คอลัมน์ ฎีกาชีวิตโดย รศ.พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช
ชีวิตนั้นไม่เที่ยง สุดแล้วแต่กรรมที่สร้างสมมา นี่คือสัจธรรมที่บ่งบอกและเตือนใจให้มนุษย์ดำรงชีพอยู่ด้วยความไม่ประมาท ประมาทเกิดขึ้นเมื่อใด ภัยวิบัติอาจเกิดขึ้นเมื่อนั้น ที่สำคัญเราจะก้าวพ้นเรื่องนี้ไปได้อย่างไร นี่คือปัญหาที่คนในสังคมต้องพบเห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น ต้องเจอในสิ่งที่ไม่อยากจะเจอ หากเจอแล้วคิดกันได้หรือไม่นี่คือสิ่งสำคัญ
มนุษย์เกิดมาเมื่อใดใครคือผู้กำหนด รู้แต่ว่าเกิดมาแล้วเมื่อใด แม้วันตายย่อมไม่รู้อีกเช่นกัน ไม่รู้ว่าใครกำหนดให้ตาย เว้นแต่จะฆ่าตัวตายย่อมรู้ได้ บางครั้งมัจจุราชไม่ยอมให้ตายเรื่องจึงต้องยุ่งเหยิงกันต่อไป
รายนี้ตายก่อนวัยอันสมควร ทิ้งทรัพย์สินเงินทองที่ดินไว้มากพอแบ่งให้แก่ลูกสาวสองคน สามีและมารดายังมีชีวิตอยู่ บุคคลที่กล่าวอยู่ในฐานะทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย มีสิ่งบ่งบอกเหตุถึงจิตใจสูงส่งและการเสียสละน่าเอาอย่าง แม่และสามีต่างทำหนังสือสละมรดกส่วนของตนให้หลานและลูกน้อย
ปัญหาน่าจะไม่มีภายหลังจัดการงานศพตามประเพณีผ่านพ้นไป มีแต่ความเศร้าโศกเสียใจอาดูรไว้เบื้องหลัง เกิดปัญหาแย่งกันเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายขึ้น
ครอบครัวหนึ่งมีฐานะมีกินไปตลอดชาติก็ว่าได้ นางอัปสร ภริยาของ นายนิติ พ่อค้าอะไหล่รถยนต์ใช้แล้วจากประเทศญี่ปุ่น ภริยาบุญน้อยตัดช่องน้อยแต่พอตัวถึงแก่ความตายเครื่องบินตกขณะบินกลับจากติดต่อธุรกิจที่ประเทศญี่ปุ่น ครอบครัวญาติพี่น้องต่างตกใจกับข่าวเศร้าที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดและไม่อยากจะให้เกิดขึ้น แม้ว่าความตายจะเป็นเรื่องเที่ยงแท้ของมนุษย์ที่ไม่ควรจะตายก่อนวัย
เรื่องนี้ต้องโทษมัจจุราชว่าลำเอียงหรือแกล้งกัน บางคนว่าคนบางคนชั่วนักว่าจะตายทำไมไม่ตายเสียที ว่ากันไปนานาจิตตัง
เสร็จสิ้นงานศพของลูกสาวคนเดียวของนางอุบลรัตน์ เศรษฐีร้านเพชรย่านสีลม ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของลูกสาวผู้ตาย
นิติสามีผู้ตายยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นสามีผู้ตาย ผู้ร้องไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย เนื่องจากผู้ร้องไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกด้วยข้อกล่าวหาหลายเรื่องที่กระทำผิดเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา ขอให้ศาลยกคำร้องขอและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งอุบลรัตน์ผู้ร้องมารดาผู้ตายเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ยกคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้าน
ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้คัดค้านฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยเบื้องต้นว่า ผู้ร้องมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของอัปสรบุตรสาวหรือไม่ กรณีนี้ผู้คัดค้านฎีกาว่า ผู้ร้องนั้นได้ทำหนังสือยืนยันชัดเจนขอสละมรดกของผู้ตายแล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
เห็นว่า การสละมรดก หมายถึง การสละส่วนของตนโดยไม่เจาะจงว่าจะให้มรดกที่สละนั้นตกได้แก่บุคคลอื่นใด เพราะมิฉะนั้นแล้วบทบัญญัติของกฎหมายจะไม่เจาะจงว่าจะให้มรดกที่สละนั้นตกได้แก่บุคคลอื่นใด เพราะมิฉะนั้นแล้วบทบัญญัติของกฎหมายจะไม่มีผลบังคับได้
ดังนั้น พิจารณาดูสำเนาหนังสือตามเอกสารที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านต่างทำขึ้นโดยมีเจตนาจะไม่รับทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยจะยกให้แก่บุตรสาวตามที่ระบุไว้ในหนังสือที่อ้าง แต่ผู้ร้องและผู้คัดค้านยังประสงค์จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายอยู่
จึงมิใช่เป็นการสละมรดกดังที่ผู้คัดค้านฎีกา ผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้
พิพากษายืน
ข้อมูล : เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 1958/2544
หน้า 25
ข้อมูลจาก มติชน
