"กร" ตื้นตัน ชท.จัดต้อนรับคืนสู่เหย้า บอกเหมือนไปเที่ยวแล้วได้กลับบ้าน ขอภักดี "อาเติ้ง" ตลอดไป เผย "ป๋าเหนาะ" บอกให้มา ด้าน "บรรหาร" ปลื้มได้กำลังสำคัญเสริมแกร่ง ลั่น ชท.ไม่ใช่ของ "ศิลปอาชา" เปรยอยากได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ไฟแรงเมื่อเวลา 11.00 น.ที่พรรคชาติไทย นายกร ทัพพะรังสี อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาราช ได้เดินทางเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทย โดยมีนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคให้การต้อนรับพร้อมชูป้าย พรรคชาติไทย ขอต้อนรับ พณฯกร ทัพพะรังสี คืนสู่เหย้า โดยนายกรกล่าวเพียงสั้น ๆ บ้านหลังนี้ผมคุ้นมาก ผมหนีไปเที่ยวมาหลายปี ขอกลับบ้าน
จากนั้นได้ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายบรรหารได้มอบเสื้อแจ็คเก็ตพรรคชาติไทย พร้อมด้วยช่อดอกไม้ นโยบายพรรค โดยนายบรรหาร กล่าวว่า เหตุที่นายกรกลับคืนสู่เหย้าพรรคอีกครั้ง หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าสมัยที่พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นหัวหน้าพรรคเมื่อปี 2530 เราไม่มีที่ทำการพรรค จึงได้สั่งการให้ตนในฐานะเลขาธิการพรรคไปดำเนินการ ตนก็ได้มอบหมายให้นายกร ในฐานะรองเลขาธิการพรรคไปจัดหาสถานที่ทำการพรรค ซึ่งก็ได้พื้นที่ปัจจุบันนี้ แต่ระหว่างนั้นก็เกิดปัญหาขึ้น และพล.อ.ชาติชายก็ไปตั้งพรรคชาติพัฒนา ทั้งนี้สมัยที่นายกรอยู่กับตนก็มีการช่วยเหลืองานมาตลอด โดยเฉพาะตอนที่พล.อ.ชาติชายจะได้เป็นนายกฯเมื่อปี 31 นายกรถือเป็นแม่แรงสำคัญในการประสานงานกับพรรคการเมืองต่าง ๆเพื่อรวบรวมรายชื่อให้พล.อ.ชาติชายได้เป็นนายกฯตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ตอนหลังท่านก็ไปอยู่ที่พรรคชาติพัฒนา ส่วนตนก็ยังอยู่กับพรรคชาติไทยมาตลอด แต่ตนก็เฝ้าติดตามนายกรอย่างใกล้ชิดไม่คลาดสายตา แม้จะย้ายไปอยู่กับพรรคไทยรักไทย และพรรคประชาราช
แต่ขณะนี้ก็มีปัญหาเกิดขึ้นในพรรคประชาราช ผมก็บอกว่าคุณกรว่าจะกลับมาอยู่บ้านเก่าที่เคยอยู่ เคยสร้างมาด้วยกันหรือไม่ โดยอายินดีต้อนรับ คุณกรก็ตอบตกลง หลังจากนั้น 2 วันคุณกรก็ไปลานายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ผมอยากบอกว่าเพื่อน ๆที่อยู่พรรคอื่นก็อยากชวนให้มาอยู่กับพรรคชาติไทยทั้งหมด แม้แต่นายเสนาะก็อยากจะชวนมากลับมาสร้างบ้านเก่าให้เติบโตแข็งแรง เพราะไม่มีใครสามารถจะโยงอยู่ได้ยาวจนอายุ 90-100 ปีได้ ผมอย่างมากก็อีกสมัยเดียวก็เกษียณแล้ว ถ้าได้คนหนุ่มไฟแรงมาก็ดี พรรคชาติไทยไม่ใช่ของตระกูลศิลปอาชา ผมอยากจะหาหัวหน้าพรรคมานานแล้ว แต่สมาชิกพรรคทุกคนก็ส่ายหน้า เมื่อก่อน 10-20 ปีหัวหน้าพรรคหาง่าย แต่ตอนนี้หายาก ผมจำเป็นต้องอยู่ต่อไป สมัยที่แล้วถ้าไม่มีผมสักคนพรรคชาติไทยก็คงจบแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ผมได้ทรัพยากรบุคคลเก่ามาช่วยเสริมทัพ ซึ่งผมจะให้ดูแลด้านเศรษฐกิจ รักษาการรองหัวหน้าพรรค และดูแลการเลือกตั้งทั่วไป นายบรรหาร กล่าวและว่า ความจริงคุณแม่ของคุณกร เคยเขียนจดหมายถึงตนด้วยความซาบซึ้งก็ยังเก็บไว้ สมัยที่เป็นเลขาธิการพรรคชาติไทยคุณแม่ก็ชื่นชมตนมาก และยังทำให้คนในตระกูลราชครูเป็นปึกแผ่น
ด้านนายกร กล่าวว่า ขออนุญาตเรียกนายบรรหารว่าคุณอา เพราะเรียกมาอย่างนี้ 30 ปีแล้ว ความรู้สึกแรกที่ได้เข้ามา รู้สึกมุ่งมั่น และเอิบอิ่มมุ่งมั่นและอบอุ่นซึ่งเมื่อเห็นป้ายพรรคชาติไทย ซึ่งมีนายบรรหาร พร้อมด้วยสมาชิกพรรคมาร่วมต้อนรับก็ตื้นตันใจ ตนขอขอบคุณนายบรรหารที่รักษาพรรคชาติไทยไว้ให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่มั่นคงและสง่างาม ฝ่าคลื่นลมมรสุมต่างๆที่รุนแรงได้ดี ซึ่งคุณแม่ตนเคยบอกอยู่เสมอว่านายบรรหารเป็นคนจริงใจ และเป็นคนเก่ง วันนี้ตนจะรับใช้พรรคชาติไทยอย่างเต็มที่ และให้นายบรรหารสั่งได้เต็มที่ และจะปักธงสวมเสื้อพรรคชาติไทยตลอดไป พร้อมจะทำให้พรรคชาติไทยก้าวหน้ามั่นคง
เมื่อถามว่าการเข้าพบนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ท่านเสนาะว่าอย่างไรบ้าง นายกร กล่าวว่า นายเสนาะ รักและเมตตาตนมากและท่านขอให้กลับไปช่วยพรรคชาติไทย และตนขอกลับไปอยู่พรรคชาติไทย นายเสนาะ ก็บอกว่ากลับไปอยู่พรรคชาติไทย ดีแล้ว เพราะนายบรรหารมีเมตตากับพวกเรามาก ส่วนนายเสนาะ ขออยู่กับนางอุไรวรรณ และลูกหลานที่พรรคประชาราชต่อไป ซึ่งคำอวยพรของท่านเป็นความหวังดี ซึ่งตนพยายามที่จะชักชวนนายเสนาะกลับมาอยู่พรรคชาติไทยด้วยกัน แต่ท่านขอทำประชาราชกับนางอุไรวรรณต่อไป
ที่ผ่านมาผมไม่รู้สึกเสียดายเวลา แต่ก็ตำหนิตัวเองบ้างว่าไม่ได้รับใช้พรรคและไม่ได้อยู่ร่วมฝ่าฟันคลื่นมรสุมกับคุณอาบรรหาร ถ้าผมได้อยู่ช่วย พรรคชาติไทยคงจะแข็งแกร่งมากกว่านี้ ผมก็เหมือนวัยรุ่นที่ไปเที่ยวแล้วก็อยากกลับบ้าน ซึ่งผมและคุณอาบรรหาร มีความใกล้ชิดกันมาก นายกร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายบรรหาร จะสามารถเป็นนายกฯได้หรือไม่ นายกร กล่าวว่า เป็นได้ เพราะเคยเป็นมาแล้ว และเป็นได้ดีด้วย ตนเชื่อในฝีมือของนายบรรหาร ว่าถ้าได้เข้าไปแล้วสามารถสั่งงานได้ทันที เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมีความพยายามที่จะจีบนายเสนาะ เข้าร่วมพรรคชาติไทยหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่เสื่อมคลาย
เมื่อถามว่ากรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ไปร่วมรับประทานอาหารกับนายเสนาะ นั้น นายบรรหาร ไม่ขอออกความคิดเห็น ถือเป็นสิทธิ์สวนบุคคล เมื่อถามย้ำว่านายชูวิทย์พยายามให้สัมภาษณ์พาดพิง ถึงพรรคว่าแม้คนเข้าพรรค 10 คนก็ไม่กระทบเท่ากับคน 1 คนลาออกจากพรรค นายบรรหาร กล่าวย้ำเหมือนเดิมว่าไม่ขอออกความเห็น เมื่อถามว่านายกรจะช่วยทำให้เพิ่มยอดส.ส.ได้หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า การเพิ่มยอด ส.ส.ไม่ใช่ว่าคนเดียวจะทำได้ แต่ทุกคนจะต้องร่วมมือกัน ขณะที่นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่นายชูวิทย์ไปทานข้าวกับนายเสนาะว่า ปล่อยมันไป อย่าให้ราคามัน
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
