ในโอกาส พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงจัดงานเปิดตัว พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 อย่างเป็นทางการ ณ ลานเอเทรียม สยามเซ็นเตอร์ พร้อมเปิดกิจกรรม “รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กสตรี และความรุนแรงในครอบครัว ประจำปี 2550” และเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์รณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัว ปี 2550 ทั้ง 4 คน ได้แก่ ฟ้ารุ่ง ยุติธรรม มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2550, สมิทธิ์ อารยะสกุล-ศรัณยู วินัยพานิช นักร้อง และวัชรบูลย์ ลี้สุวรรณ นักแสดงนายสุวิทย์ ขันธาโรจน์ ผอ.สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมีความละเอียดอ่อนและซับซ้อนเกี่ยวพันกับบุคคลใกล้ชิด การกระทำความรุนแรงในครอบครัวทำให้เกิดการสูญเสียต่อร่างกายและทรัพย์สิน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างกระแสให้สังคมรับรู้ว่าต่อไปปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแต่ปัญหาในครอบครัวเท่านั้น หลังจากมี พ.ร.บ.ฉบับนี้ สังคมมีหน้าที่ต้องดูแลซึ่งกันและกัน หากพบเห็นการกระทำความรุนแรงสามารถแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัว ประจำปี 2550 ในวันที่ 21 พ.ย.นี้ ที่ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ จะจัด เสวนาพิเศษ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 รวมถึงรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัวติดริบบิ้นขาวใน 75 จังหวัดทั่วประเทศ” นาย สุวิทย์กล่าว
ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ รอง ผอ.รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขของผู้รักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มสูงขึ้นทุกปี จากเดิมประมาณ 14,000 เป็น 16,000 คน ปี 2549 ใน 1 วันตัวเลขผู้เข้ารับการรักษาเพิ่มจาก 30 คนเป็นกว่า 40 คน ซึ่งเป็นตัวเลขเฉพาะผู้รับการรักษาเท่านั้น ยังมีอีกมากที่ถูกทำร้ายแต่ไม่กล้าเข้ามารับการรักษา ที่สำคัญในการจัดอันดับประเทศที่มีความรุนแรง ประเทศไทยมีชื่ออยู่ในลำดับต้น ๆ นอกจากนี้ยังมีรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขด้วยว่า ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการสูญเสียกรณีความรุนแรงในครอบครัว ทั้งค่ารักษา ค่าเสียหายเมื่อขาดงาน หรือเสียชีวิต คิดเป็นเงินถึง 36,800 ล้านบาทต่อปี เมื่อมี พ.ร.บ.ฉบับนี้เกิดขึ้นเชื่อว่าจะเป็นจุดสำคัญ ในการจุดไฟเริ่มการแก้ปัญหาความรุนแรงในประเทศไทย
ส่วน พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเดิมทีเมื่อเข้าสู่กระบวนการแล้ว ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษตามกฎหมายอาญา แต่กฎหมายยังเปิดช่องให้สามารถไกล่เกลี่ยตามความสมัครใจ แต่เมื่อกลับไปแล้วอาจถูกกระทำซ้ำได้อีกเนื่องจากไม่มีอะไรยึดเหนี่ยว ทว่า พ.ร.บ.ใหม่นี้เป็นเครื่องมือทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้กระทำความรุนแรงเข้าสู่การบำบัดโดยความสมัครใจ คดีจะถูกพักไว้ แต่หากผู้กระทำความรุนแรงกลับไปทำซ้ำ สามารถรื้อคดีเก่ากลับดำเนินได้อีก เสมือนเป็นพันธสัญญา ให้โอกาสคนกลับตัวปรับพฤติกรรม.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
