พนักงานขับรถไฟและช่างเครื่องของการรถไฟ-แห่งประเทศไทยทั่วประเทศที่ผละงานคัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ได้เปิดหวูดเคลื่อนล้อเดินรถไฟตามปกติแล้ว ตั้งแต่คืนวันที่ 31 ต.ค. ต่อเนื่องมาจนถึงเช้าวันที่ 1 พ.ย. หลังมีการประชุมเครียด ระหว่างนายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รมช.คมนาคม กับคณะกรรมการการรถไฟ และฝ่ายสหภาพแรงงานฯ รฟท. เมื่อคืนวันที่ 31 ต.ค. กว่า 5 ชั่วโมง สุดท้ายฝ่าย รฟท.ยอมทำตามข้อเรียกร้องของฝ่ายสหภาพฯ ในบางข้อ ที่เหลือจะมีการพิจารณาตามความเหมาะสม รวมเวลาที่พนักงาน รฟท.ก่อหวอดผละงานทั่วประเทศ กว่า 15 ชั่วโมง สร้างความเสียหายแก่การรถไฟแห่งประเทศไทยและประชาชนผู้ใช้บริการได้รับความเดือดร้อน จากความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ของคนบางกลุ่มนั้นนายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้าน การเงิน (ซีเอฟโอ) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวเมื่อเช้าวันที่ 1 พ.ย. ว่า เบื้องต้นที่มีการประเมินถึงผลกระทบเรื่องรายได้จากการหยุดเดินรถ เมื่อวันที่ 31 ต.ค. พบว่า รฟท.สูญเสียรายได้เป็นเงิน 10,454,862 บาท สำหรับข้อเรียกร้องต่างๆ ที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟท.ได้เรียกร้องนั้น ฝ่ายบริหารไม่หนักใจ เพราะดูแล้วไม่สอดคล้องกับเหตุผลและความเป็นจริงที่จะหยุดเดินรถ คิดว่าฝ่ายบริหารและคณะบอร์ด รฟท.จะช่วยกันหาทาง ออกที่ดีขึ้นได้ แต่จะทำได้มากน้อยแค่ไหนนั้นต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง
สำหรับรายละเอียดในบันทึกผลการเจรจาระหว่างฝ่ายบริหารและคณะกรรมการการรถไฟฯ และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจฯ ลงนามร่วมกันนั้น ในส่วนของการขอให้ยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินกับบริษัทเซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด นั้น ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าจะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมทุนฯ พ.ศ. 2535 และตามสัญญา โดยยึดผลประโยชน์ของการรถไฟฯสูงสุดและจะดำเนินการหลังจากทราบผลการพิจารณาของอัยการสูงสุดภายใน 1 เดือน ส่วนการขอให้เปลี่ยนแปลงผู้บริหารและคณะกรรมการการรถไฟฯนั้น แบ่งเป็นกรณีที่ดินเขากระโดง ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ การรถไฟฯจะรับไปดำเนินการตามกฎหมาย กรณีการต่อสัญญาก่อสร้างโครง-การแอร์พอร์ตลิงก์ คณะกรรมการการรถไฟฯรับไปตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้ทำผิดวินัยต่อไป
กรณีขอให้ยกเลิกการต่อสัญญาจ้าง หัวหน้าเจ้า-หน้าที่ด้านการเงิน หรือซีเอฟโอ นั้น การรถไฟฯจะนำไปตรวจสอบการว่าจ้างว่าเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของกระทรวงการคลังหรือไม่ หากไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป สำหรับการขอให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชย ให้ การรถไฟฯตาม พ.ร.บ.การรถไฟฯ พ.ศ. 2494 นั้น นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รมช.คมนาคม จะนำเสนอต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อนำเสนอต่อกระทรวงการคลังและคณะรัฐ-มนตรีภายใน 2 เดือน ส่วนกรณีที่ให้ยกเลิกมติคณะรัฐ-มนตรีเมื่อวันที่ 28 ก.ค.41 ที่ควบคุมอัตรากำลังของพนักงานการรถไฟฯนั้น นายสรรเสริญจะนำเสนอต่อกระทรวงคมนาคมเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายใน 2 เดือน เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังขอให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีร่าง พ.ร.บ.บริหารการขนส่ง พ.ศ. .... และแก้ไข พ.ร.บ.จัดวางทางรถไฟและทางหลวง พ.ศ. 2464 และ พ.ร.บ.การรถไฟฯ พ.ศ. 2494 และการปรับโครงสร้างรถไฟ ซึ่งผลการเจรจานั้น นายสรรเสริญจะรายงานต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อทำความเข้าใจกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจฯให้ได้ข้อยุติก่อน ส่วนการปรับโครงสร้างการรถไฟนั้น จะปฏิบัติตามข้อตกลงกับสภาพการจ้างเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2550 ข้อที่ 18 ก่อนนำเสนอคณะกรรมการการรถไฟฯ และเพื่อการขอให้รัฐบาลส่งเสริมระบบรางให้รัฐบาลจัดหารถจักร ล้อเลื่อน และสร้างรางคู่นั้น คณะกรรมการการรถไฟฯได้ทำการศึกษาเรื่องนี้ไว้แล้ว และให้มีคณะทำงานดำเนินการเรื่องนี้ เพื่อให้ได้ผลการศึกษามารายงานภายใน 4 เดือน
ส่วนการขอให้ยกเลิกมติคณะกรรมการการรถไฟฯ เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างรวมถึงขั้นตอนการเพิกถอนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งเรื่องนี้การรถไฟฯจะนำเสนอคณะกรรมการการรถไฟฯ เพื่อพิจารณายกเลิกคำสั่ง และยังจะนำเสนอคณะกรรมการการรถไฟฯพิจารณาทบทวน การเปิดให้เอกชนเข้ามาเดินรถสินค้า โดยจะทำความตกลงกับสภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจก่อน โดยพนักงานรถจักร พนักงานขบวนรถต้องเป็นของการรถไฟฯมีสภาพการจ้างตามข้อบังคับของการรถไฟฯ ทั้งนี้ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจจะต้องเปิดเดินรถตามปกติในทันที โดยการรถไฟจะไม่ติดใจเอาผิดทางวินัย และจะไม่ดำเนินคดีทางแพ่งและทางอาญากับพนักงานผู้เกี่ยวข้องทุกคน
ด้านนายนคร จันทศร รองผู้ว่าการ รฟท.ในฐานะรักษาการผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจนทำให้มีการหยุดเดินรถและประท้วงของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทั่วโลกเกิดจาก 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยภายนอก 60% คือการถูกฝ่ายการเมืองชักจูงและอยู่เบื้องหลัง โดยจะถูกใช้เป็นเครื่องมือให้ดำเนินการอะไรบางอย่าง และอีก 40% เป็นปัจจัยภายใน ที่เกิดจากความไม่พอใจในการ บริหารจัดการองค์กร ซึ่งตนไม่ต้องการระบุว่าเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นเกิดจากสาเหตุใด เพราะเป็นสิ่งที่รู้กันอยู่
สำหรับข้อเรียกร้องหลักของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจฯอยู่ในแผนฟื้นฟูอยู่แล้ว แต่ได้เสนอเข้าที่ ประชุม ครม.ไปพิจารณาแล้ว ซึ่งก่อนเข้า ครม.จะมีคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องก่อนเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ที่มีนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมมีกรรมการบางคนไม่เห็นด้วยในแผนฟื้นฟูหลายข้อ ดังนั้น จึงยกเรื่องการแก้ไขกฎหมายมาแก้ไขก่อน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขการขาดทุนของ รฟท. ที่ผ่านมาก็ ได้มีการชี้แจงแผนการฟื้นฟูมาโดยตลอด แต่ในการแก้ไขกฎหมายสหภาพแรงงานฯ รฟท.ยังมีข้อสงสัยหลายข้อ โดยเฉพาะเรื่องของความมั่นคงในอาชีพ ส่งผลให้เกิดการปลุกกระแสและเมื่อหวั่นไหวก็เกิดการชุมนุมได้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากปัญหาการสื่อสารภายในองค์กร ที่ รฟท.มีค่อนข้างน้อย ทำให้เกิดการเข้าใจผิด เพื่อแก้ไขปัญหาและให้เกิดความชัดเจน รัฐบาลจะต้องเร่งนำแผนฟื้นฟูองค์กรของ รฟท. เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ หากรัฐบาลทุ่มเทในการแก้ไขปัญหาให้กับ รฟท.เชื่อว่าภายใน 15-20 ปีก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับสาเหตุที่เกิดการชุมนุมขึ้น น่าจะมีสาเหตุมาจากที่มีผู้บริหารบางคนของ รฟท. ได้ไปร่วมลงนามร่วมกับแกนนำของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟท.เกี่ยวกับเรื่องการบริหารของ รฟท.ที่ว่า สหภาพ รฟท.ควรที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องในการเข้ามาบริหารจัดการภายในองค์กรด้วย มีทั้งหมด 30 ข้อ แต่เมื่อมีคณะกรรมการบอร์ด รฟท.ชุดใหม่ ที่มีนายศิวะ แสงมณี เป็นประธานบอร์ด รฟท.ได้เข้ามา ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า การลงนามร่วมกันทั้ง 30 ข้อ มีบางข้อมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร ดังนั้น คณะกรรมการจึงต้องมีการตรวจสอบ โดยอ้างว่าเป็นการรักษาผลประโยชน์ ขององค์กร จึงทำให้สหภาพแรงงานฯไม่พอใจ
ขณะเดียวกันสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจฯก็ได้หันไปขอความช่วยเหลือจากฝ่ายการเมือง ทำให้มีการปลุกระดมและนำเรื่องแผนฟื้นฟูที่สหภาพแรงงานฯเห็นว่าจะต้องมีส่วนร่วมในการจัดทำขึ้นมาเป็นข้อเรียกร้อง โดยเฉพาะข้อที่ระบุว่าขอให้ยกเลิกมติคณะกรรมการการรถไฟครั้งพิเศษที่ 3/2550 เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 50 และคำสั่งที่ ก. 497/5118 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง รวมถึงขั้นตอนการเพิกถอนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
ขณะที่นายสุวิทย์ รัตนจินดา นายกสมาคมผู้รับจ้างจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมาย และไม่ต้องการให้ เกิดขึ้นอีก เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นลูกโซ่และบริษัทลูกค้าเจ้าของสินค้าอาจได้รับความเสีย หายและอาจฟ้องร้องเรียกร้องเงินชดเชยกรณีที่ส่งสินค้าล่าช้า หรือกรณีสินค้าเกิดความเสียหาย ในฐานะที่เป็นนายกสมาคมฯจะหารือกับสมาชิกบริษัทที่เป็นลูกค้าของ รฟท. โดยจะทำหนังสือชี้แจงความเสียหายที่เกิดขึ้น มาให้ รฟท.ได้รับรู้ โดยเฉพาะสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจฯ ที่หยุดงานและหยุดเดินรถโดยไม่บอกล่วงหน้า และไม่ กำหนดระยะเวลาที่แน่นอน แสดงให้เห็นว่าเป็นการเรียกร้องที่ไม่เป็นมืออาชีพ ไม่มีความเป็นสากล เพราะผู้ โดยสารและผู้ประกอบการไม่ได้รู้เรื่องด้วย
ด้านนายบัญชา คงนคร รองผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ภายหลังการหยุดเดินรถ ของพนักงาน รฟท. เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ขณะนี้ได้มีบริษัทเอกชนที่ว่าจ้างให้ รฟท.ขนส่งสินค้าทางราง ร้องเรียนว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการหยุดเดินรถอย่างมาก ตนได้ยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ที่สุดวิสัย และ รฟท.เองก็ไม่มีประกันภัยในส่วนนี้ จะมีเพียงการทำประกันภัยกรณีเกิดอุบัติเหตุ หรือความเสียหายกับสินค้า ให้กับตู้คอนเทนเนอร์ ตู้ละ 2 ล้านบาท โดยไม่จำกัดขนาดตู้คอนเทนเนอร์ เท่านั้น หากบริษัทขนส่งสินค้าได้รับความเสียหายจากการหยุดเดินรถ จะต้องทำหนังสือชี้แจงความเสียหาย มายัง รฟท. ซึ่ง รฟท.จะดำเนินการให้ตามกฎหมายต่อไปสิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของ รฟท.อย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของความน่าเชื่อถือ เพราะลูกค้าหลักที่ทำรายได้ให้กับ รฟท.คือกลุ่มขนส่งสินค้า
วันเดียวกัน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี ถึงมาตรการป้องกันไม่ให้มีการหยุดงานของพนักงาน รฟท.เหมือนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ว่า รฟท.คงต้องพูดคุยกับเจ้าหน้าที่และมีการทำความเข้าใจหาจุดที่มีความพอดีกันการเจรจาทำความเข้าใจกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เราได้พยายามหาทางป้องกันแก้ไขต่อไปให้ดีขึ้น เพราะครั้งที่แล้วไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นในลักษณะกะทันหัน เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ สนช.สายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ออกมาเรียกร้องในแนวเดียวกัน พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า อย่างที่บอกเรื่องเจเทปป้า (JTEPA) ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ เป็นส่วนอื่น อาจเป็นเรื่องที่เข้าใจคลาดเคลื่อนทางการเมือง
ก่อนหน้านี้ เช้าวันเดียวกัน นายเรียงศักดิ์ แข็งขัน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟท. เผยกับผู้สื่อข่าวว่า สหภาพแรงงานฯได้เปิดเส้นทางให้รถไฟเดินรถตามปกติ ตั้งแต่ช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 31 ต.ค.แล้ว ยืนยันว่า จะไม่มีการชุมนุมเรียกร้องต่อไป จนกว่าจะถึงเวลาที่ผู้ บริหารการรถไฟฯ และ รมช.คมนาคม ได้ให้สัญญาเอาไว้ ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าจะมีการชุมนุมเป็นกลุ่มเล็กๆอีกจริงหรือไม่ นายเรียงศักดิ์ตอบว่าไม่จริง จะไม่มีการประท้วงใดๆทั้งสิ้น พนักงานได้กลับเข้าทำงานหมดทุกคนแล้ว และในการชุมนุมครั้งนี้ ไม่มีการเมืองแอบแฝงอย่างแน่นอน แต่ข้อเรียกร้องอาจจะคล้ายกับ พล.ร.อ. บรรณวิทย์ เก่งเรียน อย่างกรณีเรื่องสัญญาเช่าที่การรถไฟฯ กับห้างเซ็นทรัล ตรงพหลโยธิน แต่มันเป็นไปตามกฎหมาย พ.ร.บ.ร่วมลงทุนเอกชนและรัฐวิสาหกิจปี 2535 ขอยืนยันว่าไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน
ส่วนบรรยากาศที่สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือสถานีรถไฟหัวลำโพง ตอนเช้าวันที่ 1 พ.ย. ได้กลับเข้าสู่บรรยากาศปกติ หลังจากมีการเปิดเดินรถไฟ โดยมีผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก โดยขบวนแรกของวันเป็นขบวนหัวลำโพง-หัวตะเข้ เดินรถในเวลา 04.15 น. มีการปล่อยการเดินรถไปตามปกติทั้ง 70 ขบวนต่อวัน
ขณะที่สถานีรถไฟหลักสี่ในวันที่ 1 พ.ย. พบว่ามีผู้ใช้บริการประมาณ 50 คน บางตากว่าปกติ นางพรทิพย์ หลำพงษ์ อายุ 48 ปี 1 ในผู้ใช้บริการรถไฟเผยว่า เมื่อเช้าวันที่ 31 ต.ค. ที่มีการหยุดเดินรถไฟ ครอบครัวตนได้รับความเดือดร้อนมาก เนื่องจากตนและสามีต้องเดินทางกลับจังหวัดลพบุรี เพื่อพาบุตร 2 คน กลับไปเรียนหนังสือ แต่พบว่ามีการหยุดการเดินรถทำให้ต้องคืนตั๋ว และบุตรทั้ง 2 คนก็ไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้ทันในวันเปิดเทอมวันแรก ขอตำหนิที่ทางสถานีประกาศยกเลิกขบวนรถช้าไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ทำให้ผู้ใช้บริการต้องเสียเวลารอเป็นจำนวนมาก ด้านเจ้าหน้าที่สถานีรายหนึ่งเผยว่า เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ได้มีผู้ใช้บริการทั้งหมด 178 คน และมีการคืนตั๋วรวมมูลค่ากว่า 60,000 บาท จากขบวนรถที่วิ่งในสายอีสานและสายเหนือ