คอลัมน์ โครงร่างตำนานคนโดย การ์ตอง
รัฐบาลหลังการเลือกตั้ง หมายถึงการกลับเข้าสู่การมีนายกรัฐมนตรีจากหัวหน้าพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกเข้ามามากที่สุด และสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตัวคณะรัฐมนตรีแบ่งสรรกันตามจำนวน ส.ส.ของแต่ละพรรคที่ร่วมรัฐบาล
หากเป็นเช่นนั้น เมื่อดูตามโพลที่ออกมา ไม่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ก็เป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป
เพียงแต่นั่นเป็นรูปแบบการจัดตั้งรัฐบาล และเลือกนายกรัฐมนตรีในภาวะการเมืองปกติ
สถานการณ์การเมืองปัจจุบัน หาใช่การเมืองปกติไม่
พรรคพลังประชาชน อาจจะได้รับเลือกเข้ามามากที่สุด แต่นายสมัครมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีจริงหรือ ไม่ใช่เกิดความหวาดผวาว่าประชาธิปไตยก้าวไปไม่ได้ดอกหรือ หากพลังประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
เพราะความไม่แน่ใจดังกล่าว จึงคิดแบบง่ายๆ ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี แม้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เสียงมากที่สุด แต่น่าจะสามารถรวบรวมสมาชิกจากพรรคอื่นมาสนับสนุนได้ เพราะทุกพรรคต่างเข้าใจร่วมกันว่าปล่อยให้พลังประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้
แค่สองเงื่อนไขนี้ ย่อมสรุปได้แล้วว่า การเลือกตั้งที่จะกำลังจะเกิดขึ้นนี้ ไม่อยู่ในภาวะการเมืองปกติ ดังนั้นจะนำเอากฎกติกา หรือมารยาททางการเมืองแบบปกติมาเป็นตัวกำหนดไม่ได้
เมื่อยกมารยาทการเมืองแบบปกติทิ้ง ย่อมหมายความว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ใช่หรือไม่
เมื่อพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกเข้ามาอันดับหนึ่ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ใช่ว่าพรรคที่ได้รับการเลือกมาเป็นอันดับสองจะได้รับสิทธินั้น เพราะมารยาทในสถานการณ์ปกติถูกยกเลิกไปแล้ว
หัวหน้าพรรคการเมืองอื่น หรือคนอื่นๆ ที่ได้รับเลือกมาเป็น ส.ส.ล้วนมีคุณสมบัติที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้
ตามกติกา นายกรัฐมนตรีคือผู้ได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ในสภามากที่สุด เสียงของ ส.ส.ในสภาเป็นอิสระไม่ขึ้นกับมติพรรค
แม้จะมีการตกลงกันล่วงหน้าว่า รัฐบาลจะประกอบด้วยพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และพรรคอื่นๆ นอกจากพลังประชาชน
แต่ประเด็นอยู่ที่ หาก สมัคร สุนทรเวช ไม่เป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน เกิดมีใครเสนอชื่อ คนอื่นขึ้นมาแข่งกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้ว ส.ส.พรรคพลังประชาชนร่วมใจกันยกมือสนับสนุนคนที่เป็นคู่แข่งกับนายอภิสิทธิ์ โดยไม่สนใจว่าพรรคพลังประชาชนจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ อะไรจะเกิดขึ้น
ท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนทั้งประเทศที่ต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้นำการเมืองกลับสู่ความปกติ มุ่งไปที่ขจัดความขัดแย้งของคนในชาติ
ความคาดหวังนี้ย่อมมีเหตุมีผลให้พอรับฟังว่า ทำไมหากนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่พรรคพลังประชาชนครองเสียงข้างมากในสภาแล้วประเทศชาติยังหนีไม่พ้นจากความแตกแยก ทำให้การเมืองเป็นปัจจัยทำลายเศรษฐกิจ สะเทือนต่อปัญหาสังคมไม่เลิกรา
หากมีคนอื่น ที่มีภาพของการยืนอยู่ตรงกลาง เป็นผู้ใหญ่ในวงการ สามารถประสานจนได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายจะดีกว่าหรือไม่
ด้วยสถานการณ์การเมืองแบบพิเศษนี้เอง นับวันชื่อ บรรหาร ศิลปอาชา จึงถูกนำเสนอถี่ขึ้น ด้วยเหตุผลที่หนักแน่น และรับฟังได้มากขึ้นทุกที
เป็นนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์การเมืองแบบพิเศษ แก้ปัญหาความแตกแยกของคนในชาติ
หน้า 4
ข้อมูลจาก มติชน
