สนธิ ห่วงภัยความมั่นคง ยุคโลกาภิวัฒน์ ชี้ปัญหาชาติพันธุ์บ่มเพาะ ภัยความมั่นคง ในอาเซียน ยกปัญหา 3 จว.ใต้ต้นแบบภัยสงครามข่าวสาร ระบุปัญหาใต้ขยายเข้าเขตเมืองมากขึ้น ชู สิงคโปร์ ศูนย์รวมต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติโรงแรมดุสิตรีสอร์ท จ.เพชรบุรี -เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 พ.ย. 50 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรี เดินทางมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ ความท้าทายในและโอกาสการสร้างความร่วมมือในการพัฒนาเพื่อสร้างความมั่นคงของกองทัพบก ในกลุ่มประเทศอาเซียน:จากประสบการณ์และมุมมองของประเทศไทย เพื่อให้ผู้บัญชาการทหารบกกลุ่มประเทศอาเซียนรับฟัง เนื่องในการประชุม ผบ.ทบ.อาเซียน ครั้งที่ 8 ซึ่งกองทัพบกไทยเป็นเจ้าภาพ
พล.อ.สนธิ บรรยายตอนหนึ่งว่า ภายใต้สภาวการณ์ของโลกหลังสงครามเย็น เรียกว่ายุคโลกาภิวัตน์ได้ส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในทุกภูมิภาคของโลก ซึ่งไม่ใช่ความมั่นคงที่เน้นแต่เฉพาะมิติการทหารเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความมั่นคงที่มีความหลากหลาย เป็นองค์รวมแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งกองทัพบกไทยนำมาใช้แก้ปัญหาด้านความมั่นคงตั้งแต่ยุคสงครามเย็น นอกจากนี้ กองทัพบกยังได้นำแนวคิดพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ต้องการให้กองทัพเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเหลือและพัฒนาประชาชนในพื้นที่ห่างไกล และพื้นที่ที่มีปัญหาด้านความมั่นคง โดยการนำโครงการพระราชดำริเข้าไปแก้ปัญหาและสร้างความมั่นคงให้กับประชาชน มิใช่เน้นการเพิ่มรายได้ที่เป็นอัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ GDP เพียงอย่างเดียว
พล.อ.สนธิ กล่าวว่า สถานการณ์ความมั่นคงมีภัยคุกคามรูปแบบใหม่เกิดขึ้น มีมิติหลากหลายและสลับซับซ้อนเกี่ยวข้องกับประเด็นสังคม ไม่ว่าจะเป็นชาติพันธุ์ ศาสนา เศรษฐกิจ และการเมือง สำหรับประเทศไทยนั้นได้รับผลกระทบจากภัยคุกคามนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ เช่น ปัญหาค่าเงินบาท ปัญหาพลังงาน เช่น การผันผวนของราคาน้ำมัน รวมถึงปัญหาการเมืองที่มีความเชื่อมโยงกับปัญหาระหว่างประเทศ และปัญหาทางสังคมวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การบริหารงานด้านความมั่นคงมีความลำบากมากขึ้น เนื่องจาก คน เงิน ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร เคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี เห็นได้จากการก่อการร้ายในภาคใต้ของไทย เดิมเกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่ป่าเขา ปัจจุบันขยายไปยังพื้นที่ในเมือง หมายถึงยุทธบริเวณหรือพื้นที่ปฏิบัติการอาจไม่มีข้อกำจัดใดๆ อีกต่อไป
ปัญหาการเมืองในประเทศกับการเมืองระหว่างประเทศ อาจกลายเป็นเรื่องที่ทับซ้อนกัน จนไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เช่น ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย กลายเป็นยุทธศาสตร์ของโลก เนื่องจากเป็นต้นทางของเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบมะละกา นอกจากนั้น ยังเป็นพื้นที่ในสามเหลี่ยมเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยตอนใต้ มาเลเซียตอนเหนือ และเกาะสุมาตรา โดยเฉพาะจังหวัดอาเจะห์ของอินโดนิเซียด้วย ซึ่งผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจากความไม่ชัดเจนของเส้นแบ่งเขตต่าง ๆ คือ การเกิดขึ้นของท้องถิ่นนิยม ชุมชนนิยม ชาติพันธุ์นิยม รวมถึงความขัดแย้งใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคหลังสงคามเย็น เช่น ลัทธิการก่อการร้าย ทำให้กลุ่มก่อการร้ายในโลกมีความเชื่อมโยงกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีเป้าหมายหรือผลลัพธ์ขั้นสุดท้ายตรงกันแต่อย่างใดพล.อ.สนธิ กล่าว
พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในยุคหลังสงครามเย็น ถูกส่งมาในรูปของข้อมูลข่าวสาร ความรู้ และวิทยาการต่างๆ ซึ่งไหล่บ่าเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ด้านความมั่นคงและการพัฒนาในยุคหลังสงครามเย็น เกิดความขัดแย้งในรูปแบบใหม่แตกต่างไปจากเดิม เช่น การเกิดขึ้นของแนวคิดอารยะขัดขืน หรือความขัดแย้งทางสังคมในการไม่เชื่อฟังอำนาจรัฐ และความต้องการที่เข้าไปตรวจสอบการทำงานของรัฐ ดังนั้น สถาบันการเมืองหรือทางสังคม รวมถึงกองทัพ อาจไม่สามารถแก้ปัญหาด้านความมั่นคงใหม่ได้โดยลำพัง ความขัดแย้งเหล่านี้จะถูกแสดงออกในลักษณะของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมใหม่ที่ไม่ได้มีเป้าหมายอยู่ที่การยึดอำนาจรัฐ แต่เป็นการช่วงชิงในการสร้างความแปลกใหม่เกี่ยวกับความมั่นคง
สำหรับการก่อการร้ายและการทำสงครามต่อต้านการก่อการร้าย กำลังถูกทำให้เป็นกระแสในยุคปัจจุบัน โดยมิใช่เรื่องของการใช้กำลังทหารแต่อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องการเคลื่อนย้าย คน เงินทุน ข้อมูลข่าวสาร และองค์ความรู้ใหม่ ผนวกเข้ากับการทำสงครามเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้ไม่สามารถใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งรับมือกับสงครามดังกล่าวได้ ต้องใช้วิธีการที่หลากหลายประกอบกัน ทั้งนี้ เป้าหมายขั้นสุดท้ายของความมั่นคงแท้จริง คือ ความมั่นคงของประชาชนในการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขแท้จริงพล.อ.สนธิ กล่าว
พล.อ.สนธิ กล่าวว่า บทบาทของกองทัพบกไทยในศตวรรษที่ 21 กองทัพจะต้องปรับตัวให้สามารถจัดการกับความมั่นคงได้อย่างเป็นองค์รวมโดยเฉพาะบทบาทในการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศ แนวคิดดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การเผชิญภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่มากับยุคโลกาภิวัตน์กองทัพจำเป็นต้องปรับบทบาทให้มีขีดความสามารถหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความมั่นคงในระดับลึก ระดับชุมชน สังคม ประเทศ และระดับภูมิภาค ดังนั้น หากกองทัพบกในภูมิภาคเอเชียผนึกกำลังเป็นกองทัพที่ไม่ได้แยกอยู่โดดเดี่ยว แต่เป็นกองทัพของประชาชน เป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อการพัฒนาภูมิภาคและด้านความมั่นคงของอาเซียนก็จะมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
จากนั้น พล.อ.สนธิ ให้สัมภาษณ์ถึงการบรรยายพิเศษให้ ผบ.อาเซียน ถึงปัญหาความมั่นคงในภูมิภาคว่า ตนเดินทางมาเป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งพูดแนวคิดการใช้กำลังทางทหารซึ่งต้องมองปัญหาภายในและนอกประเทศ ซึ่งปัญหาภายในประเทศต้องดูว่ามีอะไรบ้างที่ต้องปรับให้เป็นเรื่องความมั่นคง อาทิ ความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านสังคม ถือเป็นส่วนหนึ่งที่มาศึกษา ทั้งนี้ ทุกประเทศรู้ว่าภัยของโลกไปสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อข่าวสารรวดเร็วทำสังคมเปลี่ยนแปลงทั้งโลกกระเทือนหมด ซึ่งไทยก็มีปัญหาเช่นกัน ดังนั้น การปรับแก้เรื่องชาติพันธุ์น่าจะออกเป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ หรือแนวนโยบายรัฐบาล
เมื่อถามว่า ผบ.อาเซียนจะมีการหารือเพื่อป้องกันการก่อการร้ายที่จะกระจายเข้ามาในแถบเอเซียอย่างไร พล.อ.สนธิ กล่าวว่า กลุ่มประเทศอาเซียนต้องจับมือกัน ซึ่งขณะนี้เราจับมือกันอยู่แล้วเรื่องก่อการร้ายข้ามชาติ อย่างที่ประเทศบูรไน ซึ่งตนเข้าร่วมประชุมมีการพูดถึงการแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหาเหล่านี้มีผลกระทบภัยความมั่นคงทุกประเทศ ส่วนการสกัดภัยข้อมูลข่าวสารที่เป็นภัยรูปแบบใหม่นั้น ขณะนี้ประเทศเรายังไม่แก้ปัญหาจริงจัง แต่กำลังรื้อฟื้นเรื่องนี้ในประเทศอาเซียน ซึ่งจะให้ประเทศสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพหารือเรื่องอาชญากรรมด้านคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้จะทำให้เกิดความร่วมมือกันทั้ง 10 ประเทศอาเซียน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
