป จนทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า คงต้องทำความเข้าใจกันมากขึ้น รฟท.เองมีหนี้สินอยู่เป็นจำนวนมากพอสมควร จะทำอย่างไรจึงจะเกิดประโยชน์มากที่สุด ปัญหาขณะนี้คือยังไม่มีผู้ที่มาสมัครเป็นผู้ว่าการ รฟท. ถือเป็นปัญหาการบริหารงานภายในองค์กรที่จะต้องหาทางแก้ไข อีกทั้งยังมีปัญหาหนี้สินและการบริหารงาน ซึ่งกระทรวงคมนาคมกำลังพยายามแก้ไขเป็นเรื่องๆอยู่ เมื่อถามต่อว่าทางสหภาพฯ เรียกร้องให้มีการแก้ไขเนื้อหา ในความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน สำหรับข้อเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.การรถไฟนั้น สามารถที่จะพูดคุยกันได้ และปรับแก้ได้ ตลอดเวลา เนื่องจากเป็นเรื่องภายในของเราเอง สามารถที่จะดำเนินการได้หากมีข้อมูลที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขก็สามารถพูดจากันได้
บรรณวิทย์หนุนหลังสหภาพ รฟท.
พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีที่สหภาพแรงงานการรถไฟไทยแห่งประเทศไทย (รฟท.) นัดหยุดงานเพื่อประท้วงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ว่า เชื่อว่าสาเหตุการสไตรก์มาจากร่าง พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่จะมีการแปรรูปการรถไฟฯ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯจะรอฟังผลการเจรจาระหว่างกระทรวงคมนาคมกับสหภาพแรงงานการรถไฟฯ ว่า กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการอย่างไร แต่จะไม่ลงไปดำเนินการโดยตรงเหมือนกรณีประท้วงที่สถานีรถไฟหัวลำโพงอีก เพราะถูกตำหนิว่าเข้าไปแทรกแซงกิจการของ รฟท. อย่างไรก็ตามอยากให้ฝ่ายบริหารของการรถไฟฯเข้าไปเจรจากับทางสหภาพฯ เพราะเท่าที่ทำงานร่วมกับสหภาพแรงงานฯเห็นว่ากรรมการชุดนี้มุ่งหวังประโยชน์ของการรถไฟฯเป็นใหญ่ ไม่ได้มุ่งหวังประโยชน์ส่วนตัว หากเจรจากันดีๆ เชื่อว่าน่าจะพูดกันรู้เรื่อง
ผมว่าสหภาพฯพูดง่ายและพูดกันรู้เรื่อง ต้องถามกลับว่า ทางกระทรวงคมนาคมลงไปพูดกับเขาหรือยังคราวที่แล้วที่มีการประท้วงตั้งแต่เที่ยงจนถึงหกโมงเย็น ฝ่ายบริหารก็ไม่ได้เข้าไปดู โทรศัพท์ยังไม่รับเลย นี่คือความจริงผมถึงลงไป แม้แต่ผมเองก็ติดต่อฝ่ายบริหารไม่ได้ ผมให้ท่านเจรจาก่อน ถ้าทำไม่ได้ผมจะลงไปเอง พล.ร.อ.บรรณวิทย์กล่าว
จี้รัฐเร่งแก้ รฟท.สไตรก์คนจนเดือดร้อน
นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงการนัดหยุดงานทั่วประเทศของพนักงาน รฟท. ทำให้ผู้โดยสารเดือดร้อนจำนวนมากว่า รัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาอยู่มากพอสมควร ไม่ใช่มีเฉพาะแค่ รฟท.เท่านั้น ขสมก.ก็เช่นเดียวกัน ปัญหาขาดทุนมาก ทั้งที่กระทรวงการคลังล้างหนี้ไปแล้ว แต่หนี้ก็เพิ่มพูนมากขึ้น ปัญหาที่ รฟท.กับ ขสมก.ประสบทั้งสองแห่งคือ 1. ค่าโดยสารขึ้นไม่ได้ งบฯลงทุนในการจัดหารถไฟใหม่และเส้นทางใหม่ก็ไม่มี ค่าโดยสารรถไฟไม่เคยขึ้น ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ตั้งแต่ปี 2517 ขณะที่อัตราเงินเดือนข้าราชการขึ้นตลอดเวลา รัฐต้องชดเชยเงินอุดหนุนให้ตลอด จึงเป็นเรื่องที่ลำบากหากจะให้ขึ้นราคา ก็ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้เดือดร้อน มีทางเดียวที่จะให้ รฟท.และ ขสมก.ได้กำไรคือ ขึ้นราคาค่าโดยสาร ถ้าไม่ขึ้นราคาก็ต้องชดเชยในส่วนที่เป็นหนี้สิน ซึ่งการรับชดใช้หนี้ให้ รัฐจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหนยังตอบได้ลำบาก ส่วนตัวเห็นว่ารัฐวิสาหกิจอย่างนี้ ในต่างประเทศควรจะให้ภาคเอกชนเข้ามารับทำแทน เพราะรัฐรับไม่ไหวทั้งหมด จึงต้องไปพิจารณาดูว่าจะสามารถทำได้ อย่างไรแค่ไหน เมื่อถามถึงแต่การมีนัดหยุดงาน หยุดวิ่งรถทั่วประเทศทุกเส้นทาง นายบรรหารได้ถามกลับว่าหยุดวิ่งจริงๆหรือ แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าอย่างไร หากเกิดเรื่องอย่างนี้ท่านต้องเร่งเข้าไปเจรจากับแกนนำ ผู้นำสหภาพแรงงาน รฟท. แล้ว เข้าใจว่า คงมีการเจรจาแล้วปล่อยไว้นานไม่ได้ เพราะประชาชนได้รับผลกระทบเดือดร้อนกันทั่ว
แจงเจเทปาไม่เกี่ยวข้อง
นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการหยุดงานของพนักงาน รฟท. ประท้วงการแปรรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยอ้างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น หรือเจเทปา ว่า ยืนยันว่าความตกลงเจเทปาไม่มีการเปิดเสรีด้านการขนส่งแต่อย่างใด ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นไม่ได้รับสิทธิพิเศษจากฝ่ายไทยในเรื่องบริการด้านการขนส่ง แต่หากฝ่ายใดจะหยิบยกเรื่องการบริการ ทั้งสองฝ่ายจะต้องมาเริ่มต้นหารือกัน โดยเจเทปามีข้อบทเรื่องการทบทวนเรื่องการเปิดเสรีการค้าบริการในอีก 5 ปีข้างหน้า ขอยืนยันว่าเจเทปาไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของไทย ประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยจะต้องชี้แจงกับพนักงานการรถไฟแห่ง ประเทศไทย เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน
เผยประท้วงหวั่นแปรรูป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เกิดจากสหภาพ รฟท. มีความวิตกว่าการฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจรฟท. จะนำไปสู่การแปรรูปและให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการกิจการของรถไฟและนำไปสู่การปลดพนักงานออกไป ซึ่งในแผนฟื้นฟูได้มีคำระบุว่า จะมุ่งเน้นการบริหารจัดการองค์กรของการรถไฟให้คล่องตัวมากขึ้น และเน้นการจ้างบุคลากรจากภายนอกมากขึ้น แทนการสร้างพนักงานและลูกจ้างประจำ แต่สำหรับพนักงานขับรถ ช่างเครื่องและวิศวกร ซึ่งอาศัยความชำนาญจะยังไม่มีการปลด จะยังจ้างต่อไป ส่วนการแก้ไข พ.ร.บ.การรถไฟ 2494 และพ.ร.บ.จัดวางรางรถไฟและทางหลวง 2464 ก็เป็นการแก้ไขเพื่อให้การรถไฟ บริหารงานได้คล่องตัวและให้เอกชนเข้ามาเช่ารางรถไฟ ซึ่งจะทำให้การรถไฟมีรายได้เพิ่มเติม รวมถึงการบริหารที่ดินของรถไฟ ก็จัดตั้งบริษัทลูกเพื่อมาเก็บรายได้แทนการรถไฟ เพราะบริษัทลูกมีความคล่องตัวมากกว่า
แฉแกนนําร่วมกลุ่มพันธมิตร
โดยแผนดังกล่าวได้ทำขึ้นสมัยนายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม ดำรงตำแหน่ง รมช.คมนาคมและกำกับดูแลรถไฟ และที่ผ่านมาสหภาพ รฟท. ได้มีการคัดค้านแผนดังกล่าวมาโดยตลอด รวมถึงการต่ออายุสัญญาแอร์พอร์ตลิงค์ และล่าสุด พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ก็ได้เข้ามามีบทบาทเป็นแกนนำในการเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าวและรับปากกับสหภาพรถไฟว่าจะเข้ามารื้อการทุจริต นอกจากนี้ ในการชุมนุมที่สำนักงานใหญ่การรถไฟฯ นายเรียงศักดิ์ แข็งขัน รองประธานสหภาพ รฟท. ได้กล่าวปลุกระดมว่าที่ผ่านมาตนก็เป็นหนึ่งในกลุ่มของพันธมิตร ที่เคยขับไล่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณออกไปและไม่คิดว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำอะไรที่แย่กว่าเดิม
ผู้โดยสารครวญ-ตกค้าง
สำหรับบรรยากาศที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ในช่วงเย็นมีประชาชนหลายพันคนเดินทางมาใช้บริการรถไฟ เพื่อเดินทางไปต่างจังหวัด แต่ต้องพบกับความผิดหวัง เนื่องจากการรถไฟฯประกาศผ่านเครื่องกระจายเสียง ยกเลิกเที่ยวรถที่มีทั้งหมดในวันที่ 31 ต.ค. โดยแจ้งว่ามีเหตุขัดข้อง สำหรับขบวนรถที่ตกค้างระหว่างทางนั้นมีเพียงเที่ยวรถ หัวหิน-กรุงเทพฯ เข้ามาเทียบชานชาลาเที่ยวเดียวเท่านั้น ทำให้ผู้โดยสารบางรายโอดครวญ เพราะไม่สามารถเดินทางกลับไปทำธุระในต่างจังหวัดได้ นายพิทักษ์พงษ์ มาตา อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดหนองคาย บอกว่า จะเดินทางกลับบ้านไม่รู้ว่าการรถไฟฯจะยกเลิกเที่ยวรถกะทันหันทำให้ ต้องตกค้าง ไปไม่ทันทำธุระที่บ้านตามที่ได้นัดหมายไว้
ผู้ชุนนุม รฟท. 500 คน ปักหลัก
นอกจากนี้ บริเวณศูนย์ซ่อมรถไฟของ รฟท. กลุ่มสหภาพฯ รฟท. จำนวน 500 คน ได้ปักหลักชุมนุมเรียกร้องให้ รมว.คมนาคม ออกมาแก้ไขปัญหาที่บอร์ด การรถไฟฯจะนำ รฟท. ไปให้เอกชนไปบริหารกิจการแทน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำธงแดงและป้ายผ้าสีแดง ที่มีข้อความเขียนด้วยตัวหนังสือสีขาวว่า บอร์ดออกไป คนรถไฟไม่ต้องการ มาติดประจานให้ประชาชนทั่วไปได้อ่าน ทั้งนี้ เหล่าแกนนำได้สลับขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีบอร์ดบริหาร รฟท.และรัฐบาลว่าเป็นการกระทำไม่ถูกต้อง และจะชุมนุมต่อไปจนกว่าจะมีข้อตกลงจากรัฐบาล นอกจากนี้ ยังได้มีกลุ่มแรงงานรัฐวิสาหกิจไม้อัดไทย เครือข่ายผู้ป่วยจากการทำงาน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจกฟน. มาร่วมชุมนุมด้วยความสงบท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ 50 นาย
ยังงดเดินรถถ้าไม่ได้ตามที่ขอ
เวลา 20.00 น. นายเรียงศักดิ์ แข็งขัน รองสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟท.ให้สัมภาษณ์ว่า หากสหภาพฯไม่ได้ตามที่เรียกร้อง ก็จะไม่ให้บริการเดินรถอย่างเด็ดขาด วอนให้ประชาชนเข้าใจว่าที่ทำไปก็เพื่อประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก ขอให้ประชาชนอดทน 1-2 วัน การหยุดเดินรถ แม้ว่าจะขาดรายได้แต่ก็เชื่อมั่นว่า หยุดเดินรถดีกว่าเปิดให้บริการ เพราะไม่ต้องขาดทุน ส่วนกรณีที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินการชุมนุม เนื่องจากมีบุคคลภายนอกเข้ามากดดันให้ทำ ซึ่งแนวทางก็เป็นไปตามที่ทางคณะกรรมาธิการคมนาคม สนช.พยายามทำมาโดยตลอดนั้น เรื่องนี้ยืนยันว่าไม่ได้เป็นไปตามที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตแต่อย่างใด แต่เป็นการเรียกร้องเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก
หยุดรถที่แก่งคอยหวิดวางมวย
สำหรับบรรยากาศตามสถานีรถไฟใหญ่หลายแห่งทั่วประเทศ เต็มไปด้วยความโกลาหลวุ่นวาย ที่สถานีชุมทางรถไฟ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าอุตสาหกรรมหิน ปูน น้ำมัน แก๊ส ได้มีพนักงานการรถไฟของชุมทาง อ.แก่งคอย จำนวน 170 คน หยุดงานประท้วง มีการปิดกั้นขบวนรถไฟขนส่งสินค้า 8 ขบวนที่จะมุ่งหน้าไป จ.ระยอง และทางภาคเหนือ รวมทั้งขบวนรถดีเซลรางสายบัวใหญ่ 3 ขบวนที่หยุดวิ่ง ระหว่างนั้นมีขบวนรถเร็วที่ 135 วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี มาถึงที่สถานี กลุ่มผู้ประท้วงได้กักรถไฟหยุดประมาณ 5 นาที เพื่อพูดคุยกับพนักงาน คนขับรถไฟ พร้อมกล่าวขอโทษผู้โดยสาร ระหว่างนั้นได้มีพนักงานห้ามล้อคนหนึ่ง ปรี่เข้ามาสอบถามกลุ่มผู้ประท้วงด้วยความไม่พอใจว่า มากั้นขบวนรถไฟแบบนี้ทำให้ผู้โดยสารเดือดร้อน จนเกือบจะมีเรื่องราวกระทบกระทั่งกันถึงขั้นวางมวยใส่กัน แต่แกนนำผู้ประท้วงเข้ามาช่วยเจรจาจนเข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย จากนั้นจึงปล่อยรถไฟขบวนดังกล่าวออกไป
สายอีสานป่วนโดนกักที่โคราช
ภาคอีสาน ที่สถานีรถไฟนครราชสีมา นายสาธร สินปรุ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย สาขานครราชสีมา (สร.รฟท.รส.) พร้อมพนักงานกว่า 50 คน รวมตัวถือป้ายประท้วง โดยยืนขวางรางรถไฟและหน้าหัวรถจักร ซึ่งเป็นที่จอดของขบวนรถไฟที่จะมุ่งหน้าไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตอนล่าง และที่จะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯเรียกร้องให้หยุดการแปรรูปการรถไฟ โดยเมื่อเวลาตี 5 เศษมีรถไฟสายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ถูกปล่อยออกไปได้เพียงขบวนเดียว แต่หลังจากนั้นมีขบวนรถไฟ รถเร็ว ขบวนรถด่วนดีเซลราง และขบวนรถดีเซลรางที่มาจากกรุงเทพฯถูกกักไว้ที่สถานีนครราชสีมาทุกขบวน ส่วนขบวนรถไฟสายชานเมือง ที่จะออกจากสถานีนครราชสีมา ก็ไม่อนุญาตให้ออกจากโรงเก็บ
นร.เดือดร้อนหนักอดไปเรียน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้โดยสารจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นคนเฒ่าคนแก่ ผู้สูงอายุ คนยากจนหาเช้ากินค่ำ รวมถึงพ่อค้าแม่ค้า ส่วนนักเรียนนักศึกษา ข้าราชการ พนักงานโรงงาน ที่ต้องใช้บริการรถไฟเป็นประจำทุกวันต่างเดือดร้อนกันทั่วหน้า ส่วนใหญ่ ตั้งตัวไม่ทัน ต้องหยุดเรียนหรือหยุดงานไปโดยปริยาย เพราะไม่มีรถไฟที่จะโดยสารไป เช่นเดียวกับที่สถานีชุมทาง อ.บัวใหญ่ ไม่มีขบวนรถไฟจากนครราชสีมา หรือขบวนรถไฟจาก อ.แก่งคอย เข้ามา ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ โดย รปภ.ของสถานีมาแจ้งให้ผู้โดยสารไปใช้รถโดยสาร บขส.แทน
หยุดเดินรถถึงวันละ 40 ขบวน
นายสาธร สินปรุ ประธาน สร.รฟท.รส. เปิดเผยว่า สหภาพฯ สาขานครราชสีมา มีสมาชิกประมาณ 800 คน ขณะนี้สมาชิกที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถประมาณ 400 คน พร้อมใจกันหยุดงานทั้งหมด ปัจจุบันมีขบวนรถโดยสารท้องถิ่น ต้นทางออกจากสถานีนครราชสีมาไปปลายทาง จ.อุบลราชธานี และ จ.อุดรธานี จำนวน 10 ขบวน และขบวนรถโดยสารที่วิ่งผ่านสถานีรถไฟนครราชสีมาอีก 20 ขบวน รวมแล้ววันหนึ่งๆจะมีขบวนรถไฟวิ่งทั้งรถโดยสารและรถบรรทุกสินค้าประมาณ 40 ขบวน ได้หยุดเดินรถทั้งหมด เหลือเพียงรถไฟโดยสารที่จะล่องเข้า กทม. เพียงไม่ถึง 10 ขบวนเท่านั้นที่ยังเปิดการเดินรถอยู่ สาเหตุเพื่อคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.การรถไฟปี พ.ศ. 2494 ที่รัฐจะให้เอกชนเข้ามาดำเนินการโดยที่รัฐเสียเปรียบ ทั้งนี้การแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าว ทางสหภาพฯและประชาชนไม่เคยรับรู้และไม่เคยผ่านการทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นแต่อย่างใด จึงจะประท้วงหยุดเดินรถ 3 วันนับจากวันนี้ ถึงวันที่ 2 พ.ย. จนกว่าจะได้ข้อยุติ
ผู้โดยสารสุดทนตะโกนด่ายับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวัน ขบวนรถไฟทุกขบวนที่เดินทางออกมาจากกรุงเทพฯ เมื่อมาถึงสถานีนครราชสีมาจะต้องหยุดวิ่ง เพราะกลุ่มผู้ประท้วงมายืนขวางรางรถไฟ โดยเฉพาะขบวนรถเร็วโดยสารที่ 135 ปลายทาง จ.อุบลราชธานี มีผู้โดยสารกว่า 700 คน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ต้องหอบหิ้วสัมภาระวิ่งไปขึ้นรถโดยสาร ที่ทางสถานีรถไฟนครราชสีมาเตรียมไว้ให้ 12 คัน บรรยากาศเป็นไปอย่างโกลาหลต่างคนต่างแย่งกันขึ้นรถ เพราะเกรงว่ารถโดยสารจะไม่เพียงพอ ผู้โดยสารหลายคนแสดงความไม่พอใจและตะโกนด่าทอ พนักงานการรถไฟฯ ที่หยุดงานประท้วง
อุบลฯ อลเวงต้องแห่ขึ้นรถบัส
ที่สถานีรถไฟวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี สถานีต้นทางของการเดินรถไฟภาคอีสานตอนล่าง เกิดความชุลมุนตั้งแต่เช้าตรู่ เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต่างไม่รู้ว่าพนักงานรถไฟหยุดงานประท้วง ต่างได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ต้องหันไปใช้รถบัสโดยสารที่สถานีขนส่งซึ่งมีจำนวนจำกัด ทั้งนี้ นายพงษ์ศักดิ์ อักษรพิมพ์ ประธานสหภาพฯ รฟท. สาขาอุบลราชธานี ได้เปิดปราศรัยบริเวณประตูทางเข้าสถานีรถไฟวารินชำราบ ถึงความจำเป็นในการหยุดเดินรถไฟ เพื่อคัดค้านรัฐบาลในการนำรถไฟไปแปรรูป รวมทั้งข้อเรียกร้องอื่นๆที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ต้องขออภัยผู้โดยสารรถไฟที่ไม่สามารถเดินทางได้ แต่สิ่งที่สหภาพฯทำไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ของการรถไฟฯ และของประเทศชาติ
หนองคายปล่อยรถเข้ากรุงแล้ว
ส่วนที่สถานีรถไฟหนองคาย เมื่อเวลา 18.50 น. ขบวนรถด่วน หนองคาย-กรุงเทพฯ ได้ออกเดินทางช้ากว่าปกติไป 30 นาที ส่งผลให้ขบวนรถเร็วหนองคาย-กรุงเทพฯ ที่กำหนดออกจากสถานีรถไฟหนองคายเวลา 19.15 น. ต้องเลื่อนเวลาออกไปด้วย แต่ทั้ง 2 ขบวน ยังสามารถเดินรถได้ตามปกติ โดยมีผู้โดยสารเดินทางไปประมาณ 300 คน ส่วนใหญ่บอกว่ายังคงมั่นใจว่าสถานการณ์การประท้วงของพนักงานรถไฟจะไม่บานปลาย และไม่ถึงกับรุนแรง แต่หลายคนก็ไม่แน่ใจว่าจะเดินทางไปถึงปลายทางหรือไม่
ขบวนรถสินค้าจอดขวางรางหลัก
สายเหนือ ที่สถานีชุมทางรถไฟปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ เป็นอีกหนึ่งสถานีที่เกิดความปั่นป่วน เนื่องจากรถไฟขนส่งสินค้าอย่างน้อย 4 ขบวน เป็นขบวนขาล่องจากภาคเหนือ มาหยุดขบวนรถที่สถานีปากน้ำโพ ตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมา โดยจอดขบวนขวางรางหลักไว้ ทำให้รถขบวนอื่นไม่สามารถวิ่งผ่านไปได้ เช่นเดียวกับสถานีรถไฟนครสวรรค์ ประชาชนที่ไม่ทราบข่าวต่างพากันมารอขึ้นรถไฟจำนวนมาก แต่ไม่มีขบวนรถไฟวิ่งให้บริการ หลายคนยังงุนงงสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่คิดว่าพนักงานรถไฟจะหยุดงานประท้วง อย่างไรก็ตามทางการรถไฟฯได้จัดรถโดยสารสำหรับรับส่งผู้โดยสารเพื่อไปยังจุดหมายต่อไป
ยันปกป้องผลประโยชน์ประเทศ
นายสุพัฒน์ ทบอุต ประธานสหภาพแรงงานรัฐ วิสาหกิจรถไฟฯ สาขาปากน้ำโพ พร้อมพนักงานรถไฟหลายสิบคน รวมตัวประท้วงโดยกางเต็นท์พร้อมติดเครื่องขยายเสียงประกาศชักชวนต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจรถไฟ โดยได้นำเอกสารแถลงการณ์ของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ฉบับที่ 1 มาแจกจ่ายด้วย บรรยากาศทั่วไปของการประท้วงเป็นไปโดยสงบเรียบร้อย โดยนายสุพัฒน์กล่าวว่า อยากทำความเข้าใจกับประชาชนว่าที่เราคัดค้านเพื่อที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติไว้ และท้ายที่สุดประชาชนก็จะเป็นผู้ที่ได้กำไร
เด็กเชียงใหม่เศร้าอดนั่งรถไฟ
ที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ เมื่อเวลา 07.00 น. ขณะขบวนรถไฟที่จะเดินทางไปกรุงเทพฯ มีผู้โดยสารนั่งเต็มขบวนเตรียมจะออกเดินทาง จู่ๆ ก็ได้มีการยุติการเดินทางกะทันหัน โดยแจ้งว่าคนขับไม่พร้อมที่จะขับรถ จึงยุติการเดินรถทั้ง 3 ขบวนในช่วงเช้า ทำให้ผู้โดยสารที่มารออยู่จำนวนมาก ต่างสอบถามสาเหตุกันวุ่นไปหมด ในจำนวนนี้มีกลุ่มเด็กนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 11 แห่ง จะเดินทางไปแข่งขันกีฬาขององค์การปกครองท้องถิ่นที่ จ.พิจิตร ส่วนใหญ่ไม่เคยนั่งรถไฟมาก่อนต่างดีใจที่จะได้ขึ้นรถไฟ แต่ก็ต้องผิดหวังไปตามๆกัน ร.อ.หญิง เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ รีบเดินทางมาแก้ปัญหา โดยจัดรถทัวร์ปรับอากาศไปส่งให้แทน ส่วนผู้โดยสารรายอื่นต่างพากันคืนตั๋วรถไฟ และเดินทางไปขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งแทน
นศ.ค่ายอาสากลับบ้านไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มที่น่าเห็นใจมากที่สุด เห็น จะเป็นบรรดาเหล่านักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ที่มาร่วมเปิดค่ายอาสาพัฒนาหมู่บ้านที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ นานถึง 22 วัน เตรียมเดินทางกลับในเวลา 14.00 น. เมื่อมาถึงพบว่ามีการหยุดการเดินทาง ทำให้เหล่านักศึกษาถึงกับเข่าอ่อนไปตามๆกัน เพราะต้องรีบกลับไปเข้าเรียนในวันที่ 1 พ.ย.นี้
แฉ พขร.ลาป่วยพร้อมกัน 6 คน
นายประมวล เผ่าสุวรรณ สารวัตรงานเดินรถไฟ แขวงลำปาง ที่ดูแลพื้นที่เชียงใหม่ เผยว่า รถไฟหยุดเดินตั้งแต่เช้า 3 ขบวน มีรถจอดรออยู่แล้วแต่ไม่มีคนขับ เพราะคนขับลาป่วยกันหมดทั้ง 6 คน ไม่สามารถหาคนมาแทนได้ จึงไม่รู้จะทำอย่างไร ซึ่งพนักงานขับรถสามารถลาป่วยได้ตามสิทธิ์ จึงไม่รู้ว่าจะเอาผิดได้อย่างไร เพราะลาถูกต้องโดย 2 วันไม่ต้องมีหนังสือรับรองแพทย์ สำหรับที่เชียงใหม่มีผู้โดยสารเดินทางวันละประมาณ 2,000 คน ส่วนมากเป็นชาวต่างประเทศ ก็พยายามชี้แจงให้ทราบทั่วกัน แต่เชียงใหม่ผู้โดยสารมีทางเลือกมากทั้งรถโดยสารและเครื่องบิน
อุตรดิตถ์ยอมปล่อยรถสายสั้น
ที่ลานจอดรถหน้าสถานีรถไฟอุตรดิตถ์ นายสุรัตน์ บุญคง ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย สาขาอุตรดิตถ์ พร้อมพนักงานการรถไฟกว่า 200 คนรวมตัวชุมนุมประท้วงหยุดการเดินรถ กระทั่งเวลา 16.30 น. ทางรถไฟได้ปล่อยขบวนรถธรรมดาเที่ยวล่อง ขบวนที่ 410 ศิลาอาสน์-พิษณุโลก ออกจากสถานีเนื่องจากมีนักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ และประชาชน ต้องอาศัยขบวนรถดังกล่าวเดินทางกลับบ้านที่ อ.ตรอน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ และ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ส่วนที่สถานีรถไฟลำปาง มีการตั้งเวทีประท้วงเช่นกัน โดยมีพนักงานรถไฟพร้อมใจกันขึ้นเวทีแสดงความคิดเห็นคัดค้านการแปรรูปการรถไฟ พร้อมตั้งติดป้ายผ้าประท้วงและหยุดการเดินรถขาล่องทั้งหมด
สายใต้ลอยแพผู้โดยสารที่ทุ่งสง
ภาคใต้ที่สถานีรถไฟทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เกิดความโกลาหลตั้งแต่เช้ามืด โดยเมื่อเวลา 03.00 น. รถด่วนขบวนที่ 35 สายกรุงเทพฯ-บัตเตอร์เวอร์ธ มาจอดเทียบที่ชานชาลา โดยไม่ยอมออกเดินทางไปต่อ สร้างความงุนงงให้กับผู้โดยสารที่อยู่ในขบวนรถ เมื่อสอบถามกับนายสถานี ได้รับคำตอบว่า ขบวนรถหยุดเดินแค่นี้ เนื่องจากมีการประท้วง บรรดาผู้โดยสารต้องลงจากรถมาจับกลุ่มอยู่ในสถานี ต่อมาเวลา 04.00 น. รถเร็วขบวนที่ 171 สายกรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก ตามด้วยรถด่วนขบวนที่ 37 สายกรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก และรถด่วนขบวนที่ 43 สายกรุงเทพฯ-ตรัง รวม 4 ขบวน มีผู้โดยสารกว่า 2,000 คน ต้องลงจากรถไฟมาแออัดกันอยู่ในสถานี ต่างส่งเสียงด่ากันขรม ที่ถูกทางการรถไฟฯปล่อยลอยแพระหว่างทางแบบนี้ นอกจากนี้ ยังมีรถด่วนขบวนที่ 85 สายกรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช และรถดีเซลรางขบวนที่ 418 สายกรุงเทพฯ-ยะลา ต้องจอดที่สถานีคลองจันที รถเร็วขบวนที่ 167 สายกรุงเทพฯ-กันตัง ต้องจอดที่สถานีนาบอน ไม่สามารถเข้าจอดที่สถานีชุมทางทุ่งสงได้ เพราะไม่มีรางรถไฟรองรับ บรรดาผู้โดยสารต้องนั่งรถประจำทางมาลงที่สถานีทุ่งสงเพื่อหารถเดินทางไปต่อ
โกลาหล 3,000 คนหาทางไปต่อ
นายมนตรี นาคฤทธิ์ สารวัตรเดินรถทุ่งสง กล่าวว่า พนักงานขับรถที่รับช่วงนำขบวนรถไฟจากสถานีชุมทางทุ่งสง ไปยังปลายทางทุกสถานีลาหยุดงานกันหมด 2 วัน คือวันที่ 31 ต.ค. และวันที่ 1 พ.ย. ทั้งนี้ เป็นสิทธิของพนักงานที่จะลางานได้ ตอนนี้รอคำสั่งจากผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป สำหรับผู้โดยสารที่มากับขบวนรถทั้งหมดร่วม 3,000 คน จะจัดรถบัสไปส่งที่ปลายทาง ส่วนผู้จะเดินทางต่อไปเองก็นำตั๋วรถไฟมารับเงินคืนได้โดยไม่หักค่าธรรมเนียม คาดว่าในช่วงบ่ายจะสามารถส่งผู้โดยสารไปได้หมด
3 จว.ใต้ขาขึ้นหยุดที่หาดใหญ่
ที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ จ.สงขลา เกิดความโกลาหลไม่แพ้กัน เนื่องจากผู้โดยสารรถไฟต้นทางจากสถานีบัตเตอร์เวอร์ธ ประเทศมาเลเซีย และสถานีต้นทางจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมาหยุดปล่อยผู้โดยสารลงที่สถานีหาดใหญ่ โดยการรถไฟฯแจ้งว่า หากผู้โดยสารต้องการจะเดินทางต่อไปยังพื้นที่อื่นจะต้องโดยสารรถประจำทางประเภทอื่นไปแทน และการรถไฟฯจะรับคืนตั๋วให้ตามระยะทางที่เหลือ ปรากฏว่าสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในสถานีรถไฟเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ นายทะนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ ผอ.ศูนย์ภาคใต้ การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้ประสานไปยังสถานีเดินรถต่างๆ ให้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารรับทราบถึงการหยุดเดินรถไฟในวันนี้ สำหรับตั๋วโดยสารที่ซื้อไปแล้วนั้นสามารถคืนได้เต็มจำนวน นอกจากนี้ ได้สั่งห้ามบริษัทเดินรถเอกชนมาตั้งโต๊ะขายตั๋วเดินทางให้ผู้โดยสารบริเวณสถานีรถไฟ เพราะเกรงว่าบางรายจะเอาเปรียบผู้โดยสาร
เผยสหภาพฯมีมติตอนเที่ยงคืน
นายสุพิเชษฐ์ สุวรรณชาตรี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย สาขาหาดใหญ่ กล่าวว่า ต้องขอโทษประชาชนที่ใช้บริการรถไฟที่ได้รับความเดือดร้อนครั้งนี้ แต่ทางสหภาพฯต้องรับนโยบายและการประสานงานจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งมีมติเมื่อประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมาว่าจะหยุดเดินรถทุกสถานี
ใช้ผู้โดยสารเป็นเครื่องต่อรอง
สำหรับขบวนรถไฟที่ต้องผ่านสถานีหาดใหญ่ ไม่สามารถเดินทางได้ในวันนี้ ช่วงเช้าขาล่องมี 5 ขบวน ช่วงบ่ายขาขึ้นมี 5 ขบวน ส่วนขบวนรถท้องถิ่น ทั้งขาขึ้นขาล่องมีทั้งหมด 14 ขบวน สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะประชาชนบางกลุ่มในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายชนิญ เศียรอินทร์ อายุ 55 ปี ชาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กล่าวว่า ตนและครอบครัวเดินทางมากับขบวนรถไฟกรุงเทพฯ-ยะลา ถูกนำมาทิ้งไว้ที่สถานีหาดใหญ่ วันนี้จำเป็นต้องเข้าประชุม ทำให้งานเสียหายผิดพลาดหมด ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างมากกับการที่รถไฟประท้วงกันเอง แต่ใช้ผู้โดยสารเป็นเครื่องต่อรอง อยากให้มีบุคคลออกมารับผิดชอบ ความเสียหายของผู้โดยสารที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ให้มีการคุ้มครองสิทธิกันอย่างจริงจัง
รถรับจ้างฉวยโอกาสขูดรีดซ้ำ
ส่วนบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของบริเวณสถานีรถไฟ ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า วันนี้ต้องขาดทุนย่อยยับเพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่ารถไฟจะหยุดเดิน แต่ในกลุ่มของผู้ขี่รถ จยย.รับจ้างและรถตุ๊กตุ๊กรับจ้างกลับคึกคัก มีผู้โดยสารที่ต้องใช้บริการจำนวนมาก บางรายฉวยโอกาสขูดรีดค่าโดยสารสุดโหด ระยะทางจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ไปสถานีขนส่งผู้โดยสารหาดใหญ่ ปกติรถ จยย.รับจ้างไม่เกิน 30 บาท แต่วันนี้ราคาพุ่งขึ้นเป็น 40-100 บาท ส่วนรถตุ๊กตุ๊กปกติคนละ 15-20 บาท วันนี้ 30-100 บาท เช่นกัน ทั้งนี้ พ.ต.ท.อธิชัย สมบูรณ์ สว.จร.สภ.หาดใหญ่ หลังรับแจ้งจากประชาชนเข้าตรวจสอบผู้ขับขี่รถโดยสารรับจ้าง กำชับห้ามเอาเปรียบผู้โดยสาร หากมีใครแจ้งความจะดำเนินคดีทันที
ประชุมเครียด 5 ชม. ก่อนเปิดเดินรถ
หลังจากสถานการณ์การปิดเส้นทางเดินรถ ตึงเครียดจนถึง เวลา 18.00 น. นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รมช.คมนาคม ได้เข้าประชุมร่วมกับประธานบอร์ดการรถไฟ ฝ่ายบริหารและสหภาพแรงงานฯ รฟท.หาแนวทางให้ได้ข้อตกลง เพื่อจะเปิดการเดินรถให้ได้เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนยืดเยื้อ โดยการประชุมใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงครึ่งและเสร็จสิ้นลง เมื่อเวลา 22.40 น. จากนั้นนายศิวะ แสงมณี ประธานบอร์ดรถไฟ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ประชุมได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกันว่า การรถไฟฯจะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องที่สหภาพฯ เรียกร้องทุกข้อ แต่จะมาดูความเหมาะสมว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร ภายหลังจากการลงนามบันทึกข้อตกลง ทางสหภาพฯ รับปากว่าจะเปิดการเดินรถเป็นปกติ โดยทยอยเปิดตั้งแต่เวลา 23.00 น. วันที่ 31 ต.ค. เป็นต้นไป และเชื่อว่าภายในวันที่ 1 พ.ย.จะไม่มีปัญหา ซึ่งข้อตกลงต่างๆ จะมีการพิจารณาหารือในรายละเอียดอีกครั้ง