อย.จับมือ ปศท.ค้นโกดังเก็บยาวุฒิ-ศักดิ์คลินิก พบสารกลูตาไธโอน-ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอื่นๆ สั่งยึดส่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พิสูจน์ แพทยสภาแนะลูกค้าฉีดขาวเข้าให้ข้อมูล เพื่อติดตามผลข้างเคียงระยะยาวเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ อย.ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี นำหมายศาลเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์เลขที่ 44/41-43 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. เนื่องจากสืบทราบว่าเป็นสถานที่เก็บยาผิดกฎหมาย ผลการตรวจค้นพบของกลางเป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา 6 รายการ
ยาทั้ง 6 รายการ ได้แก่ 1.ยาเตติโอนิล (Tationil) 600 มิลลิกรัม/4 มิลลิลิตร รุ่นที่ผลิต 500 จำนวน 10 ขวด 2.ยาเตติโอนิล รุ่นที่ผลิต 1007 จำนวน 1 ขวด ซึ่งเป็นยาที่มีสารกลูตาไธโอนที่มีข่าวว่าคลินิกเสริมความงามหลายแห่งนำมาฉีดให้ผู้บริโภค 3.น้ำกลั่น (Acqua) 13 หลอด บรรจุหลอดละ 4 มิลลิลิตร 4.ยาทราเนคซามิก (Tranexamic) ซึ่งเป็นยาลดเม็ดสีผิว ฉลากระบุว่าผลิตโดย (Manufactured by) บริษัทวุฒิศักดิ์ คลินิก เวชกรรม จำกัด เลขที่ 44/21-22 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.10900 จำนวน 10 ขวด บรรจุขวดละ 250 แคปซูล 5.แคปซูลใสบรรจุผงสีครีมอยู่ในซองพลาสติกที่มีข้อความ "สารละลายไขมันพิเศษ ลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย..." จำนวน 10 ซอง และ 6.ยาแคปซูลสีขาว บรรจุอยู่ในซองพลาสติกที่มีข้อความ "สารละลายไขมันชุดพิเศษ ลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย..." จำนวน 10 ซอง
นพ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า จากการสอบถามผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าวทราบว่า เป็นของบริษัทวุฒิศักดิ์ คลินิก เวชกรรม จำกัด เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดส่งตรวจพิสูจน์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หากพบว่าเป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาจริง จะต้องถูกดำเนินคดีฐานผลิตยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท และฐานผลิตและขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เลขาธิการ อย. กล่าวด้วยว่า กรณีที่วุฒิ-ศักดิ์คลินิกออกมาขอโทษ อย. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และแพทยสภานั้น อย.เห็นว่าควรขอโทษประชาชนที่ไปใช้บริการ และควรตระหนักถึงจรรยาวิชาชีพของความเป็นแพทย์ ที่ควรเป็นผู้ช่วยเหลือรักษาโรคให้ประชาชน เพราะการใช้ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา และผลการวิจัยยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าได้ผลจริงหรือไม่ มีผลข้างเคียงอันตรายหรือไม่ เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งสำหรับแพทย์ ในส่วนของ อย.จะดำเนินการตามกรอบของกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และ อย.จะไม่ยอมให้คนไทยตกเป็นหนูทดลองยาโดยเด็ดขาด
ด้าน พล.ต.ต.นพ.อรรถพันธ์ พรมณฑารัตน์ รองนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ นายกสมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์เพื่อการเสริมสวยประเทศไทย กล่าวในฐานะกรรมการแพทยสภาว่า คลินิกเสริมความงามที่นำสารกลูตาไธโอนซึ่งไม่ผ่านการอนุญาตจาก อย.มาฉีดให้คนไข้ ถือเป็นความผิดแน่นอน และที่สำคัญคืออันตรายหรือผลข้างเคียงที่จะเกิดกับคนไข้ที่ฉีดไปแล้ว ดังนั้น จึงอยากแนะนำให้ผู้ที่เคยฉีดยาที่มีส่วนผสมของกลูตาไธโอนเข้าร่างกาย ที่คลินิกเสริมความงามโดยมีจุดประสงค์ให้ผิวขาวขึ้น ให้รีบมาติดต่อเจ้าหน้าที่แพทยสภา เพื่อให้ข้อมูลสารที่ได้รับเข้าร่ายกายและลงทะเบียนประวัติไว้ จากนั้นอาจจะมีการติดตามผลเป็นระยะ เพื่อดูว่ายาตัวนี้ทำให้เกิดฤทธิ์ร้ายแรงต่อร่างกายหรือไม่ ทั้งคนไข้ที่ฉีดไปแล้วหรือกำลังอยู่ระหว่างโปรแกรมการฉีดสารกลูตาไธโอน
"ส่วนตัวแล้วอยากให้คนไข้หรือผู้ที่เคยฉีดสารกลูตาไธโอนเพื่อผิวขาว มาให้ข้อมูลแพทยสภาทิ้งไว้ เพราะถ้าเกิดผลข้างเคียงก็จะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในวงการแพทย์ต่อไป ไม่อยากให้หวังผลแค่การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย แต่อยากให้คิดในแง่ความรู้วิชาการด้วย เพราะหากยาเกิดผลข้างเคียงกับคนไทยก็จะได้บันทึกไว้ หรือหากไม่มีอันตรายร้ายแรงก็อาจเป็นข้อมูลให้ อย.ในอนาคต หากมีการยื่นขอนำเข้ายาตัวนี้เข้ามาจากต่างประเทศ" พล.ต.ต.นพ.อรรถพันธ์ กล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
