ปล่อยให้คลินิกความงามน้องใหม่หลายแห่งเติบโตกันทั่วหน้า วันนี้ “เมโกะคลินิก” คลินิกศัลยกรรมที่มีชื่อเสียงแห่งแรกของเมืองไทย ถึงเวลาปรับกลยุทธ์การดำเนินงาน โดย นพ.มนัส ฉายาวิจิตรศิลป์ ประธานกรรมการบริหาร เมโกะคลินิก กล่าวว่า เมโกะคลินิกเปิดให้บริการเมื่อปี 2525 โดย 25 ปีที่ผ่านมาสร้างชื่อจากการดำเนินธุรกิจศัลยกรรมความงาม ซึ่งควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพ เนื่องจากเทคโน โลยีต่าง ๆ ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันวิถีชีวิตของผู้คนก็เปลี่ยน ดังนั้นจาก เมโกะคลินิกแห่งแรก ตรงข้ามสวนจตุจักร จึงเริ่มรุกตลาดด้วยการเปิดสาขาใหม่ในศูนย์ การค้า โดยสาขาที่ 2 อยู่ที่ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และในเวลาอันใกล้นี้จะเปิดสาขาที่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ ส่วนสาขาที่ 4,5 และ 6 กำหนดเปิดในปีหน้านพ.มนัส กล่าวว่า แต่เดิมกลุ่มลูกค้า รู้จักเมโกะด้านการทำศัลยกรรม จมูก ตา รูปหน้า ทว่าในระยะหลังเริ่มให้บริการด้านผิวพรรณ ลดน้ำหนัก เลเซอร์ โปรแกรม Anti-aging และโปรแกรมรักษาผมและปลูกผม เป็นบริการแบบครบครัน “วัน สต๊อป เซอร์วิส” ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยซึ่งเป็นการร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น และความชำนาญในระดับพิเศษ อีกทั้งเครื่องมือมีความละเอียดอ่อน ให้เกิดการบวมและช้ำน้อยกว่าเดิม
“โดยธรรมชาติการทำศัลยกรรมส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าในศูนย์การค้าค่อนข้างยาก แต่เมโกะพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัย ใช้เวลาในการทำสั้น ๆ และใช้เครื่องมือที่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม อาทิ เข็มเล่มเล็กลง ไหมเย็บเส้นเล็กลง เพื่อให้เกิดร่องรอยเล็กที่สุด ทำเสร็จแล้วออกไปชอปปิงต่อ หรือวันรุ่งขึ้นสามารถไปทำงานได้ โดยไม่ต้องพักรอดูอาการที่บ้าน” นพ.มนัส กล่าวถึงจุดเด่นของเมโกะคลินิก
ตลอดการดำเนินงาน 25 ปี นพ.มนัส กล่าวด้วยความภูมิใจว่ากลุ่มลูกค้าเมโกะมีทั้งคนกรุงเทพฯ คนต่างจังหวัด และจากทั่วโลก รวมถึงคนไทยในต่างประเทศ ซึ่งบางคนมีเวลาเพียงช่วงเทศกาลคริสต์มาส หรือช่วงสงกรานต์มาเที่ยวเมืองไทย ก็ถือโอกาสเสริมความงาม โดยทำเกือบทุกส่วนของร่างกาย ทั้งศัลยกรรมและการดูแลผิวพรรณ เดิมกลุ่มลูกค้าของเมโกะอยู่ในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันเป็นกลุ่มอายุ 25 ปี และกลุ่มยังก์ เจเนอเรชั่น และส่วนใหญ่เป็นลูกค้ายั่งยืน ต่อยอดกันถึง 3 รุ่นจากรุ่นคุณยาย มาสู่รุ่นคุณแม่ และรุ่นคุณหลาน นอกจากนี้ยังเพิ่มกลุ่มคุณพ่อด้วย
นพ.มนัส กล่าวถึงการดำเนินงานที่สามารถยืนหยัดมาถึง วันนี้ว่า หลักของเราคือการทำงานกับความพอใจของมนุษย์ เมื่อทำศัลยกรรมแล้วลูกค้าไม่พอใจก็แก้ไขใหม่ เมโกะจึงไม่พบปัญหาเพราะขึ้นอยู่กับความพอใจของลูกค้า ก่อนลงมือทำต้องพูดคุยกับลูกค้า เพื่อให้รู้เบื้องหลังของลูกค้า เช่น อาชีพ สถานที่ทำงาน ลักษณะงาน ช่วงเวลาทำงาน พื้นฐานครอบครัว ฯลฯ ที่ผ่านมาผู้หญิงบางคนอยากทำจมูกโด่ง แต่สืบประวัติพบว่า มารดาเป็นครู สามีเป็นครู และตัวเองเป็นครู จึงถามถึงเหตุผลที่อยากจมูกโด่ง โดยอธิบายให้เข้าใจว่า หากทำไปแล้วตัวเองชอบ แต่คนรอบข้างไม่ชอบ และสิ่งแวดล้อมอาจไม่เอื้ออำนวย
“ทำให้ลูกค้าติน้อยที่สุด และดูว่าลูกค้ามีความสุขหรือไม่กับสิ่งที่ทำ เพราะลูกค้าต้องเจอผู้คนมากหน้าหลายตา และต้องอยู่กับหน้าตัวเองตลอดเวลา”.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
